สัญญาณบวก! “เลบานอน-อิสราเอล” เริ่มหยุดยิงแล้ว ทรัมป์ยันใกล้ปิดดีลอิหร่าน
สัญญาณบวก! "เลบานอน-อิสราเอล" เริ่มหยุดยิงแล้ว เป็นเวลา 10 วัน ทรัมป์ยันใกล้ปิดดีลอิหร่าน แม้ประเด็นนิวเคลียร์-คว่ำบาตรยังเป็นอุปสรรคสำคัญ
วันที่ 17 เมษายน 2569 เวลา 10.05 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าข้อตกลงหยุดยิงระหว่างเลบานอนและอิสราเอลเป็นเวลา 10 วัน มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ขณะที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ระบุว่า การเจรจารอบถัดไประหว่างสหรัฐและอิหร่านอาจเกิดขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์นี้ ซึ่งช่วยเพิ่มความหวังว่าสงครามอิหร่านอาจใกล้ยุติลง
ทรัมป์เปิดเผยว่า อิหร่านเสนอจะไม่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์เป็นเวลานานกว่า 20 ปี ซึ่งเป็นประเด็นหลักที่ยังติดขัดในการเจรจาที่กรุงอิสลามาบัดเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเขาย้ำว่าสหรัฐใกล้จะบรรลุข้อตกลงกับอิหร่าน และต่อมาได้กล่าวเพิ่มเติมว่า สงครามน่าจะยุติลงในเร็ว ๆ นี้
ความขัดแย้งที่เริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์จากการโจมตีของสหรัฐและอิสราเอล ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก และดันราคาน้ำมันพุ่งสูง กลายเป็นแรงกดดันสำคัญต่อรัฐบาลสหรัฐ หากข้อตกลงหยุดยิงในเลบานอนสามารถปูทางไปสู่ข้อตกลงสันติภาพที่กว้างขึ้นกับอิหร่านได้ จะถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญของรัฐบาลทรัมป์ โดยเฉพาะในประเด็นการเปิดช่องแคบฮอร์มุซและการสกัดโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ภาคสนามยังคงเปราะบาง แม้จะมีการเฉลิมฉลองในบางพื้นที่ของกรุงเบรุตหลังการหยุดยิงเริ่มต้น แต่กองทัพเลบานอนกล่าวหาอิสราเอลว่าละเมิดข้อตกลง ด้วยการยิงถล่มพื้นที่ทางตอนใต้เป็นระยะ ขณะที่อิสราเอลยังคงประจำกำลังในพื้นที่ โดยอ้างถึงภัยคุกคามจากกลุ่มฮิซบอลเลาะห์
ทรัมป์ได้เรียกร้องให้ฮิซบอลเลาะห์เคารพข้อตกลงหยุดยิง พร้อมระบุว่าช่วงเวลานี้เป็นโอกาสสำคัญในการยุติความรุนแรง และสร้างสันติภาพในภูมิภาค
ทรัมป์ยังแสดงความเชื่อมั่นว่า หากสามารถบรรลุข้อตกลงกับอิหร่านได้ จะช่วยให้ราคาน้ำมัน อัตราเงินเฟ้อ และความเสี่ยงด้านความมั่นคงลดลงอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมเปิดเผยว่าเขาได้หารืออย่างใกล้ชิดกับ Benjamin Netanyahu และ Joseph Aoun และมีแผนเชิญทั้งสองฝ่ายเข้าหารือที่ทำเนียบขาวภายใน 1–2 สัปดาห์ข้างหน้า
ขณะเดียวกันอิหร่านแสดงท่าทีสนับสนุนข้อตกลงหยุดยิงในเลบานอน โดยระบุว่าเป็นส่วนหนึ่งของความเข้าใจร่วมกับสหรัฐที่มีปากีสถานเป็นตัวกลาง
ในมิติการเจรจา มีสัญญาณของการประนีประนอมในประเด็นนิวเคลียร์ โดยสหรัฐเสนอให้อิหร่านระงับกิจกรรมนิวเคลียร์เป็นเวลา 20 ปี ขณะที่อิหร่านเสนอระงับ 3–5 ปี และมีความเป็นไปได้ที่อิหร่านจะยอมส่งออกยูเรเนียมบางส่วนออกนอกประเทศ แลกกับการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตร
อย่างไรก็ดี ความแตกต่างเชิงโครงสร้างยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะในประเด็นโครงการนิวเคลียร์ มาตรการคว่ำบาตร และการรับประกันด้านความมั่นคง ขณะที่ช่องแคบฮอร์มุซยังคงปิด ส่งผลกระทบต่ออุปทานพลังงานโลก และสร้างแรงกดดันต่อเศรษฐกิจโลกอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้รายงานระบุว่า สหรัฐพร้อมผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรและปลดล็อกทรัพย์สินของอิหร่านมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ เพื่อแลกกับข้อตกลง ขณะที่อิหร่านย้ำว่าจะเปิดช่องแคบฮอร์มุซก็ต่อเมื่อมีข้อตกลงหยุดยิงถาวรและมีหลักประกันจากสหประชาชาติว่าจะไม่ถูกโจมตีอีกในอนาคต
อ้างอิง : reuters.com