“ทรัมป์” ขู่อิหร่าน หากไม่ยอมดีล สหรัฐพร้อมปลดปล่อยนรก
“ทรัมป์” ขู่อิหร่าน หากไม่ยอมดีล สหรัฐพร้อมปลดปล่อยนรก ยันการเจรจากับอิหร่านยังไม่ถึงทางตัน
วันที่ 26 มีนาคม 2569 เวลา 04.18 น. สำนักข่าว ABC News รายงานว่า โฆษกทำเนียบขาว แคโรไลน์ เลวิตต์ กล่าวเมื่อวันพุธว่า แม้ยังไม่มีความคืบหน้าใหม่มากนักเกี่ยวกับการเจรจาระหว่างสหรัฐและอิหร่าน แต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พร้อมที่จะ“ปลดปล่อยนรก” หากอิหร่านไม่ยอมทำข้อตกลงเพื่อยุติสงคราม
เลวิตต์กล่าวกับผู้สื่อข่าวในการแถลงข่าวว่าประธานาธิบดีต้องการสันติภาพเป็นอันดับแรก และไม่จำเป็นต้องมีความตายและความเสียหายเกิดขึ้นอีก แต่หากอิหร่านไม่ยอมรับความจริงของสถานการณ์ในปัจจุบัน ไม่เข้าใจว่าตนเองพ่ายแพ้ทางทหารแล้ว และยังจะพ่ายแพ้ต่อไป ทรัมป์จะทำให้อิหร่านถูกโจมตีหนักกว่าที่เคยถูกโจมตีมาก่อน พร้อมย้ำว่า ทรัมป์ไม่ใช่คนที่ขู่ลอย ๆ และพร้อมปลดปล่อยนรก โดยเตือนว่าอิหร่านไม่ควรคำนวณสถานการณ์ผิดอีกครั้ง
แหล่งข่าวเปิดเผยกับ ABC News ว่า รัฐบาลทรัมป์ได้ส่งแผนสันติภาพ 15 ข้อไปยังอิหร่านผ่านปากีสถาน อย่างไรก็ตาม สื่อของอิหร่านรายงานว่า อิหร่านปฏิเสธข้อเสนอของสหรัฐ และเจ้าหน้าที่อิหร่านยืนยันว่าไม่มีการเจรจากับสหรัฐเกิดขึ้น
แม้อิหร่านจะปฏิเสธ แต่เลวิตต์ยืนยันว่า การเจรจายังคงดำเนินอยู่ และเรียกว่าเป็นการเจรจาที่มีความคืบหน้า แม้เธอจะหลีกเลี่ยงการให้รายละเอียดเกี่ยวกับเนื้อหาการเจรจา ตัวแทนฝ่ายอิหร่าน หรือกำหนดการพบกันแบบตัวต่อตัว โดยเมื่อถูกถามว่าการเจรจาถึงทางตันหรือไม่ เธอตอบอย่างชัดเจนว่า “ยังไม่ถึงทางตัน”
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ประกาศเลื่อนการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านออกไป 5 วัน เนื่องจากมีการเจรจาที่เขาเรียกว่า“มีความคืบหน้า”
เลวิตต์กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลอิหร่านยังมีโอกาสอีกครั้งที่จะร่วมมือกับทรัมป์ ยุติโครงการนิวเคลียร์อย่างถาวร และหยุดคุกคามสหรัฐและพันธมิตร
ทั้งปากีสถานและอียิปต์ได้เสนอเป็นเจ้าภาพจัดการเจรจาเพื่อยุติความขัดแย้ง โดยมีการพูดถึงความเป็นไปได้ในการพบกันแบบตัวต่อตัวที่กรุงอิสลามาบัด แต่ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ
ทรัมป์เปิดเผยด้วยว่า เขา รองประธานาธิบดี เจ.ดี. แวนซ์ รัฐมนตรีต่างประเทศ มาร์โก รูบิโอ ทูตพิเศษ สตีฟ วิตคอฟฟ์ และจาเร็ด คุชเนอร์ มีส่วนร่วมในการเจรจา
นอกจากนี้ เลวิตต์ยังหลีกเลี่ยงการตอบคำถามเกี่ยวกับของขวัญชิ้นใหญ่ที่ทรัมป์กล่าวว่าอิหร่านมอบให้สหรัฐ โดยทรัมป์ระบุว่าเกี่ยวข้องกับน้ำมันและการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าอาจเป็นเรือบรรทุกน้ำมัน 2 ล้านบาร์เรลที่สามารถผ่านช่องแคบได้สำเร็จ แต่โฆษกทำเนียบขาวไม่ยืนยันเรื่องดังกล่าว
ทรัมป์ยังกล่าวด้วยว่า การเปลี่ยนแปลงผู้นำในอิหร่านเกิดขึ้นแล้ว หลังผู้นำระดับสูงหลายคนถูกสังหารจากการโจมตีของสหรัฐและอิสราเอล อย่างไรก็ตาม โฆษกทำเนียบขาวกล่าวว่ายังเร็วเกินไปที่จะประเมินผู้นำใหม่ของอิหร่าน
แม้สหรัฐจะพยายามหาทางออกทางการทูต แต่ในขณะเดียวกัน สหรัฐยังคงส่งนาวิกโยธินเพิ่มไปยังตะวันออกกลาง และกระทรวงกลาโหมกำลังขออนุมัติงบประมาณเพิ่มเติม 200,000 ล้านดอลลาร์สำหรับปฏิบัติการทางทหาร
เลวิตต์กล่าวว่า ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐซึ่งมีชื่อว่า “Operation Epic Fury” กำลังดำเนินไปตามแผน และใกล้บรรลุเป้าหมายหลักแล้ว โดยระบุว่าสหรัฐดำเนินการเร็วกว่ากำหนดเวลาเดิมที่วางไว้ 4–6 สัปดาห์
อ้างอิง : abcnews.com