โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ทรัมป์เผยกำลังพิจารณา “ลดระดับ” ปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 20 มี.ค. เวลา 21.47 น. • เผยแพร่ 20 มี.ค. เวลา 23.31 น.

บลูมเบิร์ก รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่าเขากำลังพิจารณา “ลดระดับ” ความพยายามทางทหารของสหรัฐต่ออิหร่าน โดยระบุว่าสหรัฐใกล้บรรลุเป้าหมายแล้ว ขณะที่ความขัดแย้งซึ่งเขย่าตลาดการเงินและภูมิภาคกำลังก้าวเข้าสู่สัปดาห์ที่สี่

“เรากำลังเข้าใกล้การบรรลุวัตถุประสงค์ของเราอย่างมาก ขณะที่เรากำลังพิจารณาลดระดับการปฏิบัติการทางทหารอันยิ่งใหญ่ของเราในตะวันออกกลาง” ทรัมป์ระบุในโพสต์บนสื่อสังคมออนไลน์เมื่อวันศุกร์ (20 มี.ค.69) ตามเวลาสหรัฐ โดยเขายกให้เป้าหมายเหล่านั้นคือการ ทำลาย ขีดความสามารถด้านขีปนาวุธของอิหร่านอย่างสิ้นเชิง ทำลายฐานอุตสาหกรรมด้านกลาโหมของประเทศ กำจัดกองทัพเรือและกองทัพอากาศ ไม่ยอมให้อิหร่านเข้าใกล้ศักยภาพด้านนิวเคลียร์ และปกป้องพันธมิตรในตะวันออกกลาง

คำให้สัมภาษณ์ของทรัมป์มีขึ้นไม่นานหลังจากที่เขาปฏิเสธแนวคิดหยุดยิง และยังเปิดช่องความเป็นไปได้ในการส่งทหารภาคพื้นดิน สะท้อนให้เห็นว่าประธานาธิบดียังคงส่งสัญญาณที่แตกต่างกันอย่างมากเกี่ยวกับเป้าหมายและแผนของเขาต่อสงครามของสหรัฐและอิสราเอลกับอิหร่าน

ยังไม่ชัดเจนว่าอิหร่านจะตอบสนองอย่างไรต่อการตัดสินใจฝ่ายเดียวของสหรัฐในการลดการโจมตี หลังจากเหตุโจมตีล่าสุดที่มุ่งเป้าไปยังโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของประเทศ และสังหารเจ้าหน้าที่ระดับสูงเพิ่มขึ้น รวมถึงผู้นำฝ่ายความมั่นคง อาลี ลาริจานี เจ้าหน้าที่อิหร่านเริ่มไม่เต็มใจแม้แต่จะหารือเรื่องการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ในขณะที่เตหะรานยังคงยิงโต้ตอบไปยังประเทศเพื่อนบ้านอาหรับในอ่าว

สหรัฐทิ้งภาระกิจการคุ้มครองช่องแคบฮอร์มุซ

ทรัมป์ ยังกล่าวถึงช่องแคบดังกล่าว ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือเชิงยุทธศาสตร์ที่ขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติราวหนึ่งในห้าของโลก และแทบถูกปิดมาตั้งแต่การสู้รบเริ่มต้น ทรัมป์กดดันให้ชาติพันธมิตรช่วยสหรัฐรักษาความปลอดภัยช่องแคบนี้ด้วยกำลังทหาร แต่เมื่อวันศุกร์เขาส่งสัญญาณว่าจะปล่อยให้ประเทศอื่นรับภาระดังกล่าวแทน

“ช่องแคบฮอร์มุซจะต้องได้รับการคุ้มกันและตรวจตราตามความจำเป็น โดยประเทศอื่น ๆ ที่ใช้ช่องแคบนั้น ไม่ใช่สหรัฐ!” ทรัมป์กล่าว “หากมีการร้องขอ เราจะช่วยประเทศเหล่านี้ในความพยายามที่ฮอร์มุซ แต่ก็ไม่ควรจำเป็นอีกต่อไปเมื่อภัยคุกคามจากอิหร่านถูกกำจัด ที่สำคัญ ปฏิบัติการทางทหารนี้จะเป็นเรื่องง่ายสำหรับพวกเขา”

ข้อเสนอของทรัมป์ที่ว่าประเทศซึ่งพึ่งพาพลังงานและสินค้าอื่น ๆ จากตะวันออกกลางผ่านช่องแคบมากที่สุดควรเป็นผู้รับผิดชอบหลักในการรักษาความปลอดภัยช่องแคบ สวนทางกับความเป็นจริงของตลาดน้ำมันที่มีลักษณะเชื่อมโยงกันทั่วโลก

แม้สหรัฐจะผลิตน้ำมันในระดับสูงเป็นประวัติการณ์ ราคาน้ำมันดิบยังคงถูกกำหนดในตลาดโลก ดังนั้นแรงกระแทกด้านอุปทานที่ผูกโยงกับช่องแคบจึงจะแผ่ซ่านจากปักกิ่งถึงวอชิงตัน ส่งผลต่อผู้บริโภคในสหรัฐด้วย สหรัฐอาจได้รับผลกระทบทางกายภาพจากการที่น้ำมันหลายล้านบาร์เรลไม่สามารถออกสู่ตลาดได้น้อยกว่า แต่ก็ยังผูกพันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้กับผลกระทบด้านราคา

ถ้อยแถลงของทรัมป์เกิดขึ้นในช่วงท้ายของวันศุกร์อันผันผวนในตลาดการเงิน ภายหลังรายงานของบลูมเบิร์กนิวส์ว่ารัฐบาลอิหร่านที่เริ่มยืนกรานมากขึ้นปฏิเสธที่จะเจรจาเรื่องฮอร์มุซ และมีรายงานว่าสหรัฐกำลังเตรียมทางเลือกในการส่งทหารภาคพื้นดิน

ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นอีกครั้งเมื่อวันศุกร์ โดยน้ำมันดิบเบรนท์ซึ่งเป็นเกณฑ์อ้างอิงของตลาดโลก ปิดเหนือระดับ 112 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สูงสุดนับตั้งแต่กลางปี 2022 ราคาปรับตัวลงเล็กน้อยมาอยู่แถว 108 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในการซื้อขายเบาบางหลังปิดตลาด หลังมีถ้อยแถลงของทรัมป์เกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะยุติความขัดแย้ง

ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลงต่อ โดยดัชนีหุ้นสหรัฐหลักร่วงลงแรง ปิดสัปดาห์ต่ำกว่าราว 2% ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่นักเทรดประเมินโอกาสการปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐภายในเดือนตุลาคมไว้ที่ 50% ขณะเดียวกันทองคำเผชิญสัปดาห์ที่เลวร้ายที่สุดในรอบสี่ทศวรรษ

ก่อนหน้าการโพสต์บนโซเชียลมีเดียเล็กน้อย ทรัมป์ได้ปฏิเสธแนวคิดประกาศยุติการสู้รบ และแสดงความเชื่อมั่นว่าช่องแคบฮอร์มุซจะ “เปิดเอง” แม้พันธมิตรไม่เต็มใจให้ความช่วยเหลือ

“ผมไม่ต้องการทำข้อตกลงหยุดยิง คุณก็รู้ คุณไม่ทำหยุดยิงในตอนที่คุณกำลังบดขยี้ฝ่ายตรงข้ามอย่างแท้จริง” ประธานาธิบดีกล่าวที่ทำเนียบขาว “เราไม่คิดจะทำแบบนั้น”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...