Hopecore การเอาตัวรอดแบบ Gen Z เมื่อทุนนิยมไม่อนุญาตให้เราฝันใหญ่ คนรุ่นใหม่จึงหันหลังให้เป้าหมายราคาแพง แล้วหันมามีความสุขกับสิ่งเล็กๆ ก็เพียงพอ
ย้อนกลับไปบนโลกโซเชียลช่วงหลังโควิด-19 หลายคนอาจจมปลักอยู่กับการไถหน้าจอเสพข่าวร้ายแบบ Doomscrolling หรือไม่ก็สวิงไปสู่อีกขั้วด้วยการเข้าหาแฮชแท็กอย่าง #delulu ตั้งมายด์เซตให้ตัวเองมีความสุขพอจะประคองชีวิตประจำวันไปได้
แต่ตัดภาพกลับมาที่ปีนี้ ด้วยเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน และโลกที่ยังอัดแน่นไปด้วยความขัดแย้ง หน้าฟีด TikTok และ X ในโลกตะวันตกกลับเต็มไปด้วย “ความหวัง” ที่ไม่ใช่เป้าหมายยิ่งใหญ่อะไรมากมาย แต่มันคือความรู้สึกในใจเล็กๆ ที่ถูกเรียกกันในชื่อ “Hopecore”
ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นจากคนรุ่นใหม่ส่วนหนึ่งที่เลือกเปลี่ยนความสิ้นหวัง ให้กลายเป็นความพยายามเอาชีวิตรอดในยุคทุนนิยมเสื่อมถอย ในห้วงเวลาที่โลกใบนี้ไม่ได้อนุญาต หรือเปิดช่องให้เราสามารถตั้งความหวังกับความสำเร็จชิ้นใหญ่ๆ ได้มากเท่าไรนัก
หัวใจสำคัญของ Hopecore คือแนวคิดที่เรียกว่า Frugal Optimism หรือการมองโลกแง่ดีแบบประหยัด มันคือการปฏิเสธเป้าหมายระดับใหญ่ๆ เช่น “ฉันต้องรวยสิบล้านก่อนอายุ 30” แล้วหันมาเฉลิมฉลองให้กับความสำเร็จระดับเล็กๆ หรือที่เรียกว่า Micro-joys คอนเทนต์ Hopecore ในโซเชียลจึงเลือกเสนอภาพเพื่อสร้างการมองโลกแง่ดี มอบความอุ่นใจ และโอบกอดช่วงเวลาที่แสนอ่อนโยนในชีวิต
เราจะได้เห็นวิดีโอของคนที่กระโดดดีใจสุดขีดเพราะต้มไข่สุกเป็นยางมะตูมพอดี คลิปคุณลุงที่หลั่งน้ำตาแห่งความปลื้มใจเมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังจะได้เป็นปู่ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่วิ่งเข้าไปช่วยคุณป้าที่กำลังเป็นลม หรือเพื่อนสนิทที่โกนผมตัวเองเพื่อยืนหยัดเคียงข้างเพื่อนผู้ป่วยมะเร็ง
นอกจากนี้ ยังมีคลิปวิดีโอปะติดปะต่อแบบ Montages โดยใช้ภาพความละเอียดต่ำ (Low-resolution) หรือฟุตเทจที่หาได้ทั่วไปมาตัดต่อรวมกันเพื่อปลอบประโลมจิตใจ รวมถึงใช้ฟอนต์เชยๆ แปะทับลงบนรูปสัตว์น่ารักหรือตัวการ์ตูนยุคเก่าพร้อมข้อความให้กำลังใจ
Hopecore ยังแตกแขนงไปตามกลุ่มต่างๆ อย่าง LGBTQ+ ที่ใช้วิดีโอแนวนี้เพื่อยืนยันอัตลักษณ์ทางเพศ และโอบกอดความสุขในเพศสภาพของตน ตรงกันข้ามกับกลุ่ม Manosphere ที่นิยมความเป็นชาย ก็นำสไตล์การตัดต่อนี้ไปใช้พูดปลุกใจให้ออกกำลังกายในฟิตเนสได้อีกด้วย
และเทรนด์ที่เข้าข่าย Hopecore และมาแรงตั้งแต่ต้นปีคือ #26goals หรือการตั้งเป้าหมาย 26 อย่างในปี 2026 ที่บางคนตั้งกฎเหล็กคือห้ามใช้เงิน และไม่ต้องมีอะไรยิ่งใหญ่ เช่น สัญญากับตัวเองว่าจะดื่มน้ำให้หมดขวดก่อนเที่ยงวัน และหยุดไถมือถือตอนเที่ยงคืน
คำถามที่ตามมาคือ ทำไมความสุขของเด็กยุคนี้ถึงเล็กลงเรื่อยๆ?
คำตอบซ่อนอยู่ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจโลกซบเซา ชาว Gen Z เติบโตมาในยุค Late-stage Capitalism ราคาอสังหาริมทรัพย์พุ่งสูงลิ่ว ค่าแรงวิ่งตามไม่ทันเงินเฟ้อ และปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ดูจะเกินเยียวยา การคาดหวังว่าจะมีบ้านสักหลัง รถสักคัน หรือสร้างครอบครัวที่สมบูรณ์ กลายเป็นเรื่องที่หลายคนรู้สึกว่ามันไม่ใช่อนาคตอันใกล้อีกต่อไป
พฤติกรรมทางการเงินของคนรุ่นนี้จึงฉีกจากคนรุ่นก่อนหน้าแทบจะสิ้นเชิง งานวิจัยล่าสุดจาก Fidelity Investments พบว่าคนอายุ 18-35 ปีกว่า 45% ไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องออมเงินจนกว่าสถานการณ์โลกจะกลับสู่สภาวะปกติ และอีก 55% ยอมรับว่า พวกเขาพับแผนการออมเงินเพื่อเกษียณเก็บไปแล้วตั้งแต่ช่วงโรคระบาด
เมื่อภาพใหญ่ของโลกเกินขอบเขตการควบคุม กลไกการรับมือเดียวที่หลงเหลืออยู่คือการหดความหวังในชีวิตลงมาแล้วยึดมั่นในสิ่งเล็กๆ ตรงหน้าที่พอจะควบคุมได้ ท่ามกลางระบบทุนนิยมที่บีบบังคับให้เราต้องสร้างมูลค่ากับทุกอย่างตลอดเวลา
สอดคล้องกับรายงานของนิตยสาร Fortune ของสหรัฐฯ ที่ระบุว่า คนรุ่นใหม่เลือกวางความสุขทางใจไว้เหนือความมั่งคั่ง Gen Z กว่า 73% ยอมรับว่าพวกเขาขอเลือกคุณภาพชีวิตที่ดี มากกว่าการมีเงินเก็บมากในบัญชี และอีก 66% สนใจเรื่องการเงินก็ต่อเมื่อมันสามารถนำไปซัพพอร์ตความสนใจอื่นๆ ในชีวิตได้เท่านั้น พวกเขาไม่ยอมทนอยู่กับที่ทำงานที่เป็นพิษเพียงเพื่อแลกกับตัวเลขในสมุดบัญชีอีกต่อไป
ขณะเดียวกัน นักจิตวิทยามองว่า Hopecore คือภาพตัวแทนของความยืดหยุ่นทางจิตใจในรูปแบบที่เรียบง่ายที่สุด เมื่อคนเราไม่สามารถเปลี่ยนทิศทางโลกใบนี้ได้ การเรียนรู้ที่จะสกัดความสุขออกมาจากความว่างเปล่า จึงกลายเป็นทักษะเอาตัวรอดที่สำคัญที่สุด
ดร.โซฟี มอร์ต ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตจาก Headspace อธิบายว่า “Hopecore คือตัวแทนของพลังบวก ความอบอุ่น และการเฉลิมฉลอง ท่ามกลางโลกที่เราถูกโหมกระหน่ำด้วยข่าวร้ายและความไม่แน่นอนทุกวัน เทรนด์นี้สอนให้เราโอบกอดสิ่งดีๆ ในชีวิต ไม่ว่ามันจะเล็กหรือใหญ่แค่ไหนก็ตาม”
เช่นเดียวกับ จอร์จินา สเตอร์เมอร์ ที่ปรึกษาด้านจิตวิทยาที่มองว่า “แนวคิดนี้คือการลุกขึ้นต่อต้านความรู้สึกด้านลบและการมองโลกในแง่ร้าย มันคือการยอมรับความจริงว่าวงจร Doomscrolling นั้นสามารถดึงเราให้จมดิ่งสู่อาการซึมเศร้าและวิตกกังวลได้ Hopecore จึงเป็นมูฟเมนต์ที่สวนทางสิ่งเหล่านั้น ด้วยการแชร์โมเมนต์ที่ดีงาม อ่อนโยน และมีพลังพอที่จะชุบชูจิตใจต่อไป”
ท้ายที่สุดแล้ว Hopecore อาจเป็นบทเรียนที่ Gen Z ในโลกตะวันตกกำลังบอกเราว่า ในยุคที่สภาพสังคมและเศรษฐกิจบีบคั้นให้ความฝันของเราต้องหดเล็กลง มันไม่ได้แปลว่าชีวิตเราล้มเหลว แต่มันกำลังสอนให้เราค้นพบความจริงที่ว่า ความสุขนั้นไม่จำเป็นต้องราคาแพง และไม่จำเป็นต้องได้มาจากการวิ่งตามให้ทันมาตรฐานของสังคมเสมอไป
อ้างอิง Aesthetics Fandom, GQ, Fortune, Advocate
#ThairathPlus #ไทยรัฐพลัส #Hopecore #FrugalOptimism #26goals #MicroJoys #GenZ #Cozyaesthetic #สุขภาพจิต
บทความต้นฉบับได้ที่ : Hopecore การเอาตัวรอดแบบ Gen Z เมื่อทุนนิยมไม่อนุญาตให้เราฝันใหญ่ คนรุ่นใหม่จึงหันหลังให้เป้าหมายราคาแพง แล้วหันมามีความสุขกับสิ่งเล็กๆ ก็เพียงพอ
บทความที่เกี่ยวข้อง
- เมื่อกีฬาอาจไม่ได้เป็นแค่เรื่องของร่างกาย แต่คือกิจกรรมที่สะท้อนสถานะ ชนชั้น และช่องว่างทางสังคม
- พูดคุยกับวง PREP ในโลกที่ AI แต่งเพลงได้ และทำไมจิตวิญญาณมนุษย์ยังคงเป็นคำตอบ กับ 4 บทเพลงที่จะมาฮีลใจในโลกที่ปั่นป่วน
- ทั่วโลกเกิดอะไรขึ้นบ้างในสัปดาห์นี้ 22 - 28 มี.ค. 2569
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : plus.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath