โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ไขปม! น้ำมันขาดปั๊ม ยอดใช้ใต้ดินโผล่! ทำไง?

หุ้นวิชั่น

อัพเดต 20 มี.ค. เวลา 11.52 น. • เผยแพร่ 20 มี.ค. เวลา 04.52 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้น

หุ้นวิชั่น - ดร.ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน บอกว่า ตอนนี้สถานการณ์ที่หนักที่สุดคือเรื่องน้ำมัน เห็นข่าวเรื่องการขาดแคลนต่างๆ จริงแล้วขอยืนยันว่า น้ำมันดิบได้ทยอยเข้ามาแทบทุกวัน มีพอร์ตที่กำลังขนส่งเข้ามา มีตารางและแผนรายวันที่ชัดเจน เรียกว่าไม่ต้องกังวลเลย น้ำมันดิบจะเข้ามาอย่างแน่นอน

โรงกลั่นก็เดินเครื่องเต็ม 100% ถึง 108% ด้วยซ้ำ เฉพาะในกลุ่ม PTT (เช่น TOP , IRPC, PTTGC) ก็คิดเป็น 80% ของปริมาณการกลั่นทั้งหมดแล้ว ส่วน BCP ก็แจ้งว่า จากปกติกลั่นอยู่ 270 KBD ก็เพิ่มกำลังมาเป็น 300 กว่า KBD เรียกว่า ทุกโรงกลั่นเดือนเครื่องเต็มที่

และทำไม! ไม่พอกับความต้องการ

ปกติการใช้น้ำมันย้อนหลังไป โดยเฉพาะดีเซลใช้อยู่ประมาณ 67 ล้านลิตรต่อวัน กำลังการกลั่นทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 72-75 ล้านลิตร เต็มที่ตอนนี้คือได้ 77 ล้านลิตร ซึ่งถ้าความต้องการมาที่ 67 ล้านลิตรก็ถือว่าเหลือเฟือ

แต่ตอนนี้คนมาเติมเฉลี่ยวันละประมาณ 84 ล้านลิตร ส่วนที่เกินตรงนี้เลยมีปัญหา คือความต้องการพุ่งสูง ถามว่าทำไมคนมาเติมเยอะ ก็เพราะกลัวและพยายามสำรองกักตุน เชื่อว่ามีสงครามอยู่ยังไงเก็บไว้ก่อนดีกว่า ใครมีถังมีอะไรก็มาเติม

แต่จะมีพวกกักตุนที่หากันไม่เจอ ผมสั่งการให้พลังงานจังหวัด ผู้ตรวจพลังงาน ร่วมกับพาณิชย์จังหวัดและกระทรวงมหาดไทย ลงตระเวนหาว่าน้ำมันอยู่ที่ไหน หาเส้นทาง 84 ล้านลิตรต่อวันที่เอาออกไป เพราะยังไงเขาก็ไม่มีทางใช้หมดในทันที เขามีรถอยู่เท่านี้คัน มันไม่มีทางที่ยอดใช้จะพุ่งมากขนาดไปถึง 84 หรือบางวันไปถึง 100 กว่าล้านลิตร

มีความต้องการอีกตัวหนึ่ง นอกจากการกักตุนใส่แทงค์ ซึ่งมีข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ พอแทงค์เต็มก็ตุนต่อไม่ได้

แต่ปรากฏว่าดีมานด์ที่โผล่ขึ้นมาคือ กลุ่มที่แต่ก่อนเคยใช้น้ำมันเถื่อน สมัยก่อนน้ำมันเถื่อนจากมาเลเซียถูกกว่าบ้านเรา 20 กว่าบาท ของเรา 30-33 บาท การใช้น้ำมันเถื่อนประหยัดไปลิตรละ 10 บาท แต่พอตอนนี้กองทุนน้ำมันอุ้มราคา ใส่เงินอุดหนุนไป 20 บาท ทำให้น้ำมันถูกกฎหมายในบ้านเราถูกกว่าน้ำมันเถื่อน

“เขาก็เลิกใช้น้ำมันเถื่อนและหันมาใช้น้ำมันในระบบแทน ฉะนั้นยอด 84 ล้านลิตรที่เพิ่มขึ้นมา ส่วนใหญ่อาจจะไม่ใช่แค่การกักตุน แต่มาจากกลุ่มที่เคยใช้น้ำมันเถื่อนเดิมหันเข้ามาในระบบ บางทีมันก็สอนเราว่า การใช้เงินมาอุ้มราคา ซึ่งเราก็พยายามเต็มที่ไม่ให้มีผลกระทบกับประชาชน แต่ทำให้ตลาดบิดเบือน (Distort) เพี้ยนไปหมด”

ความเพี้ยนอีกอย่างคือ ในวงการน้ำมันจะมี 2 ตลาดหลัก คือ "ตลาดค้าปลีก" ที่เราเติมตามปั๊ม และ "ตลาดค้าส่ง" โดยมีจ๊อบเบอร์ไปรับน้ำมันจากผู้ค้ารายใหญ่ (ม.7) หรือโรงกลั่น แล้วไปขายต่อให้ปั๊มอิสระ ปั๊มหลอด ธุรกิจอุตสาหกรรม หรือภาคขนส่ง

คราวนี้ตลาดค้าส่งมีปัญหา พอสถานการณ์ตึงตัว โรงกลั่นผลิตได้จำกัดก็พยายามป้อนน้ำมันไปที่ปั๊มของตัวเองก่อน ทำให้จ๊อบเบอร์หาของไม่ได้ หรือถ้าได้ก็ต้องซื้อในราคาแพง ปกติจ๊อบเบอร์ขายบวกกำไรแค่หลัก 10-20 สตางค์ แต่พอของไม่มี บางแห่งก็ยกราคาหนีไม่อยากขาย แต่ลูกค้าอย่างกลุ่มอุตสาหกรรม ก่อสร้าง ขนส่ง ก็ต้องยอมซื้อเพราะรถหรือคนงานจะหยุดทำงานไม่ได้ 40-50 บาทก็ต้องซื้อ

ตลาดค้าส่งน้ำมัน จะไม่เหมือนตลาดค้าปลีกที่มีกระทรวงพาณิชย์และพลังงานคอยคุมราคาหน้าป้าย ตลาดค้าส่งเขาตกลงราคากันเอง พอของไม่มีก็โก่งราคา พอราคาค้าส่งขึ้นไปสูง ลูกค้าของค้าส่งก็เลยเอารถบรรทุกเอาถังมาต่อคิวเติมหน้าปั๊มค้าปลีกแทน เพราะราคาหน้าปั๊มถูกกว่าที่ 30 บาท ตลาดสองระบบจึงปะปนกันวุ่นวาย หัวจ่ายปั๊มและปริมาณน้ำมันจึงไม่พอรองรับ เกิดความโกลาหล รถต่อแถวยาว

แนวทางแก้ไขคือ

  • จะผ่อนผันเรื่องการสำรองน้ำมัน (Legal Reserve) ตามกฎหมายผู้ค้าต้องมีสำรอง 25 วัน แต่เราจะผ่อนผันให้สามารถเอาน้ำมันส่วนนี้ออกไปหมุนเวียนในตลาดเพื่อทดแทนยอดการใช้ที่พุ่งสูงได้
  • บังคับให้โรงกลั่นและผู้ค้า ม.7 รายงานข้อมูลว่าขายน้ำมันให้ใครบ้าง จึงต้องรายงานให้ชัดเจน และขอให้จัดสรรโควต้าตามปริมาณเฉลี่ยที่ลูกค้าเคยซื้อเมื่อปีที่แล้ว เพื่อกรองกลุ่มที่แต่ก่อนเคยใช้น้ำมันเถื่อนแต่เพิ่งมาขอซื้อรอบใหญ่ในปีนี้ กรมธุรกิจพลังงานจะคอยสอดส่องว่า น้ำมันกระจายไปถึงใครบ้าง จะได้ไม่สูญหายไปในระบบ
  • พยายามนำไบโอดีเซลเข้ามาช่วย เช่น การปรับเพิ่มจาก B5 เป็น B7 และพยายามจะทำ B20 เพราะช่วงนี้ผลผลิตน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ในประเทศออกเยอะ แต่ติดปัญหาเรื่องสารเคมีทำ B100 หายากนิดหน่อย ส่วนฝั่งแก๊สโซฮอล์ก็พยายามให้คนมาใช้ E20 มากขึ้น เพราะตอนนี้ถูกกว่า E10
  • รณรงค์เรื่องการประหยัดพลังงาน พยายามตรึงราคาให้ต่ำที่สุดเพื่อไม่ให้กระทบราคาสินค้า แต่กลายเป็นว่าคนก็ยังใช้น้ำมันปกติ จึงอยากขอความร่วมมือให้ช่วยกันลดการเดินทาง เช่น การ Work From Home หรือประชุมออนไลน์

ส่วนสถานการณ์ด้านไฟฟ้านั้นถือว่าวิกฤตน้อยกว่า น้ำมันที่เราใช้นำเข้าถึง 90% และกว่าครึ่งหนึ่งของยอดนำเข้านั้นมาจากตะวันออกกลาง พอเกิดสงครามจึงได้รับผลกระทบเต็มๆ จากราคาตลาดโลก

แต่สำหรับการผลิตไฟฟ้า เราใช้ก๊าซ LNG นำเข้าประมาณ 40% ซึ่งในจำนวนนี้มาจากตะวันออกกลางเพียง 24% (คิดเป็นประมาณ 10% ของภาพรวมทั้งหมด) และเรายังมีก๊าซในอ่าวไทยมาช่วยถัวเฉลี่ยได้ ฝั่งไฟฟ้าจะพยายามตรึงราคาไว้ ถ้าขึ้นก็คงไม่เยอะเท่าน้ำมันที่ต้องอุ้มถึงลิตรละ 20 บาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...