โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ระทึก! อิหร่านถล่มฐานทัพสหรัฐฯ ในซาอุฯ บาดเจ็บ 12 นาย

Thaiger

อัพเดต 28 มีนาคม 2569 เวลา 23.07 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thaiger ข่าวไทย

สถานการณ์สงครามสหรัฐฯ-อิหร่านทวีความรุนแรง หลังฐานทัพอากาศปรินซ์สุลต่านถูกโจมตีโดยตรง ส่งผลให้ยอดทหารอเมริกันบาดเจ็บสะสมพุ่งทะลุ 300 นาย ขณะที่ผู้นำสหรัฐฯ ตำหนินาโต้ (Nato) พันธมิตร ที่นิ่งเฉยต่อความขัดแย้ง

สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางก้าวเข้าสู่ภาวะวิกฤตครั้งใหม่ เมื่อเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ยืนยันกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า กองกำลังอิหร่านได้เปิดฉากโจมตีฐานทัพอากาศปรินซ์สุลต่าน ในซาอุดีอาระเบีย ส่งผลให้ทหารอเมริกันได้รับบาดเจ็บ 12 นาย โดยในจำนวนนี้มีอาการสาหัส 2 นาย

เหตุโจมตีครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ปะทุขึ้นตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา ปัจจุบันมีทหารอเมริกันเสียชีวิตแล้ว 13 นาย และบาดเจ็บรวมกว่า 300 นาย อย่างไรก็ตาม กองทัพสหรัฐฯ ระบุว่า ทหารที่ได้รับบาดเจ็บส่วนใหญ่ประมาณ 273 นาย ได้รับการรักษาและกลับเข้าปฏิบัติหน้าที่ตามปกติแล้ว

ภาพดาวเทียม! เครื่องบินเติมน้ำมันสหรัฐฯ พังยับ หลังอิหร่านถล่มฐานทัพในซาอุฯ บาดเจ็บเพิ่ม 10 นาย (ภาพ @X)

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีของสหรัฐฯ กล่าวแสดงความผิดหวังอย่างรุนแรงต่อปฏิกิริยาขององค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต้ (NATO) ระหว่างการประชุมทางธุรกิจในไมอามี โดยทรัมป์ระบุว่าความผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของผู้นำโลกในขณะนี้คือ “การไม่รวมพลังกัน”

“ผมพูดเสมอว่านาโต้ คือเสือกระดาษ เราช่วยเหลือ นาโต้มาตลอด แต่พวกเขาไม่เคยช่วยเราเลย” ทรัมป์กล่าว พร้อมย้ำว่าองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ ทำความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่ไม่ยอมส่งแม้กระทั่งยุทโธปกรณ์สนับสนุนเพียงเล็กน้อย หรือแม้แต่การรับรองสิ่งที่สหรัฐฯ กำลังทำเพื่อโลกในการจัดการกับอิหร่าน.

ภาพ @X

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...