โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จราจร สน.วิภาวดี จับจริง ยึดจริง ดำเนินคดี 2 เคส หนักตาม "โครงการถนนปลอดภัย วิภาวดี"

สวพ.FM91

อัพเดต 09 พ.ค. เวลา 02.19 น. • เผยแพร่ 08 พ.ค. เวลา 22.26 น.

จราจร สน.วิภาวดี จับจริง ยึดจริง ดำเนินคดี 2 เคส หนักตาม "โครงการถนนปลอดภัย วิภาวดี"

(8 พ.ค.69) ผู้สื่อข่าวรายงาน ภายใต้การอำนวยการ พล.ต.ต.ดำรงศักดิ์ สว่างงาม ผบก.จร. พ.ต.อ.ณัฐพงษ์ เชื้อเดช รอง ผบก.จร. พ.ต.อ.เสกสรรค์ ชุ่มแจ่ม ผกก.2 บก.จร. สั่งการให้ พ.ต.ท.ดามพวร ทองอิ่ม รอง ผกก.งานศูนย์ควบคุมจราจรวิภาวดีรังสิต/ทางพิเศษ โดย พ.ต.ท.ภุชงค์ เม้าทุ่ง สว.จร.งานศูนย์ควบคุมจราจรวิภาวดีรังสิต/ทางพิเศษ กวดขันจับกุมผู้กระทำผิดกฎหมายบนท้องถนนโดยเฉพาะถนนวิภาวดี ตาม “โครงการถนนปลอดภัย วิภาวดี” โดยงานศูนย์ควบคุมจราจรวิภาวดีรังสิต/ทางพิเศษ กก.2 บก.จร. ได้ดำเนินการสืบสวน ติดตาม และจับกุมผู้กระทำความผิดได้ 2 เคส

เคสแรก เป็นการจับกุมตัวผู้ต้องหา 1 ราย หลังขับรถจักรยานยนต์หลบหนีจุดกวดขันวินัยจราจร และฝ่าฝืนคำสั่งให้หยุดรถ เป็นเหตุทำให้เฉี่ยวชน ส.ต.ท.วัชรพงษ์ เสนาพงษ์ ผบ.หมู่งาน ศูนย์ควบคุมจราจรวิภาวดีรังสิต/ทางพิเศษ ได้รับบาดเจ็บ บริเวณจุดกวดขันวินัยจราจร 5 แยกลาดพร้าว เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2569

ต่อมาเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 หลังจากตำรวจสืบสวนจนรู้ตัว ผู้ต้องหาได้เข้าพบพนักงานสอบสวน โดยเจ้าตัวให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหา ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น พร้อมทำการเปรียบเทียบปรับในความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรฯ หลายข้อหา (ไม่สวมหมวกนิรภัยทั้งคนขับและคนซ้อน, ฝ่าฝืนสัญญาณมือ, ขับประมาทหวาดเสียวจนผู้อื่นบาดเจ็บ) พร้อมถูกยึดรถไว้เป็นของกลางเพื่อส่งฟ้องศาล โดยศาลได้มีคำพิพากษาลงโทษ จำคุก 2 เดือน ปรับ 2,500 บาท โดยให้รอการลงโทษจำคุก 2 ปี คุมประพฤติ 1 ปี รายงานตัว 3 ครั้ง บริการสังคม 12 ชั่วโมง พักใช้ใบอนุญาตขับขี่ 6 เดือน และริบรถจักรยานยนต์ของกลาง

กรณีที่สองจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 3 ราย โดยเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้ต้องหาทั้ง 3 คน พร้อมพวกที่ยังหลบหนี ได้ร่วมกันแข่งรถจักรยานยนต์บนถนนวิภาวดีรังสิต (ขาเข้า) ช่วงสนามบินดอนเมือง ถึงซอยวิภาวดีรังสิต 50 แขวงสนามบิน เขตดอนเมือง ด้วยความเร็วสูง ลักษณะกีดขวางการจราจร โดยทั้งหมดไม่ได้สวมหมวกนิรภัย และจงใจปิดบังหรือถอดแผ่นป้ายทะเบียน ซึ่งระหว่างนั้นมีผู้ขับขี่ในกลุ่มประสบอุบัติเหตุจนเสียชีวิต เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเร่งสืบสวนจากกล้องวงจรปิดและพยานแวดล้อม จนสามารถระบุตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 รายได้ในที่สุด

ต่อมาเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 หลังตำรวจรวบรวมหลักฐานจากกล้องวงจรปิดจนระบุตัวบุคคลได้ ผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ได้เข้าพบพนักงานสอบสวน และ ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ส่วนความผิดฐานไม่แสดงแผ่นป้ายทะเบียน ปิดบังแผ่นป้ายทะเบียน และไม่สวมหมวกนิรภัย พนักงานสอบสวนได้แยกดำเนินการปรับเป็นพินัยแล้ว ก่อนส่งตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ฟ้องต่อศาลแขวงดอนเมือง ในความผิดฐานร่วมกันแข่งรถในทางโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากหัวหน้าเจ้าพนักงานจราจร และขับรถในลักษณะที่ไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น

ต่อมาศาลแขวงดอนเมืองได้มีคำพิพากษาลงโทษจำคุกคนละ 1 เดือน ปรับคนละ 10,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี คุมความประพฤติเป็นเวลา 1 ปี โดยให้รายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ จำนวน 4 ครั้ง ภายในระยะเวลา 1 ปี ให้ทำงานบริการสังคม จำนวน 24 ชั่วโมง พักใช้ใบอนุญาตขับขี่เป็นเวลา 180 วัน และให้ติดตั้งอุปกรณ์ติดตามตัวอิเล็กทรอนิกส์ (กำไล EM) เป็นเวลา 15 วัน โดยห้ามออกจากที่พักอาศัยตั้งแต่เวลา 22.00 – 05.00 น.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...