โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Hopecore การเอาตัวรอดแบบ Gen Z เมื่อทุนนิยมไม่อนุญาตให้เราฝันใหญ่ คนรุ่นใหม่จึงหันหลังให้เป้าหมายราคาแพง แล้วหันมามีความสุขกับสิ่งเล็กๆ ก็เพียงพอ

Thairath Plus - ไทยรัฐพลัส

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

ย้อนกลับไปบนโลกโซเชียลช่วงหลังโควิด-19 หลายคนอาจจมปลักอยู่กับการไถหน้าจอเสพข่าวร้ายแบบ Doomscrolling หรือไม่ก็สวิงไปสู่อีกขั้วด้วยการเข้าหาแฮชแท็กอย่าง #delulu ตั้งมายด์เซตให้ตัวเองมีความสุขพอจะประคองชีวิตประจำวันไปได้

แต่ตัดภาพกลับมาที่ปีนี้ ด้วยเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน และโลกที่ยังอัดแน่นไปด้วยความขัดแย้ง หน้าฟีด TikTok และ X ในโลกตะวันตกกลับเต็มไปด้วย “ความหวัง” ที่ไม่ใช่เป้าหมายยิ่งใหญ่อะไรมากมาย แต่มันคือความรู้สึกในใจเล็กๆ ที่ถูกเรียกกันในชื่อ “Hopecore”

ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นจากคนรุ่นใหม่ส่วนหนึ่งที่เลือกเปลี่ยนความสิ้นหวัง ให้กลายเป็นความพยายามเอาชีวิตรอดในยุคทุนนิยมเสื่อมถอย ในห้วงเวลาที่โลกใบนี้ไม่ได้อนุญาต หรือเปิดช่องให้เราสามารถตั้งความหวังกับความสำเร็จชิ้นใหญ่ๆ ได้มากเท่าไรนัก

หัวใจสำคัญของ Hopecore คือแนวคิดที่เรียกว่า Frugal Optimism หรือการมองโลกแง่ดีแบบประหยัด มันคือการปฏิเสธเป้าหมายระดับใหญ่ๆ เช่น “ฉันต้องรวยสิบล้านก่อนอายุ 30” แล้วหันมาเฉลิมฉลองให้กับความสำเร็จระดับเล็กๆ หรือที่เรียกว่า Micro-joys คอนเทนต์ Hopecore ในโซเชียลจึงเลือกเสนอภาพเพื่อสร้างการมองโลกแง่ดี มอบความอุ่นใจ และโอบกอดช่วงเวลาที่แสนอ่อนโยนในชีวิต

เราจะได้เห็นวิดีโอของคนที่กระโดดดีใจสุดขีดเพราะต้มไข่สุกเป็นยางมะตูมพอดี คลิปคุณลุงที่หลั่งน้ำตาแห่งความปลื้มใจเมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังจะได้เป็นปู่ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่วิ่งเข้าไปช่วยคุณป้าที่กำลังเป็นลม หรือเพื่อนสนิทที่โกนผมตัวเองเพื่อยืนหยัดเคียงข้างเพื่อนผู้ป่วยมะเร็ง

นอกจากนี้ ยังมีคลิปวิดีโอปะติดปะต่อแบบ Montages โดยใช้ภาพความละเอียดต่ำ (Low-resolution) หรือฟุตเทจที่หาได้ทั่วไปมาตัดต่อรวมกันเพื่อปลอบประโลมจิตใจ รวมถึงใช้ฟอนต์เชยๆ แปะทับลงบนรูปสัตว์น่ารักหรือตัวการ์ตูนยุคเก่าพร้อมข้อความให้กำลังใจ

Hopecore ยังแตกแขนงไปตามกลุ่มต่างๆ อย่าง LGBTQ+ ที่ใช้วิดีโอแนวนี้เพื่อยืนยันอัตลักษณ์ทางเพศ และโอบกอดความสุขในเพศสภาพของตน ตรงกันข้ามกับกลุ่ม Manosphere ที่นิยมความเป็นชาย ก็นำสไตล์การตัดต่อนี้ไปใช้พูดปลุกใจให้ออกกำลังกายในฟิตเนสได้อีกด้วย

และเทรนด์ที่เข้าข่าย Hopecore และมาแรงตั้งแต่ต้นปีคือ #26goals หรือการตั้งเป้าหมาย 26 อย่างในปี 2026 ที่บางคนตั้งกฎเหล็กคือห้ามใช้เงิน และไม่ต้องมีอะไรยิ่งใหญ่ เช่น สัญญากับตัวเองว่าจะดื่มน้ำให้หมดขวดก่อนเที่ยงวัน และหยุดไถมือถือตอนเที่ยงคืน

คำถามที่ตามมาคือ ทำไมความสุขของเด็กยุคนี้ถึงเล็กลงเรื่อยๆ?

คำตอบซ่อนอยู่ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจโลกซบเซา ชาว Gen Z เติบโตมาในยุค Late-stage Capitalism ราคาอสังหาริมทรัพย์พุ่งสูงลิ่ว ค่าแรงวิ่งตามไม่ทันเงินเฟ้อ และปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ดูจะเกินเยียวยา การคาดหวังว่าจะมีบ้านสักหลัง รถสักคัน หรือสร้างครอบครัวที่สมบูรณ์ กลายเป็นเรื่องที่หลายคนรู้สึกว่ามันไม่ใช่อนาคตอันใกล้อีกต่อไป

พฤติกรรมทางการเงินของคนรุ่นนี้จึงฉีกจากคนรุ่นก่อนหน้าแทบจะสิ้นเชิง งานวิจัยล่าสุดจาก Fidelity Investments พบว่าคนอายุ 18-35 ปีกว่า 45% ไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องออมเงินจนกว่าสถานการณ์โลกจะกลับสู่สภาวะปกติ และอีก 55% ยอมรับว่า พวกเขาพับแผนการออมเงินเพื่อเกษียณเก็บไปแล้วตั้งแต่ช่วงโรคระบาด

เมื่อภาพใหญ่ของโลกเกินขอบเขตการควบคุม กลไกการรับมือเดียวที่หลงเหลืออยู่คือการหดความหวังในชีวิตลงมาแล้วยึดมั่นในสิ่งเล็กๆ ตรงหน้าที่พอจะควบคุมได้ ท่ามกลางระบบทุนนิยมที่บีบบังคับให้เราต้องสร้างมูลค่ากับทุกอย่างตลอดเวลา

สอดคล้องกับรายงานของนิตยสาร Fortune ของสหรัฐฯ ที่ระบุว่า คนรุ่นใหม่เลือกวางความสุขทางใจไว้เหนือความมั่งคั่ง Gen Z กว่า 73% ยอมรับว่าพวกเขาขอเลือกคุณภาพชีวิตที่ดี มากกว่าการมีเงินเก็บมากในบัญชี และอีก 66% สนใจเรื่องการเงินก็ต่อเมื่อมันสามารถนำไปซัพพอร์ตความสนใจอื่นๆ ในชีวิตได้เท่านั้น พวกเขาไม่ยอมทนอยู่กับที่ทำงานที่เป็นพิษเพียงเพื่อแลกกับตัวเลขในสมุดบัญชีอีกต่อไป

ขณะเดียวกัน นักจิตวิทยามองว่า Hopecore คือภาพตัวแทนของความยืดหยุ่นทางจิตใจในรูปแบบที่เรียบง่ายที่สุด เมื่อคนเราไม่สามารถเปลี่ยนทิศทางโลกใบนี้ได้ การเรียนรู้ที่จะสกัดความสุขออกมาจากความว่างเปล่า จึงกลายเป็นทักษะเอาตัวรอดที่สำคัญที่สุด

ดร.โซฟี มอร์ต ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตจาก Headspace อธิบายว่า “Hopecore คือตัวแทนของพลังบวก ความอบอุ่น และการเฉลิมฉลอง ท่ามกลางโลกที่เราถูกโหมกระหน่ำด้วยข่าวร้ายและความไม่แน่นอนทุกวัน เทรนด์นี้สอนให้เราโอบกอดสิ่งดีๆ ในชีวิต ไม่ว่ามันจะเล็กหรือใหญ่แค่ไหนก็ตาม”

เช่นเดียวกับ จอร์จินา สเตอร์เมอร์ ที่ปรึกษาด้านจิตวิทยาที่มองว่า “แนวคิดนี้คือการลุกขึ้นต่อต้านความรู้สึกด้านลบและการมองโลกในแง่ร้าย มันคือการยอมรับความจริงว่าวงจร Doomscrolling นั้นสามารถดึงเราให้จมดิ่งสู่อาการซึมเศร้าและวิตกกังวลได้ Hopecore จึงเป็นมูฟเมนต์ที่สวนทางสิ่งเหล่านั้น ด้วยการแชร์โมเมนต์ที่ดีงาม อ่อนโยน และมีพลังพอที่จะชุบชูจิตใจต่อไป”

ท้ายที่สุดแล้ว Hopecore อาจเป็นบทเรียนที่ Gen Z ในโลกตะวันตกกำลังบอกเราว่า ในยุคที่สภาพสังคมและเศรษฐกิจบีบคั้นให้ความฝันของเราต้องหดเล็กลง มันไม่ได้แปลว่าชีวิตเราล้มเหลว แต่มันกำลังสอนให้เราค้นพบความจริงที่ว่า ความสุขนั้นไม่จำเป็นต้องราคาแพง และไม่จำเป็นต้องได้มาจากการวิ่งตามให้ทันมาตรฐานของสังคมเสมอไป

อ้างอิง Aesthetics Fandom, GQ, Fortune, Advocate

#ThairathPlus #ไทยรัฐพลัส #Hopecore #FrugalOptimism #26goals #MicroJoys #GenZ #Cozyaesthetic #สุขภาพจิต

บทความต้นฉบับได้ที่ : Hopecore การเอาตัวรอดแบบ Gen Z เมื่อทุนนิยมไม่อนุญาตให้เราฝันใหญ่ คนรุ่นใหม่จึงหันหลังให้เป้าหมายราคาแพง แล้วหันมามีความสุขกับสิ่งเล็กๆ ก็เพียงพอ

บทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : plus.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...