เอเซีย พลัสส่องหุ้นท่องเที่ยว หลังสงครามยืดเยื้อ-แนะกลยุทธ์ลงทุน
#ทันหุ้น-บล.เอเซีย พลัส ระบุว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางย่างเข้าสู่วันที่ 20 และความรุนแรงขยับเข้าสู่การโจมตีแหล่งพลังงานในตะวันออกกลาง ทำให้ค่าพลังงานใน EU ปรับขึ้น ด้านราคาน้ำมันที่ยืนสูง ส่งผลให้ค่าตั๋วเครื่องบินหลายสายการบินขึ้นผ่าน Fuel surcharge อาทิ THAI ปรับขึ้น 10% -15%
ฝ่ายวิจัยเอเซีย พลัส มองหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว ในส่วนของหุ้น MINT ค่าสาธารณูปโภคของโรงแรมใน EU คิดเป็นสัดส่วน 4% – 6% แม้การขึ้นของค่าไฟใน EU ยังไม่ส่งผลในปีนี้ เนื่องจากทำสัญญาล่วงหน้าแล้วแต่มีแนวโน้มต่อเนื่อง (ยกเว้น EU จะหันกลับไปนำเข้าก๊าซจากรัสเซียทดแทน)
ขณะที่ในฝั่งไทยสัดส่วนค่าใช้จ่ายสาธารณูปโภค ของ AOT อยู่ที่ราว 7% ของ OPEX และโรงแรมไทย (CENTEL, ERW) มองไม่แตกต่างกับสัดส่วนของ MINT ข้างต้นแต่ค่าไฟในไทยมีกลไกรัฐชะลอการขึ้นระยะสั้นช่วยลดทอน โดยรวมประเมินจากประเด็นค่าพลังงาน กลุ่มท่องเที่ยวไทยมีแรงกดดันน้อยกว่า MINT
ส่วนระยะถัดไป ด้วยความขัดแย้งในตะวันออกกลางยืดเยื้อและรุนแรงกว่าในอดีต ทำให้ภาพลักษณ์ในสายตานักท่องเที่ยวเริ่มเปลี่ยนไป จึงมีโอกาสที่ฝั่ง
SEA จะได้ประโยชน์จาก Tourism shift ในฤดูกาลท่องเที่ยวไทยหน้า (4Q69 –1Q70) ดังกระแสที่เกิดกับฤดูท่องเที่ยวในยุโรป
กลยุทธ์การลงทุน แนะทยอยสะสมเชิงกลยุทธ์ (แบ่งไม้รับ) โดยประเมินปัจจัยที่จะทำให้หุ้นในกลุ่มฯ ฟื้นตัวมาจากราคาน้ำมันดิบ Brent กลับไปต่ำ 100 เหรียญต่อบาร์เรล หรือ Fuel surcharge นิ่ง คงชอบท่องเที่ยวไทยในหุ้น AOT, ERW และ CENTEL (ถ้าคลี่คลายมีโอกาสฟื้นไวสุด)