“ตลาดหุ้นฮ่องกง” เล็งลดเวลาชำระราคาเหลือ T+1 คาดเริ่มใช้ปี 2570
"ตลาดหุ้นฮ่องกง" เล็งลดเวลาชำระราคาเหลือ T+1 เดินหน้าปรับสู่มาตรฐานโลก คาดเริ่มใช้ปี 2570 แม้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพตลาด แต่สร้างแรงกดดันต่อนักลงทุนต่างชาติจากข้อจำกัดด้านเวลาและระบบปฏิบัติการ
วันที่ 17 เมษายน 2569 เวลา 15.46 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ผู้ให้บริการตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง Hong Kong Exchanges & Clearing Ltd. เตรียมลดระยะเวลาการชำระราคาหุ้น (settlement) ลงครึ่งหนึ่ง โดยเสนอปรับระบบเป็น T+1 หรือชำระภายใน 1 วันหลังทำรายการ จากปัจจุบันที่ใช้เวลา 2 วัน (T+2) สอดรับกับแนวโน้มตลาดการเงินโลก
ตามเอกสารรับฟังความคิดเห็นที่เผยแพร่เมื่อวันศุกร์ ระบุว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจเริ่มมีผลในไตรมาส 4 ปี 2570 และครอบคลุมสินทรัพย์หลากหลายประเภท เช่น หุ้น กองทุน ETF ผลิตภัณฑ์โครงสร้าง ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) และตราสารหนี้จดทะเบียน รวมถึงการส่งมอบหุ้นจากการใช้สิทธิ์ออปชัน
อย่างไรก็ตามการเสนอขายหุ้น IPO จะยังคงใช้ระบบเดิมแบบ T+2 โดยไม่นำมารวมในการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ขณะที่ตลาดเปิดให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องแสดงความคิดเห็นต่อแผนดังกล่าวได้จนถึงวันที่ 18 พฤษภาคม
การปรับระบบครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อให้ตลาดหุ้นฮ่องกงมูลค่ากว่า 7.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ สอดคล้องกับมาตรฐานสากล โดยเฉพาะสหรัฐฯ ที่ได้เปลี่ยนไปใช้ระบบ T+1 แล้วในปี 2567 และนับเป็นการปฏิรูปโครงสร้างครั้งใหญ่ครั้งที่สองในรอบ 3 ปี หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้ลดระยะเวลาชำระราคาหุ้น IPO จาก 5 วัน เหลือ 2 วันในปี 2566
อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนผ่านดังกล่าวยังเผชิญความท้าทายด้านปฏิบัติการ โดยเฉพาะสำหรับนักลงทุนจากยุโรปและสหรัฐฯ เนื่องจากความต่างของเขตเวลา ทำให้ต้องเร่งดำเนินการชำระราคาในวันเดียวกัน
HKEX ระบุว่า บริษัทการเงินทั่วโลกอาจต้องปรับระบบการประมวลผลธุรกรรมข้ามคืน (overnight processing) รวมถึงเพิ่มกำลังคนในช่วงวันอาทิตย์ เพื่อรองรับการชำระธุรกรรมของตลาดฮ่องกงในวันจันทร์
ด้านองค์กรอุตสาหกรรม เช่น Asia Securities Industry & Financial Markets Association เตือนว่า การลดระยะเวลาการชำระราคาอาจเพิ่มความเสี่ยงของธุรกรรมล้มเหลว (failed trades) โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียที่กระบวนการหลังการซื้อขาย (post-trade) หลายส่วนยังดำเนินการแบบแมนนวล และข้อจำกัดด้านการแลกเปลี่ยนเงินตราในบางประเทศอาจทำให้การจัดหาเงินฉุกเฉินทำได้ยากขึ้น
อ้างอิง : bloomberg.com