มหกรรมแก้หนี้บุกขอนแก่น! ลดหนี้สูงสุด 80% คนแห่ร่วมกว่า 2,800 ราย
เมื่อวันที่ 17 เม.ย. ที่โรงแรมอวานี ขอนแก่น โฮเทล แอนด์ คอนเวนชัน เซ็นเตอร์ จังหวัดขอนแก่น นายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เป็นประธานเปิดงาน “มหกรรมแก้หนี้สินครัวเรือนและยุติธรรมพบประชาชน ประจำปี 2569” เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาหนี้สินและอำนวยความยุติธรรมให้ประชาชนอย่างทั่วถึง โดยมีนายธีรยุทธ แก้วสิงห์ รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ, นายประจวบ รักแพทย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงยุติธรรม หัวหน้าส่วนราชการในสังกัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
นายไตรยฤทธิ์ กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาหนี้สินครัวเรือนควบคู่กับการสร้างโอกาสในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม ถือเป็นภารกิจสำคัญของรัฐบาลและกระทรวงยุติธรรม การจัดมหกรรมครั้งนี้จึงเป็นการทำงานเชิงรุก เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงความช่วยเหลือด้านกฎหมายและการเงินได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และเป็นธรรม โดยเน้นกระบวนการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทตั้งแต่ระยะก่อนฟ้อง ไปจนถึงหลังศาลมีคำพิพากษา
“จากผลการดำเนินงานที่ผ่านมาในปีงบประมาณ 2569 ซึ่งจัดมาแล้ว 6 ครั้ง พบว่ามีลูกหนี้เข้าร่วมขอไกล่เกลี่ยมากกว่า 6,000 ราย คิดเป็นทุนทรัพย์รวมกว่า 2,400 ล้านบาท สามารถช่วยลดภาระหนี้ให้ประชาชนได้กว่า 641 ล้านบาท และช่วยปลดภาระผู้ค้ำประกันได้มากกว่า 2,000 ราย สะท้อนถึงความสำเร็จของมาตรการเชิงรุกในการแก้ไขปัญหาหนี้อย่างเป็นรูปธรรม”
อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กล่าวอีกว่า การจัดงานในครั้งนี้ มีการเชิญชวนลูกหนี้เข้าร่วมมากกว่า 2,800 ราย แบ่งเป็นลูกหนี้ก่อนฟ้องจำนวน 1,600 ราย และหลังฟ้อง 1,200 ราย รวมมูลหนี้กว่า 370 ล้านบาท โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานและสถาบันการเงินรวม 21 แห่ง เข้าร่วมให้บริการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย การวางแผนบริหารจัดการหนี้ และการเสริมสร้างวินัยทางการเงิน เพื่อให้ประชาชนสามารถฟื้นฟูสถานะทางการเงินได้อย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ มหกรรมดังกล่าวนับเป็นครั้งที่ 4 ของปีงบประมาณ 2569 และถือเป็นครั้งแรกที่จัดขึ้นในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น โดยได้รับการสนับสนุนจากสถาบันการเงินส่วนกลางที่มีอำนาจตัดสินใจโดยตรง ส่งผลให้การเจรจาไกล่เกลี่ยมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และอาจสามารถลดภาระหนี้ของประชาชนลงได้สูงถึงร้อยละ 70–80อย่างไรก็ตาม งานดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17–18 เมษายน 2569 รวม 2 วัน และถือเป็นการจัดงานครั้งสุดท้ายในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ก่อนที่จะเดินหน้าจัดต่อในพื้นที่ภาคเหนือต่อไป เพื่อขยายโอกาสในการเข้าถึงความยุติธรรมให้ครอบคลุมประชาชนทั่วประเทศอย่างแท้จริง