โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หมอ เตือน ทำพฤติกรรมแบบนี้ตอนเช้า เพิ่มความเสี่ยงเลือดหนืด-สโตรก

Khaosod

อัพเดต 23 เม.ย. เวลา 04.41 น. • เผยแพร่ 23 เม.ย. เวลา 04.39 น.
หมอ เตือน พฤติกรรมตอนเช้า ทำเป็นประจำ เพิ่มความเสี่ยงเลือดหนืด-สโตรก

หมอเจด เตือน พฤติกรรมตอนเช้า หลายคนทำเป็นประจำ เพิ่มความเสี่ยงเลือดหนืด-สโตรก แนะ ตื่นนอนแล้วต้องทำแบบไหน ถึงจะช่วยลดเสี่ยง

นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการกิจการด้านปฐมภูมิ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โพสต์เฟซบุ๊ก “หมอเจด” ให้ความรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมที่ทำในตอนเช้า เพิ่มความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมอง หรือสโตรก โดยระบุว่า เลือดหนืด เสี่ยงสโตรก เพราะนิสัยตอนเช้าแบบนี้!

หลายคนตื่นเช้ามาแล้วทำบางอย่าง “เป็นประจำ” โดยไม่รู้ว่ากำลังเพิ่มความเสี่ยงให้เลือดหนืด และไหลเวียนไม่ดี ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของโรคหลอดเลือดสมอง (สโตรก) โดยเฉพาะช่วงเช้าเป็นช่วงที่ร่างกายเสียน้ำจากการนอนทั้งคืน เลือดจะข้นกว่าปกติอยู่แล้ว ถ้ายังมีพฤติกรรมบางอย่างซ้ำเข้าไปอีก ความเสี่ยงจะยิ่งเพิ่มขึ้น ผมสรุปให้ดูแบบที่เจอบ่อยนะครับ

1.ตื่นแล้วไม่ดื่มน้ำทันที หลังนอน 6–8 ชั่วโมง ร่างกายขาดน้ำโดยไม่รู้ตัว ทำให้เลือดมีความเข้มข้นมากขึ้น ถ้าตื่นมาแล้วยังไม่ดื่มน้ำ เลือดจะยิ่งหนืด ไหลเวียนช้าลง โดยเฉพาะในคนที่มีโรคประจำตัว เช่น ความดัน เบาหวาน หรือไขมันสูง ความเสี่ยงจะยิ่งเพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว และยังทำให้หัวใจต้องบีบตัวแรงขึ้นเพื่อส่งเลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ซึ่งเพิ่มภาระให้ระบบไหลเวียนตั้งแต่เริ่มวัน

2.รีบดื่มกาแฟแทนน้ำ หลายคนตื่นมาเริ่มด้วยกาแฟทันที โดยไม่ได้ดื่มน้ำก่อน คาเฟอีนมีฤทธิ์กระตุ้นร่างกายและอาจทำให้ขับน้ำมากขึ้น ถ้าร่างกายยังขาดน้ำอยู่ เลือดจะยิ่งข้นขึ้นไปอีก ทำให้หัวใจและหลอดเลือดต้องทำงานหนักขึ้นตั้งแต่เช้า และในบางคนอาจทำให้หัวใจเต้นเร็ว ความดันแกว่ง ส่งผลต่อความเสี่ยงหลอดเลือดในระยะยาว

3.ไม่ขยับร่างกายเลย ตื่นมาแล้วนั่งหรืออยู่เฉย ๆ นาน ๆ โดยไม่ขยับตัว ทำให้การไหลเวียนเลือดไม่ดี เลือดค้างอยู่ตามปลายมือปลายเท้า โดยเฉพาะในคนที่นอนท่าเดิมทั้งคืน การลุกขึ้นยืดเหยียดหรือขยับตัวเล็กน้อย จะช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น ลดโอกาสเกิดลิ่มเลือด และยังช่วยกระตุ้นระบบหัวใจและหลอดเลือดให้พร้อมทำงานในช่วงเช้า

4.สูบบุหรี่ทันทีหลังตื่น การสูบบุหรี่ทำให้หลอดเลือดหดตัว และเพิ่มความหนืดของเลือดอยู่แล้ว ยิ่งสูบทันทีหลังตื่น ซึ่งเป็นช่วงที่เลือดข้นอยู่แล้ว จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงให้หลอดเลือดตีบหรืออุดตันได้ง่ายขึ้น และยังทำให้ผนังหลอดเลือดอักเสบเรื้อรัง เสียความยืดหยุ่น ส่งผลต่อความเสี่ยงสโตรกในระยะยาวมากขึ้นแบบสะสม

5.กินหวานหรือแป้งทันทีตอนท้องว่าง การกินอาหารน้ำตาลสูงหรือแป้งขัดขาวทันทีหลังตื่น ทำให้น้ำตาลในเลือดพุ่งเร็ว ส่งผลให้เลือดมีความเข้มข้นเพิ่มขึ้น และกระตุ้นการอักเสบในหลอดเลือดระยะยาว โดยเฉพาะถ้าทำเป็นประจำทุกวัน จะทำให้ร่างกายควบคุมน้ำตาลได้ยากขึ้น และเพิ่มโอกาสเกิดภาวะดื้ออินซูลินตามมา

6.นอนน้อย พักผ่อนไม่พอ การนอนหลับไม่เพียงพอส่งผลต่อฮอร์โมนและความดันโลหิต ทำให้เลือดข้นขึ้นและหลอดเลือดทำงานผิดปกติ ยิ่งถ้าสะสมหลายวัน จะเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและสโตรกมากขึ้น โดยที่หลายคนไม่รู้ตัว และยังส่งผลให้ร่างกายอักเสบเรื้อรัง ควบคุมระดับน้ำตาลและไขมันได้แย่ลงอีกด้วย

ตื่นนอนแบบนี้ เลือดไหลเวียนดี ลดเสี่ยงสโตรก

  • ดื่มน้ำ 1 แก้วทันทีหลังตื่น ช่วยลดความหนืดของเลือด และกระตุ้นระบบไหลเวียนให้เริ่มทำงานได้ดีขึ้น
  • ขยับร่างกายเบา ๆ เช่น ยืดเส้น เดินช้า ๆ 5–10 นาที ช่วยให้เลือดกระจายตัว ไม่คั่งในหลอดเลือด
  • หลีกเลี่ยงกาแฟทันทีตอนท้องว่าง ควรดื่มน้ำก่อน แล้วค่อยดื่มกาแฟตาม
  • เลือกอาหารเช้าที่ไม่หวานจัด เน้นโปรตีนและไขมันดี ช่วยให้น้ำตาลไม่พุ่ง
  • หายใจลึก ๆ ช้า ๆ 1–2 นาที ช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนและลดความตึงเครียดของหลอดเลือด

ถ้าไม่อยากให้เลือดหนืดตั้งแต่เช้า ควรเริ่มจากสิ่งง่าย ๆ เช่น ดื่มน้ำทันทีหลังตื่น ขยับร่างกายเบา ๆ เลี่ยงบุหรี่และกาแฟตอนท้องว่าง รวมถึงเลือกอาหารเช้าที่เหมาะสม เพราะช่วงเช้าเป็นจุดเริ่มต้นของระบบไหลเวียนทั้งวัน ถ้าเริ่มดี โอกาสเสี่ยงก็ลดลงครับ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หมอ เตือน ทำพฤติกรรมแบบนี้ตอนเช้า เพิ่มความเสี่ยงเลือดหนืด-สโตรก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...