โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

"หุ้นยุโรป" ร่วงต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 3 วิตกสงครามดันเงินเฟ้อ ขึ้นดอกเบี้ย

สยามรัฐ

อัพเดต 21 มี.ค. เวลา 02.02 น. • เผยแพร่ 21 มี.ค. เวลา 01.46 น.

">

ตลาดหุ้นยุโรปปิดร่วงในวันศุกร์ (20 มี.ค.) และลดลงเป็นสัปดาห์ที่ 3 ติดต่อกัน โดยการปรับตัวลงนี้เป็นการร่วงที่ยาวนานที่สุดในรอบเกือบ 1 ปี หลังจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางทวีความรุนแรง กระตุ้นความกังวลเกี่ยวกับการเงินเฟ้อและทำให้ตลาดกลับมาคาดการณ์ถึงการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้ง

ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 573.28 จุด ลดลง 10.36 จุด หรือ -1.78% ขณะที่ดัชนี CAC-40 ของฝรั่งเศสปิดที่ 7,665.62 จุด ลดลง 142.25 จุด หรือ -1.82% และดัชนี DAX ของเยอรมนีปิดที่ 22,380.19 จุด ลดลง 459.37 จุด หรือ -2.01%

การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นและส่งผลกระทบต่อการคาดการณ์การฟื้นตัวของสินทรัพย์เสี่ยง การประชุมของธนาคารกลางยุโรป (ECB) เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาเห็นการคงอัตราดอกเบี้ย ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์คาดว่าจะมีการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนเม.ย. นี้

การส่งนาวิกโยธินและกำลังพลเพิ่มเติมจากกองทัพสหรัฐฯ ไปยังตะวันออกกลาง และการโจมตีอิหร่านจากอิสราเอลทำให้สถานการณ์ในภูมิภาคตึงเครียดมากขึ้น ในขณะที่ยุโรปพึ่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลางอย่างมาก ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นส่งผลกระทบต่อดัชนีการค้า

หุ้นกลุ่มท่องเที่ยวและนันทนาการลดลง 1.1% ส่วนหุ้น Unilever ปรับตัวขึ้น 0.5% หลังยืนยันการเจรจากับ McCormick & Company ในการขายธุรกิจอาหาร ขณะที่หุ้น Infineon เพิ่มขึ้น 1.5% หลังจาก J.P.Morgan ปรับเพิ่มคำแนะนำลงทุนให้ "overweight"

#ตลาดหุ้นยุโรป #สงครามตะวันออกกลาง #เงินเฟ้อ #ดอกเบี้ย #ราคาน้ำมัน #STOXX600 #หุ้นยุโรป #ตลาดการเงิน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...