TISCO กางแผน 3 ยุทธศาสตร์ เข้า Jump+ ชู AI ขับเคลื่อนองค์กร ตั้งเป้า ROAE แตะ 15-17% ภายในปี 71
กลุ่มทิสโก้ เข้าร่วมโครงการ JUMP+ ของตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดโรดแมปเติบโตยั่งยืนผ่าน 3 แกนหลัก "ธุรกิจ-ธรรมาภิบาล-สิ่งแวดล้อม" เตรียมส่ง AI ยกระดับการบริการเต็มรูปแบบ พร้อมวางเป้าหมายสร้างผลตอบแทนผู้ถือหุ้น ระดับ 15-17% ต่อเนื่องสม่ำเสมอภายในปี 2571
20 มีนาคม 2569 - นายศักดิ์ชัย พีชะพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จํากัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กลุ่มทิสโก้เข้าร่วมโครงการ JUMP+ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย อย่างเป็นทางการ เพื่อยกระดับศักยภาพองค์กรและเสริมความเชื่อมั่นในตลาดทุน โดยมุ่งขับเคลื่อนธุรกิจสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนภายใต้กรอบการพัฒนา 3 มิติหลัก ได้แก่ ธุรกิจ (Business) ธรรมาภิบาล (Governance) และสิ่งแวดล้อม (Climate Action)
ในด้านธุรกิจ กลุ่มทิสโก้กำหนดทิศทางเชิงกลยุทธ์ที่เน้นการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาเป็นกลไกขับเคลื่อนการพัฒนาองค์กร ทั้งในมิติของการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และคุณภาพการให้บริการลูกค้า พร้อมตั้งเป้าอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเฉลี่ย (ROAE) ภายในปี 2571 ให้อยู่ในระดับ 15–17% อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ
โดย แผนกลยุทธ์แรก มุ่งเน้นการใช้ AI เพื่อเพิ่มความแม่นยำ รวดเร็ว และสม่ำเสมอในการดูแลลูกค้า ยกตัวอย่าง “พี่รู้ดี AI Virtual Coach” ระบบผู้ช่วยอัจฉริยะที่ช่วยให้พนักงานสามารถให้คำแนะนำและให้บริการลูกค้าได้ตรงจุด และมีมาตรฐานเดียวกันทุกสาขาทั่วประเทศ ทั้งในส่วนของธนาคารและสมหวัง เงินสั่งได้
ส่วน แผนกลยุทธ์ที่สอง คือการนำ AI มาเชื่อมโยงเข้ากับทุกมิติของการบริหารความมั่งคั่ง โดยผสานกับความเชี่ยวชาญของที่ปรึกษาทางการเงินเข้ากับแพลตฟอร์ม TISCO My Goal, My Wealth และ My Fund เพื่อมอบประสบการณ์การวางแผนการเงินที่ตอบโจทย์เฉพาะบุคคล และเสริมความพร้อมด้านการวางแผนเกษียณแก่ลูกค้าทั้งกลุ่มการเงินทิสโก้ ในการตอบโจทย์สังคมผู้สูงวัย ซึ่งเป็น Mega Trend ของไทย
ด้านธรรมาภิบาล กลุ่มทิสโก้ มุ่งยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลกิจการอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างความโปร่งใสและตรวจสอบได้ โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนกรรมการอิสระให้เกินกว่า 50% ของคณะกรรมการบริษัทภายในปี 2569 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์กำกับดูแลในปัจจุบันที่กำหนดให้มีกรรมการอิสระไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนกรรมการทั้งหมด
พร้อมทั้งขยายมาตรการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชันไปยังคู่ค้าสำคัญมากขึ้น ตลอดจนเตรียมนำกรอบความรับผิดชอบด้านปัญญาประดิษฐ์ (Responsible AI Reporting Framework) มาใช้ในการกำกับดูแล ประเมินความถูกต้องและโปร่งใส สะท้อนความตั้งใจของกลุ่มทิสโก้ในการเสริมสร้างธรรมาภิบาลที่เข้มแข็ง และยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการองค์กรให้สอดคล้องแนวปฏิบัติที่ดีในระดับสากล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาวแก่ผู้ถือหุ้น นักลงทุน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
สำหรับด้านสิ่งแวดล้อม กลุ่มทิสโก้ยังคงมุ่งเสริมสร้างประสิทธิภาพการใช้พลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างต่อเนื่อง ผ่านการขยายการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ในสาขาธนาคารและสาขาสมหวัง เงินสั่งได้ เพื่อเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนภายในองค์กร รวมถึงการปรับเปลี่ยนรถยนต์ใช้น้ำมันภายในองค์กรเป็นรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อลดการปล่อยคาร์บอนในระยะยาว
โดยดำเนินการควบคู่กับมิติในด้านธุรกิจ ด้วยการส่งเสริมสินเชื่อสีเขียว (Green Financing) และควบคุมการให้สินเชื่อที่อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม รวมถึงโครงการปลูกป่าที่ร่วมกับชุมชนเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ทั้งหมดนี้เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม
นายศักดิ์ชัย กล่าวว่า การเข้าร่วมโครงการ JUMP+ ไม่เพียงช่วยยกระดับแนวทางการพัฒนาองค์กรของทิสโก้เท่านั้น หากยังสะท้อนความมุ่งมั่นของบริษัทในการเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับคุณภาพตลาดทุนไทย พร้อมสร้างคุณค่าให้แก่ผู้ถือหุ้น ลูกค้า พนักงาน และสังคมอย่างยั่งยืน ภายใต้หลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม
นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า โครงการ Jump+ เป็นหนึ่งในโครงการที่สำคัญที่สุดของ ตลท. ในช่วง 1 ปี ถึง 1 ปีครึ่งที่ผ่านมา โดยเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ "The trusted gateway to inclusive communities" เพื่อสร้างพื้นที่ที่น่าเชื่อถือ ให้กับระบบนิเวศของตลาดทุนไทยอย่างเป็นรูปธรรม
การเข้าร่วมของกลุ่มทิสโก้ในครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่น่าภาคภูมิใจ ที่สถาบันการเงินรายใหญ่อย่างทิสโก้เข้ามามีส่วนร่วม จะเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับบริษัทจดทะเบียนอื่นๆ ในอุตสาหกรรม ในการร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างการเติบโต และสร้างมูลค่าเพิ่ม
ทั้งนี้ ตลท. มองว่าการตัดสินใจเข้าร่วมโครงการ Jump+ ไม่ใช่เรื่องง่ายและต้องผ่านการไตร่ตรองอย่างรอบคอบจากทั้งคณะกรรมการและผู้บริหารของบริษัท เนื่องจากโครงการนี้ต้องการพันธสัญญา (Commitment) ที่เข้มข้นในการสื่อสารแผนงานการลงทุน และการนำเสนอข้อมูลบทวิเคราะห์ที่พร้อมเพื่อประโยชน์สูงสุดของนักลงทุน
“ตลท. ขอบคุณกลุ่มทิสโก้ ที่ได้ระดมทีมงานผู้เชี่ยวชาญทั้งจากภายในและภายนอกองค์กร เพื่อสนับสนุนโครงการนี้ให้เป็นตัวอย่างความสำเร็จแก่ระบบนิเวศตลาดทุนและสร้างประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติอย่างยั่งยืน” นายอัสสเดช กล่าว