โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทองคำแซงหน้าพันธบัตรสหรัฐฯ กลายเป็นสินทรัพย์สำรองที่ธนาคารกลางถือมากที่สุดในรอบ 30 ปี!

Finnomena

เผยแพร่ 17 เม.ย. เวลา 04.56 น. • Finnomena

ทองคำก้าวแซงหน้าพันธบัตรสหรัฐฯ ขึ้นเป็นสินทรัพย์สำรองที่ใหญ่ที่สุดของธนาคารกลางทั่วโลกเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ช่วงกลางทศวรรษ 1990 โดยปัจจุบันยอดถือครองทองคำพุ่งแตะเกือบ 4 ล้านล้านดอลลาร์ เบียดพันธบัตรสหรัฐฯ ที่มียอดราว 3.9 ล้านล้านดอลลาร์

ปรากฏการณ์นี้เป็นผลมาจากราคาทองคำที่พุ่งสูงขึ้นซึ่งช่วยหนุนมูลค่าสินทรัพย์โดยอัตโนมัติ ผนวกกับการเดินหน้าเข้าซื้อสะสมในระดับทุบสถิติของธนาคารกลางทั่วโลกที่มากกว่า 1,000 ตันต่อปีต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2022 ถึง 2024

สัดส่วนทองคำและพันธบัตรสหรัฐฯ ในทุนสำรองระหว่างประเทศของธนาคารกลางทั่วโลก | Source: X.com as of 10 Apr 2026

แรงขับเคลื่อนทั้ง 2 ส่วนนี้ได้เข้ามาเปลี่ยนโครงสร้างทุนสำรองโลกอย่างมีนัยสำคัญ โดยจะเห็นได้จากส่วนแบ่งของพันธบัตรสหรัฐฯ ที่เคยสูงถึง 33% ในปี 2015 กลับร่วงลงเหลือเพียง 21% ในขณะที่สัดส่วนของทองคำทะยานจาก 5% ขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 24% ในปัจจุบัน

ความเชื่อมั่นใน “พันธบัตรสหรัฐฯ” เริ่มสั่นคลอน

ปัจจุบันหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ พุ่งทะลุ 38 ล้านล้านดอลลาร์ และยังไม่มีทีท่าว่าจะชะลอตัว ปรากฏการณ์นี้ทำให้ธนาคารกลางทั่วโลกเริ่มตั้งคำถามสำคัญคือ “หากรัฐบาลสหรัฐฯ ยังคงพิมพ์เงินออกมามหาศาลเพื่อหมุนเวียนหนี้ ‘มูลค่าที่แท้จริง’ ของเงินดอลลาร์จะเหลืออยู่เท่าไหร่ในระยะยาว?”

นอกจากประเด็นด้านเศรษฐกิจแล้ว “ภูมิรัฐศาสตร์” ยังเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาชั้นดี การที่สหรัฐฯ ใช้ระบบการเงินเป็นอาวุธ (Weaponization of Finance) ผ่านการคว่ำบาตรในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทำให้หลายประเทศเริ่มหวาดระแวงการพึ่งพาสินทรัพย์ในรูปดอลลาร์มากเกินไป

ในทางกลับกัน “ทองคำ” กลับมีความโดดเด่นขึ้นมา เพราะเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีใครเป็นเจ้าของ (Neutral Asset) และไม่มีใครสามารถ “สั่งอายัด” หรือ “ควบคุมจากระยะไกล” ได้เหมือนเงินฝากในระบบธนาคารสากล นี่คือเหตุผลหลักที่ธนาคารกลางในเอเชียและตะวันออกกลางเดินหน้าเพิ่มสัดส่วนทองคำอย่างต่อเนื่อง

ดอลลาร์กำลังจะตายจริงหรือ?

คำตอบอย่างตรงไปตรงมาคือ “ยังไม่ใช่” เงินดอลลาร์ยังคงครองความเป็นใหญ่ในโลกการค้าและการเงินระหว่างประเทศ สินค้าโภคภัณฑ์เกือบทุกชนิดยังตั้งราคาเป็นดอลลาร์ และธนาคารกลางส่วนใหญ่ก็ยังคงถือดอลลาร์ในสัดส่วนที่สูง

สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นไม่ใช่การล่มสลาย แต่คือการ “กระจายความเสี่ยง” ครั้งใหญ่ ธนาคารกลางไม่ได้ทิ้งดอลลาร์ แต่เลือกที่จะลดการพึ่งพาพันธบัตรสหรัฐฯ แล้วหันไปสะสมทองคำที่มีเสถียรภาพมากกว่าแทน นักเศรษฐศาสตร์เรียกสิ่งนี้ว่า “De-dollarization at the Margin” หรือการลดบทบาทดอลลาร์ในส่วนที่สามารถทำได้ เพื่อสร้างสมดุลใหม่

การที่ทองคำแซงหน้าพันธบัตรสหรัฐฯ ในรอบ 30 ปี คือสัญญาณเตือนว่าระเบียบการเงินโลกกำลังเปลี่ยนไป มันไม่ได้บอกว่าดอลลาร์จะพังทลายในเร็ววัน แต่กำลังบอกว่าโลกกำลังออกแบบระบบสำรองใหม่ที่หลากหลายและยืดหยุ่นกว่าเดิม เพื่อรับมือกับยุคสมัยที่ “ความไม่แน่นอน” กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของโลกการลงทุน

อ้างอิง: The Economic Times, X.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...