โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘เอกนัฏ’ แจงสภา ค่าไฟขยับตามวิกฤตพลังงานโลก เดินหน้าตรึงค่าไฟ 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาท

The Reporters

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

‘พิมพฤดา’ ถาม ‘เอกนัฏ’ เรื่องค่าไฟ เป็นกระทู้สดแรกของสมัยประชุม การันตีค่าไฟ 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาท ภายในเดือน มิ.ย. นี้ พร้อมหนุนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป-รับซื้อไฟคืน รับมือน้ำมันโลกผันผวน

วันนี้ (23 เม.ย. 69) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานในที่ประชุม นางสาวพิมพฤดา ตันจรารักษ์ พรรคภูมิใจไทย ตั้งกระทู้ถามสดเป็นคนแรกของสมัยประชุมนี้ ถึง นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เกี่ยวกับปัญหาค่าไฟฟ้าที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน

นางสาวพิมพฤดา กล่าวว่าจากการลงพื้นที่พบว่าประชาชนจำนวนมากได้รับภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือนเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะค่าไฟฟ้าในช่วงฤดูร้อนและเทศกาลสงกรานต์ที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง โดยการปรับอัตราค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ หรือ ค่า FT ซึ่งมีการทบทวนทุก 4 เดือน โดยรอบบิลเดือน ม.ค.-เม.ย. 69 อยู่ที่ 9.72 สตางค์ต่อหน่วย แม้จะลดลงจากปีก่อน แต่ล่าสุดคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานมีมติปรับขึ้นค่า FT ในรอบเดือน พ.ค.-ส.ค. 69 เป็น 16.23 สตางค์ต่อหน่วย เพิ่มขึ้นร้อยละ 67 ส่งผลให้ค่าไฟเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 3.95 บาทต่อหน่วย และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีกในช่วงปลายปี จากต้นทุนพลังงานโลกที่ผันผวน จึงตั้งคำถามว่ากระทรวงพลังงานจะมีมาตรการระยะสั้นอย่างไรในการบรรเทาภาระค่าไฟของประชาชน โดยเฉพาะช่วงพีคดีมานด์ในฤดูร้อน

ด้านนายเอกนัฏ ชี้แจงว่าปัญหาค่าไฟฟ้าที่ปรับตัวสูงขึ้นเป็นผลกระทบจากสถานการณ์พลังงานโลก โดยเฉพาะความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ราคาพลังงานเพิ่มสูงขึ้น ทั้งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ซึ่งประเทศไทยยังต้องพึ่งพาการนำเข้าก๊าซ LNG ในสัดส่วนประมาณ 30–40% เพื่อนำมาผลิตไฟฟ้า ทำให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าสูงขึ้น และเป็นที่มาของการปรับค่า FT ตามรอบทุก 4 เดือน โดยรอบใหม่ตั้งแต่เดือน พ.ค. นี้ จะทำให้ค่าไฟเฉลี่ยปรับจาก 3.88 บาท เป็นประมาณ 3.95 บาทต่อหน่วย จากการปรับค่าเอฟทีเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามหากคำนวณตามต้นทุนเต็มรูปแบบ ค่าไฟอาจสูงถึง 4.59 บาทต่อหน่วย แต่รัฐบาลเลือกแนวทางชะลอภาระบางส่วน เช่น การพักหนี้และชะลอการลงทุนของหน่วยงานไฟฟ้า เพื่อไม่ให้กระทบประชาชนมากเกินไป

มาตรการเร่งด่วนที่เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีและคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ คือการปรับโครงสร้างค่าไฟเพื่อลดภาระให้ผู้ใช้ไฟฟ้ากลุ่มใช้ไฟน้อย โดยตั้งเป้าให้การใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรก มีอัตราค่าไฟไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย ครอบคลุมทั้งครัวเรือนที่ใช้ไฟต่ำกว่า 200 หน่วย ซึ่งมีประมาณ 14 ล้านครัวเรือน และครัวเรือนที่ใช้ไฟเกิน 200 หน่วยอีกกว่า 8 ล้านครัวเรือน โดยจะใช้โครงสร้างอัตราก้าวหน้าเพื่อจูงใจการประหยัดพลังงาน ขณะเดียวกันยังมีแผนส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์เซลล์ภาคครัวเรือน ผ่านมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ สิทธิประโยชน์ทางภาษี และการรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกิน เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายระยะยาว โดยคาดว่าจะเสนอเข้าสู่การพิจารณาและเปิดรับฟังความคิดเห็น ก่อนเริ่มใช้มาตรการได้ภายในรอบบิลเดือน มิ.ย. นี้

นางสาวพิมพฤดา กล่าวว่า ภายหลังได้รับฟังคำชี้แจงเกี่ยวกับมาตรการดูแลค่าไฟฟ้า รู้สึกสบายใจและเชื่อว่าประชาชนกว่า 14 ล้านครัวเรือนที่ใช้ไฟไม่เกิน 200 หน่วยจะได้รับประโยชน์จากการกำหนดอัตราค่าไฟไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย สะท้อนว่ารัฐบาลไม่ได้มองข้ามความเดือดร้อนของประชาชน อย่างไรก็ตามในระยะยาวแนวโน้มการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดควบคู่กับความต้องการลดภาระค่าใช้จ่าย ทำให้การติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปและระบบกักเก็บพลังงานได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น พร้อมชื่นชมมาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับการติดตั้งโซลาร์เซลล์ในช่วงปี 69–71 ที่ให้ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 200,000 บาท แต่ยังมีประชาชนจำนวนไม่น้อยที่กังวลเรื่องเงินลงทุนเริ่มต้น ความปลอดภัย ระยะเวลาคืนทุน และการดูแลรักษา จึงเห็นว่ารัฐบาล โดยเฉพาะกระทรวงพลังงาน ควรมีมาตรการเพิ่มเติมเพื่อสร้างแรงจูงใจและความเชื่อมั่น พร้อมสอบถามถึงแนวทางสนับสนุนอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งด้านเงินลงทุน สิทธิประโยชน์ทางภาษี การเข้าถึงแหล่งเงินทุน และนโยบายรับซื้อไฟฟ้าจากภาคครัวเรือนในปัจจุบันและอนาคต

นายเอกนัฏ ชี้แจงว่าพลังงานแสงอาทิตย์เป็นยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศในการมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ในปี ค.ศ. 2050 โดยการส่งเสริมให้ประชาชนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปเพื่อผลิตไฟฟ้าใช้เอง จะช่วยทั้งลดค่าไฟและเพิ่มการใช้พลังงานสะอาด แม้ที่ผ่านมาแนวทางดังกล่าวจะติดข้อจำกัดด้านขั้นตอนที่ซับซ้อน แต่รัฐบาลจะเร่งปรับปรุงให้สะดวกขึ้น โดยให้การไฟฟ้าเป็นจุดบริการแบบเบ็ดเสร็จ อนุมัติภายใน 30 วัน หรือเร็วถึง 1 สัปดาห์สำหรับกรณีใช้เอง พร้อมสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อลดภาระการลงทุนเริ่มต้น ควบคู่กับการเปิดโอกาสให้ครัวเรือนขายไฟฟ้าส่วนเกินคืนเข้าสู่ระบบในอัตราประมาณ 2.20 บาทต่อหน่วย ผ่านระบบเน็ตบิลลิ่ง ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในระยะยาว โดยยืนยันว่ามาตรการทั้งหมดจะเร่งผลักดันให้เกิดขึ้นโดยเร็ว คาดเริ่มเห็นผลในรอบบิลเดือนมิถุนายนนี้

นางสาวพิมพฤดา กล่าวว่าการชี้แจงดังกล่าวจะช่วยให้ประชาชนเข้าใจและสนใจติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปมากขึ้น พร้อมสอบถามถึงการรับมือสถานการณ์ความตึงเครียดโลก โดยเฉพาะความขัดแย้งสหรัฐฯ และอิหร่านที่อาจกระทบราคาพลังงานว่ากระทรวงพลังงานได้ประเมินผลกระทบและเตรียมมาตรการระยะสั้นอย่างไร รวมถึงแนวทางช่วยเหลือภาคเศรษฐกิจและแผนเสริมความมั่นคงพลังงานของประเทศในระยะยาว

นายเอกนัฏ ชี้แจงว่า แม้ประเทศไทยกำลังเผชิญผลกระทบจากวิกฤตพลังงานโลก โดยเฉพาะสถานการณ์ในตะวันออกกลาง แต่ไม่ควรมุ่งแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเพียงอย่างเดียว เราจำเป็นต้องเร่งปรับโครงสร้างพลังงานของประเทศควบคู่กันไป เพื่อไม่ให้สูญเสียโอกาสในช่วงวิกฤต พร้อมเดินหน้าสู่ความยั่งยืนและเป้าหมาย Net Zero ในปี ค.ศ. 2050 ทั้งการลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันที่ปัจจุบันสูงกว่า 90% การส่งเสริมเชื้อเพลิงชีวภาพจากภาคเกษตร การเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน เช่น ชีวมวลและพลังงานแสงอาทิตย์ รวมถึงการปรับโครงสร้างตลาดไฟฟ้าให้มีการแข่งขันมากขึ้น เปิดทางให้เกิดการซื้อขายไฟฟ้าเสรี เพื่อให้ประชาชนและภาคอุตสาหกรรมได้ประโยชน์จากต้นทุนพลังงานที่เป็นธรรมในระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...