โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ศาลการค้าสหรัฐ ตัดสินภาษีนำเข้า 10% ของทรัมป์ “ผิดกฎหมาย”

การเงินธนาคาร

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 08 พ.ค. เวลา 02.40 น.

ศาลการค้าระหว่างประเทศสหรัฐตัดสินมาตรการเก็บภาษีนำเข้า 10% แบบครอบจักรวาลของโดนัลด์ ทรัมป์ ขัดต่อกฎหมาย ชี้ใช้อำนาจเกินขอบเขต แม้ยังไม่สั่งระงับทั้งหมดทั่วประเทศ

วันที่ 8 พ.ค. 2569 สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า ศาลการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐมีคำตัดสินว่า มาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้า 10% แบบครอบจักรวาลที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ใช้กับสินค้านำเข้าจากหลายประเทศนั้น “ผิดกฎหมาย” โดยระบุว่ารัฐบาลใช้อำนาจเกินกว่าที่กฎหมายการค้าสหรัฐอนุญาต

รายงานของรอยเตอร์ระบุว่า คณะผู้พิพากษามีมติ 2 ต่อ 1 ชี้ว่า การใช้มาตรา 122 ของกฎหมายการค้าปี 1974 เพื่อเก็บภาษีนำเข้าทั่วโลก ไม่มีเหตุผลรองรับเพียงพอ เนื่องจากกฎหมายดังกล่าวถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาดุลการชำระเงินระยะสั้น ไม่ใช่ใช้จัดการปัญหาขาดดุลการค้าโดยรวม

คดีนี้ถูกยื่นฟ้องโดยกลุ่มผู้นำเข้าและผู้ประกอบการขนาดเล็กในสหรัฐ ซึ่งได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีที่เริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยโจทก์ระบุว่าภาษีดังกล่าวเพิ่มต้นทุนสินค้าและสร้างภาระต่อธุรกิจอย่างหนัก

อย่างไรก็ตาม ศาลยังไม่ได้สั่งระงับมาตรการภาษีทั้งหมดทั่วประเทศ แต่ให้ความคุ้มครองเฉพาะกลุ่มโจทก์บางรายและรัฐวอชิงตัน ทำให้ภาษีนำเข้า 10% ยังคงมีผลบังคับใช้กับผู้นำเข้าส่วนใหญ่ต่อไปในระหว่างกระบวนการอุทธรณ์

คำตัดสินครั้งนี้ถือเป็นแรงกดดันล่าสุดต่อนโยบายการค้าของทรัมป์ และอาจส่งผลต่อแนวทางใช้อำนาจด้านภาษีนำเข้าของรัฐบาลสหรัฐในอนาคต ขณะที่ฝ่ายบริหารของทรัมป์เตรียมยื่นอุทธรณ์เพื่อเดินหน้าปกป้องมาตรการดังกล่าวต่อไป

อ้างอิง : reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...