Business Today Thai Politics 20 มีนาคม 2569
“อนุทิน” รับสนองพระบรมราชโองการ เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 สมัยที่ 2
วันนี้ (20 มีนาคม 2569) เวลา 13.30 น. ณ ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร อัญเชิญพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี เดินทางมาถึงที่ทำการพรรคภูมิใจไทย
โดยได้อัญเชิญไปยังสถานที่ในการรับสนองพระบรมราชโองการฯจากนั้น เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้อ่านพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี ความว่า“พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 เห็นชอบด้วยในการแต่งตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ด้วยคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎรอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 158 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี
ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 19 มีนาคม พุทธศักราช 2569 เป็นปีที่ 11 ในรัชกาลปัจจุบัน ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร
จากนั้น นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวหลังรับสนองพระบรมราชโองการว่า “ขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า นายอนุทิน ชาญวีรกูลมีความปลื้มปิติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น หาที่สุดมิได้ที่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้งข้าพระพุทธเจ้า ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี นับเป็นศุภสิริมงคลและขวัญกำลังใจอันสูงสุดของชีวิต ข้าพระพุทธเจ้าและครอบครัวจะขอเทิดทูนพระมหากรุณาธิคุณนี้ ไว้เหนือเกล้าเหนือกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้า จักมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โดยยึดมั่นผลประโยชน์ของชาติ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน และความวัฒนาสถาพรของประเทศไทย สนองพระราชปณิธาน ตามพระปฐมบรมราชโองการและตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญทุกประการ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ”
นายกรัฐมนตรีเป็นประธานงานวันอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งชาติ
วันนี้ (20 มีนาคม 2569) เวลา 09.30 น. ณ โรงแรมเอเชียแอร์พอร์ท อ. ลำลูกกา จ.ปทุมธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดงานวันอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2569
โดยมีนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ปลัดกระทรวงมหาดไทย อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ผู้บริหารและบุคลากรกระทรวงสาธารณสุข หัวหน้าส่วนราชการ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านภาคีเครือข่ายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีและผู้ร่วมงานยืนถวายความอาลัย พร้อมรับชมการแสดงเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ต่อจากนั้นรับชมวีดิทัศน์ “วันอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2569”
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่ารู้สึกดีใจที่ได้มาพบกับ อสม. ทุกท่านอีกครั้ง โดยตัวนายกรัฐมนตรีถือเป็น อสม. ของภาคอีสาน อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ เช่นกัน วันนี้ วันที่ 20 มีนาคม ซึ่งเป็นวันอาสาสมัคร สาธารณสุขแห่งชาติ ประจำปี 2569 โดยทุกครั้งที่มีโอกาสรัฐมนตรีตั้งใจมางานนี้ด้วยตนเอง เพราะถือว่า อสม. เป็น “นักรบชุดเทา” เหมือนกัน เคยร่วมทุกข์ร่วมสุข เคยได้ทำหน้าที่ดูแลสุขภาพของพี่น้องประชาชน ร่วมกันดูแลสถานการณ์โควิดที่ต่อสู้ด้วยกันอย่างหนักหนาสาหัสร่วมกับบุคลากรทางการแพทย์ พยาบาลมาตลอดระยะเวลา 4 ปี ที่ได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ต้องถือว่ามีความผูกพันกัน
ในฐานะที่เป็นนายกรัฐมนตรี มีความเชื่อในความสำคัญของ อสม. มั่นใจว่านอกจากบุคลากรสาธารณสุขที่ทำหน้าที่ดูแลรักษาความเจ็บป่วย ใช้ความรู้ความสามารถในทางการแพทย์แล้ว ยังมี อสม. ที่เป็นผู้ช่วยสำคัญที่มีบทบาทเป็นอย่างมากในการดูแลคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน ที่รัฐบาล กระทรวงสาธารณสุข และประเทศไทยจะขาดไม่ได้ คือ อสม.ทุกคน
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวแสดงความยินดีกับ อสม. ที่ได้รับการคัดเลือกให้รับรางวัลเชิดชูเกียรติอาสาสมัครสาธารณสุขดีเด่น ขอบคุณในความทุ่มเทเสียสละที่ได้ร่วมกันอุทิศกำลังกายกำลังใจและเวลาอย่างเต็มที่ในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อดูแลสุขภาพและคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน
“ประเทศไทยของเราได้รับการชื่นชมจากองค์การอนามัยโลก และได้รับการยอมรับจากนานาประเทศว่ามีระบบสาธารณสุขที่ดี มีความเข้มแข็ง และมีศักยภาพสูง ทุกครั้งที่ได้รับคำชื่นชมในเรื่องนี้ จะมี 2 สิ่งที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึง คือ ระบบประกันสุขภาพทั่วหน้าและการมีอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน เพราะน้อยประเทศที่จะมีแบบเรา เป็นเรื่องที่น่าภูมิใจ”
ด้วยบทบาทที่มีคุณค่าเช่นนี้ รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพของ อสม. อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งยกระดับ อสม. ยุคใหม่ให้ก้าวสู่การเป็น “สมาร์ท อสม.” ที่มีของความรู้ด้านสุขภาพอย่างรอบด้าน และมีทักษะที่ทันสมัย พร้อมนำเทคโนโลยีมาใช้เป็นเครื่องมือในการเชื่อมความรู้เรื่องสุขภาพไปสู่ประชาชนทุกหลังคาเรือนเพื่อให้ประชาชนได้รับการบริการสุขภาพที่สะดวกรวดเร็วอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม
“สีหศักดิ์” ย้ำ “ทูตอิหร่าน” ช่วย 3 ลูกเรือมยุรีนารี ขอเรือพาณิชย์ไทยผ่านช่อง ฮอร์มุซ”
20 มี.ค.2569- นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ หารือกับนายนอเศเรดดีน ฮัยแดรี เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทย เพื่อย้ำคำขอของไทยเรื่องการให้ความช่วยเหลือลูกเรือไทย 3 คนบนเรือ “มยุรีนารี” โดยเฉพาะการสนับสนุนภารกิจด้านมนุษยธรรมดังกล่าวโดยกองทัพเรืออิหร่าน และการอนุญาตให้เรือพาณิชย์ไทยเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัย
เอกอัครราชทูตอิหร่านฯ กล่าวว่า ได้แจ้งให้เมืองหลวงทราบคำขอดังกล่าวแล้ว โดยในหลักการทางการอิหร่านยินดีให้ความช่วยเหลือทั้งสองข้อ และพร้อมสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือลูกเรือไทย ส่วนประเด็นการผ่านช่องแคบฮอร์มุซของเรือพาณิชย์ไทยซึ่งรัฐมนตรีสองฝ่ายได้หารือร่วมกันแล้ว เอกอัครราชทูตฯ เห็นด้วยว่าไทยในฐานะมิตรประเทศควรได้รับอนุญาตให้เดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซด้วย ทั้งนี้ รับจะไปติดตามให้เมืองหลวงมีความเห็นตอบกลับโดยเร็ว
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้ย้ำท่าทีไทยที่เรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกลับสู่กระบวนการเจรจาและการทูต ซึ่งเอกอัครราชทูตฯ ได้ร้องขอให้ไทย รวมถึงประเทศอาเซียนพูดคุยกับประเทศคู่ขัดแย้งที่เกี่ยวข้องให้หยุดการโจมตีอิหร่านโดยเร็ว
ศบก. แถลงเร่งอพยพคนไทยจากกรุงเตหะรานไปตุรกี
ทำเนียบ วันนี้ (20 มี.ค.) นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือคนไทยว่า
สถานการณ์ในภูมิภาคยังคงความรุนแรง และขยายวงจากเป้าหมายทางทหารไปสู่การแลกเปลี่ยนการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีรายงานว่ามีการโจมตีนิคมอุตสาหกรรมราส ลัฟฟาน ในกาตาร์ซึ่งเป็นหนึ่ง ในฐานการผลิตน้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีลำดับต้นของโลก ก่อให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้างและอาจเพิ่มความเสื่อมต่อระบบพลังงานในภูมิภาค
ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและราคาน้ำมันในตลาดโลกอย่างมีนัยยะสำคัญ เนื่องจากสถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง กระทรวงการต่างประเทศ จึงขอให้คนไทยพิจารณาออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด ติดตามข่าวสาร และคำแนะนำจากช่องทางทางการอย่างเคร่งครัดรวมทั้งลงทะเบียนแจ้งข้อมูลที่อยู่ และช่องทางติดต่อกับสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ที่รับผิดชอบ
นายปาณิดล กล่าวถึงการนำศพแรงงานไทยชาวชัยภูมิ ที่เสียชีวิต จากเหตุระเบิดที่อิสราเอล กลับไทย ว่า สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ได้ติดต่อกับครอบครัวตั้งแต่เกิดเหตุ และอยู่ระหว่างประสานงานกับรัฐบาลอิสราเอลอย่างใกล้ชิด เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนในการส่งร่างผู้เสียชีวิตกลับประเทศไทยโดยเร็วต่อไป ขณะเดียวกัน กรมการกงสุลโดยสำนักงานหนังสือเดินทางจังหวัดนครราชสีมา จะลงพื้นที่ไปเยี่ยมญาติของผู้เสียชีวิต ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงแรงงาน จะติดตามเรื่องเงินชดเชย และสิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวข้องจากทางการอิสราเอลอย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้ เอกอัครราชทูตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่เยี่ยมแรงงานไทยในอิสราเอลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้กำลังใจ รับฟังปัญหา และสะท้อนความต้องการต่าง ๆ โดยแรงงานส่วนใหญ่ยังมีกำลังใจที่ดี พร้อมขอให้ติดตามประกาศด้านความปลอดภัยจากสถานเอกอัครราชทูตอย่างใกล้ชิด
สำหรับสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา กำลังประสานการอพยพคนไทยอีก 4 คน จากเมืองบันดาอับบาส ประเทศอิหร่าน และนักศึกษาจากเมืองกุม 6 คน รวมทั้งสิ้น 10 คน เดินทางทางบกข้ามไปตุรกีเพื่อเดินทางต่อไป ซึ่งใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 ชั่วโมง
ขณะที่ เมื่อวานนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้หารือกับเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทย เพื่อย้ำคำขอของไทย เรื่องการให้ความช่วยเหลือลูกเรือไทย 3 คน บนเรือมยุรีนารี โดยการให้กองทัพเรืออิหร่าน สนับสนุนภารกิจด้านมนุษยธรรมดังกล่าว ตลอดจนการอนุญาตให้เรือพาณิชย์ไทยผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัย ซึ่งฝ่ายอิหร่านรับทราบและอยู่ระหว่างดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ยังย้ำท่าทีไทย ที่เรียกร้องให้ทุกฝ่ายกลับสู่กระบวนการเจรจาและการทูตให้ยุติการโจมตีโดยเร็ว
สำหรับกรณีนิคมอุตสาหกรรมในกาตาร์ที่ถูกโจมตีด้วยอาวุธอิหร่านนั้น สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโดฮา ได้ติดต่ออย่างใกล้ชิดกับแรงงานไทย 35 คนในพื้นที่ ซึ่งทุกคนปลอดภัยมีความกำลังใจดี ไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงใดๆ
ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์มีคนไทยได้รับความช่วยเหลือให้เดินทางออกจากประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางมาจากประเทศไทย หรือไปประเทศที่ 3 รวมทั้งสิ้น 1,209 คน รัฐบาลไทยยึดมั่นในการให้ความช่วยเหลือคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบในพื้นที่อันตรายให้ออกจากพื้นที่อันตรายในโอกาสแรก
“พาณิชย์” ยันสินค้ายังมีเพียงพอ ผู้ประกอบการรายใหญ่ให้ความร่วมมือตรึงราคาต่อ
ทำเนียบ วันนี้ (20 มี.ค. ) นางสาวกนิษฐา กังสวนิช ผู้ตรวจราชการและรองโฆษกกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงมาตรการดูแลค่าครองชีพและควบคุมราคาสินค้า ว่านางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้กำชับให้พาณิชย์จังหวัดทั้ง 76 จังหวัด ติดตามสถานการณ์ค่าครองขีพอย่างใกล้ชิด และกำกับดูแลไม่ให้มีการฉวยโอกาสจากการที่ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นและจำหน่ายสินค้าเกินกว่าต้นทุนจริง ซึ่งเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภค
ตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม กระทรวงพาณิชย์ร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของรัฐ เช่นกองบังคับการปราบปรามเกี่ยวกับการกระทำความผิดคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ออกสุ่มตรวจสถานประกอบการรวมกว่า 1600 แห่ง แบ่งเป็นสถานีบริการน้ำมัน 1,027 ร้าน จำหน่ายปุ๋ยเคมี 346 แห่ง ตลาดค้าปลีขายส่งจำนวน 252 แห่ง
พบการกระทำความผิด 8 ราย ใน 7 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร สระแก้ว สกลนคร อุบลราชธานี เชียงราย นครศรีธรรมราช และ นครพนม เป็นกรณีไม่ปิดป้ายแสดงราคาทั้งหมด โดยเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปรียบเทียบปรับตามกฎหมายแล้ว และเมื่อวานนี้ได้มีการตรวจสอบสถานประกอบการเพิ่มเติมเกือบ 300 แห่ง แบ่งเป็น สถานีบริการน้ำมัน 187 ร้านปุ๋ยเคมี 49 ตลาดค้าปลีกค้าส่ง 41 แห่ง พบการกระทำความผิด 2 ราย ที่นครศรีธรรมราช และอ่างทอง เป็นกรณีไม่ปิดป้ายแสดงราคาและจำหน่ายราคาสูงเกินควร ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายแล้ว
นอกจากนี้กระทรวงพาณิชย์ได้หารือกับผู้ประกอบการสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่จำนวน 9 ราย พบว่าปัจจุบันสต๊อกสินค้ายังมีเพียงพอและสามารถตรึงราคาต่อไปได้อีกในระยะหนึ่ง
“กระทรวงพาณิชย์ขอเรียนยืนยันว่า จะกำกับดูแลราคาสินค้าและบริการอย่างใกล้ชิด ควบคู่กับการดูแลเสถียรภาพด้านราคาและต้นทุนการผลิต เพื่อให้ผู้ประกอบการและเกษตรกรสามารถดำเนินธุรกิจและกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่องและเป็นธรรม โดยยึดประโยชน์ของประชาชนในประเทศไทยสำคัญ ทั้งนี้กระทรวงพาณิชย์ พร้อมจะทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน ในการปรับมาตรการต่างๆให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างทันท่วงที”