ทองคำแซงหน้าพันธบัตรสหรัฐฯ กลายเป็นสินทรัพย์สำรองที่ธนาคารกลางถือมากที่สุดในรอบ 30 ปี!
ทองคำก้าวแซงหน้าพันธบัตรสหรัฐฯ ขึ้นเป็นสินทรัพย์สำรองที่ใหญ่ที่สุดของธนาคารกลางทั่วโลกเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ช่วงกลางทศวรรษ 1990 โดยปัจจุบันยอดถือครองทองคำพุ่งแตะเกือบ 4 ล้านล้านดอลลาร์ เบียดพันธบัตรสหรัฐฯ ที่มียอดราว 3.9 ล้านล้านดอลลาร์
ปรากฏการณ์นี้เป็นผลมาจากราคาทองคำที่พุ่งสูงขึ้นซึ่งช่วยหนุนมูลค่าสินทรัพย์โดยอัตโนมัติ ผนวกกับการเดินหน้าเข้าซื้อสะสมในระดับทุบสถิติของธนาคารกลางทั่วโลกที่มากกว่า 1,000 ตันต่อปีต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2022 ถึง 2024
สัดส่วนทองคำและพันธบัตรสหรัฐฯ ในทุนสำรองระหว่างประเทศของธนาคารกลางทั่วโลก | Source: X.com as of 10 Apr 2026
แรงขับเคลื่อนทั้ง 2 ส่วนนี้ได้เข้ามาเปลี่ยนโครงสร้างทุนสำรองโลกอย่างมีนัยสำคัญ โดยจะเห็นได้จากส่วนแบ่งของพันธบัตรสหรัฐฯ ที่เคยสูงถึง 33% ในปี 2015 กลับร่วงลงเหลือเพียง 21% ในขณะที่สัดส่วนของทองคำทะยานจาก 5% ขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 24% ในปัจจุบัน
ความเชื่อมั่นใน “พันธบัตรสหรัฐฯ” เริ่มสั่นคลอน
ปัจจุบันหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ พุ่งทะลุ 38 ล้านล้านดอลลาร์ และยังไม่มีทีท่าว่าจะชะลอตัว ปรากฏการณ์นี้ทำให้ธนาคารกลางทั่วโลกเริ่มตั้งคำถามสำคัญคือ “หากรัฐบาลสหรัฐฯ ยังคงพิมพ์เงินออกมามหาศาลเพื่อหมุนเวียนหนี้ ‘มูลค่าที่แท้จริง’ ของเงินดอลลาร์จะเหลืออยู่เท่าไหร่ในระยะยาว?”
นอกจากประเด็นด้านเศรษฐกิจแล้ว “ภูมิรัฐศาสตร์” ยังเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาชั้นดี การที่สหรัฐฯ ใช้ระบบการเงินเป็นอาวุธ (Weaponization of Finance) ผ่านการคว่ำบาตรในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทำให้หลายประเทศเริ่มหวาดระแวงการพึ่งพาสินทรัพย์ในรูปดอลลาร์มากเกินไป
ในทางกลับกัน “ทองคำ” กลับมีความโดดเด่นขึ้นมา เพราะเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีใครเป็นเจ้าของ (Neutral Asset) และไม่มีใครสามารถ “สั่งอายัด” หรือ “ควบคุมจากระยะไกล” ได้เหมือนเงินฝากในระบบธนาคารสากล นี่คือเหตุผลหลักที่ธนาคารกลางในเอเชียและตะวันออกกลางเดินหน้าเพิ่มสัดส่วนทองคำอย่างต่อเนื่อง
ดอลลาร์กำลังจะตายจริงหรือ?
คำตอบอย่างตรงไปตรงมาคือ “ยังไม่ใช่” เงินดอลลาร์ยังคงครองความเป็นใหญ่ในโลกการค้าและการเงินระหว่างประเทศ สินค้าโภคภัณฑ์เกือบทุกชนิดยังตั้งราคาเป็นดอลลาร์ และธนาคารกลางส่วนใหญ่ก็ยังคงถือดอลลาร์ในสัดส่วนที่สูง
สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นไม่ใช่การล่มสลาย แต่คือการ “กระจายความเสี่ยง” ครั้งใหญ่ ธนาคารกลางไม่ได้ทิ้งดอลลาร์ แต่เลือกที่จะลดการพึ่งพาพันธบัตรสหรัฐฯ แล้วหันไปสะสมทองคำที่มีเสถียรภาพมากกว่าแทน นักเศรษฐศาสตร์เรียกสิ่งนี้ว่า “De-dollarization at the Margin” หรือการลดบทบาทดอลลาร์ในส่วนที่สามารถทำได้ เพื่อสร้างสมดุลใหม่
การที่ทองคำแซงหน้าพันธบัตรสหรัฐฯ ในรอบ 30 ปี คือสัญญาณเตือนว่าระเบียบการเงินโลกกำลังเปลี่ยนไป มันไม่ได้บอกว่าดอลลาร์จะพังทลายในเร็ววัน แต่กำลังบอกว่าโลกกำลังออกแบบระบบสำรองใหม่ที่หลากหลายและยืดหยุ่นกว่าเดิม เพื่อรับมือกับยุคสมัยที่ “ความไม่แน่นอน” กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของโลกการลงทุน
อ้างอิง: The Economic Times, X.com