โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

TISCO กางแผน 3 ยุทธศาสตร์ เข้า Jump+ ชู AI ขับเคลื่อนองค์กร ตั้งเป้า ROAE แตะ 15-17% ภายในปี 71

การเงินธนาคาร

อัพเดต 20 มี.ค. เวลา 14.39 น. • เผยแพร่ 20 มี.ค. เวลา 07.39 น.

กลุ่มทิสโก้ เข้าร่วมโครงการ JUMP+ ของตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดโรดแมปเติบโตยั่งยืนผ่าน 3 แกนหลัก "ธุรกิจ-ธรรมาภิบาล-สิ่งแวดล้อม" เตรียมส่ง AI ยกระดับการบริการเต็มรูปแบบ พร้อมวางเป้าหมายสร้างผลตอบแทนผู้ถือหุ้น ระดับ 15-17% ต่อเนื่องสม่ำเสมอภายในปี 2571

20 มีนาคม 2569 - นายศักดิ์ชัย พีชะพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จํากัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กลุ่มทิสโก้เข้าร่วมโครงการ JUMP+ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย อย่างเป็นทางการ เพื่อยกระดับศักยภาพองค์กรและเสริมความเชื่อมั่นในตลาดทุน โดยมุ่งขับเคลื่อนธุรกิจสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนภายใต้กรอบการพัฒนา 3 มิติหลัก ได้แก่ ธุรกิจ (Business) ธรรมาภิบาล (Governance) และสิ่งแวดล้อม (Climate Action)

ในด้านธุรกิจ กลุ่มทิสโก้กำหนดทิศทางเชิงกลยุทธ์ที่เน้นการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาเป็นกลไกขับเคลื่อนการพัฒนาองค์กร ทั้งในมิติของการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และคุณภาพการให้บริการลูกค้า พร้อมตั้งเป้าอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเฉลี่ย (ROAE) ภายในปี 2571 ให้อยู่ในระดับ 15–17% อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ

โดย แผนกลยุทธ์แรก มุ่งเน้นการใช้ AI เพื่อเพิ่มความแม่นยำ รวดเร็ว และสม่ำเสมอในการดูแลลูกค้า ยกตัวอย่าง “พี่รู้ดี AI Virtual Coach” ระบบผู้ช่วยอัจฉริยะที่ช่วยให้พนักงานสามารถให้คำแนะนำและให้บริการลูกค้าได้ตรงจุด และมีมาตรฐานเดียวกันทุกสาขาทั่วประเทศ ทั้งในส่วนของธนาคารและสมหวัง เงินสั่งได้

ส่วน แผนกลยุทธ์ที่สอง คือการนำ AI มาเชื่อมโยงเข้ากับทุกมิติของการบริหารความมั่งคั่ง โดยผสานกับความเชี่ยวชาญของที่ปรึกษาทางการเงินเข้ากับแพลตฟอร์ม TISCO My Goal, My Wealth และ My Fund เพื่อมอบประสบการณ์การวางแผนการเงินที่ตอบโจทย์เฉพาะบุคคล และเสริมความพร้อมด้านการวางแผนเกษียณแก่ลูกค้าทั้งกลุ่มการเงินทิสโก้ ในการตอบโจทย์สังคมผู้สูงวัย ซึ่งเป็น Mega Trend ของไทย

ด้านธรรมาภิบาล กลุ่มทิสโก้ มุ่งยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลกิจการอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างความโปร่งใสและตรวจสอบได้ โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนกรรมการอิสระให้เกินกว่า 50% ของคณะกรรมการบริษัทภายในปี 2569 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์กำกับดูแลในปัจจุบันที่กำหนดให้มีกรรมการอิสระไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนกรรมการทั้งหมด

พร้อมทั้งขยายมาตรการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชันไปยังคู่ค้าสำคัญมากขึ้น ตลอดจนเตรียมนำกรอบความรับผิดชอบด้านปัญญาประดิษฐ์ (Responsible AI Reporting Framework) มาใช้ในการกำกับดูแล ประเมินความถูกต้องและโปร่งใส สะท้อนความตั้งใจของกลุ่มทิสโก้ในการเสริมสร้างธรรมาภิบาลที่เข้มแข็ง และยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการองค์กรให้สอดคล้องแนวปฏิบัติที่ดีในระดับสากล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาวแก่ผู้ถือหุ้น นักลงทุน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

สำหรับด้านสิ่งแวดล้อม กลุ่มทิสโก้ยังคงมุ่งเสริมสร้างประสิทธิภาพการใช้พลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างต่อเนื่อง ผ่านการขยายการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ในสาขาธนาคารและสาขาสมหวัง เงินสั่งได้ เพื่อเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนภายในองค์กร รวมถึงการปรับเปลี่ยนรถยนต์ใช้น้ำมันภายในองค์กรเป็นรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อลดการปล่อยคาร์บอนในระยะยาว

โดยดำเนินการควบคู่กับมิติในด้านธุรกิจ ด้วยการส่งเสริมสินเชื่อสีเขียว (Green Financing) และควบคุมการให้สินเชื่อที่อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม รวมถึงโครงการปลูกป่าที่ร่วมกับชุมชนเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ทั้งหมดนี้เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม

นายศักดิ์ชัย กล่าวว่า การเข้าร่วมโครงการ JUMP+ ไม่เพียงช่วยยกระดับแนวทางการพัฒนาองค์กรของทิสโก้เท่านั้น หากยังสะท้อนความมุ่งมั่นของบริษัทในการเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับคุณภาพตลาดทุนไทย พร้อมสร้างคุณค่าให้แก่ผู้ถือหุ้น ลูกค้า พนักงาน และสังคมอย่างยั่งยืน ภายใต้หลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า โครงการ Jump+ เป็นหนึ่งในโครงการที่สำคัญที่สุดของ ตลท. ในช่วง 1 ปี ถึง 1 ปีครึ่งที่ผ่านมา โดยเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ "The trusted gateway to inclusive communities" เพื่อสร้างพื้นที่ที่น่าเชื่อถือ ให้กับระบบนิเวศของตลาดทุนไทยอย่างเป็นรูปธรรม

การเข้าร่วมของกลุ่มทิสโก้ในครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่น่าภาคภูมิใจ ที่สถาบันการเงินรายใหญ่อย่างทิสโก้เข้ามามีส่วนร่วม จะเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับบริษัทจดทะเบียนอื่นๆ ในอุตสาหกรรม ในการร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างการเติบโต และสร้างมูลค่าเพิ่ม

ทั้งนี้ ตลท. มองว่าการตัดสินใจเข้าร่วมโครงการ Jump+ ไม่ใช่เรื่องง่ายและต้องผ่านการไตร่ตรองอย่างรอบคอบจากทั้งคณะกรรมการและผู้บริหารของบริษัท เนื่องจากโครงการนี้ต้องการพันธสัญญา (Commitment) ที่เข้มข้นในการสื่อสารแผนงานการลงทุน และการนำเสนอข้อมูลบทวิเคราะห์ที่พร้อมเพื่อประโยชน์สูงสุดของนักลงทุน

“ตลท. ขอบคุณกลุ่มทิสโก้ ที่ได้ระดมทีมงานผู้เชี่ยวชาญทั้งจากภายในและภายนอกองค์กร เพื่อสนับสนุนโครงการนี้ให้เป็นตัวอย่างความสำเร็จแก่ระบบนิเวศตลาดทุนและสร้างประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติอย่างยั่งยืน” นายอัสสเดช กล่าว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ ตลาดหุ้นทั้งไทยและต่างประเทศ ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...