ธุรกิจรับสร้างบ้านอ่วม! วัสดุพุ่ง 15-20% /แลนดี้ โฮมโตสวนกระแส ลูกค้าเพียบ
ธุรกิจรับสร้างบ้านสะเทือน วัสดุพุ่ง 15-20% ผลกระทบจากสงครามกดดัน คาดว่าไตรมาส 2 ปี 2569 ราคาพุ่งสูง ยิ่งตลาดปั่นป่วน ยิ่งต้องเลือกบริษัทรับสร้างบ้านที่มั่นคงและแช็งแกร่งจริง
22 เม.ย. 2569 - นางสาวพรรัตน์ มณีรัตนะพร ผู้อำนวยการฝ่ายขายและพัฒนาธุรกิจ บริษัท แลนดี้ โฮม (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ความปั่นป่วนของเศรษฐกิจโลกในปี 2569 ไม่ได้หยุดอยู่แค่ตลาดหุ้นหรือค่าเงิน แต่กำลังส่งแรงสั่นสะเทือนมาถึงอุตสาหกรรมก่อสร้างโดยตรง ราคาเหล็กโครงสร้าง วัสดุก่อสร้าง ค่าขนส่ง และต้นทุนพลังงาน ปรับตัวรวมสูงขึ้นราว 15–20% จากผลพวงของความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ทั่วโลก กดดันห่วงโซ่อุปทานภาคก่อสร้างอย่างต่อเนื่อง แลนดี้ แกรนด์ บริษัทรับสร้างบ้านหรูในเครือแลนดี้ โฮม ประเมินว่าแรงกดดันด้านต้นทุนจะยังไม่คลี่คลาย ในระยะสั้น และได้รวบรวม 3 กลยุทธ์สำคัญ ที่เจ้าของบ้านควรพิจารณาในการบริหารความเสี่ยงและควบคุมต้นทุนก่อสร้างในช่วงนี้ ประกอบด้วย
1.ล็อกราคาสัญญาก่อนราคาค่าก่อสร้าง จะพุ่งไปกว่านี้ โดยทำสัญญากับบริษัทรับสร้างบ้านที่ระบุรายการวัสดุและราคาแบบ Fixed Price ไว้ตั้งแต่ต้น คือวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการควบคุม งบประมาณ ไม่ว่าวัสดุก่อสร้างในตลาดจะปรับตัวสูงขึ้นอย่างไรในระหว่างก่อสร้าง ลูกค้าก็สามารถวางแผนการเงินได้อย่างมั่นใจ เพราะจะได้ล็อกราคาไว้แล้วกับบริษัทรับสร้างบ้านที่มั่นคง ทำให้มั่นใจได้ว่างบจะไม่บานปลาย และที่สำคัญบ้านจะสร้างเสร็จแน่นอน หมดปัญหาช่างทิ้งงาน
2.เลือกบริษัทที่มีระบบจัดซื้อและสต็อกวัสดุล่วงหน้า เนื่องจากบริษัทที่มีสภาพคล่องและระบบบริหารจัดซื้อเชิงรุก สามารถจัดหาและเก็บสต็อกวัสดุสำคัญในช่วงที่ราคายังเอื้ออำนวย ช่วยให้บริษัท ได้รับผลกระทบจากความผันผวนของราคาตลาดน้อยกว่า นี่คือปัจจัยที่ควรถามและตรวจสอบเมื่อคัดเลือกผู้รับสร้างบ้าน
และ 3.ประเมินฐานทุนและ Bargaining Power หรืออำนาจในการต่อรองขององค์กร บริษัทที่มีปริมาณสั่งซื้อสูงและความสัมพันธ์ระยะยาวกับซัพพลายเออร์ มีอำนาจต่อรองที่ทำให้ต้นทุนวัสดุมีเสถียรภาพกว่า ฐานทุนจดทะเบียนที่แข็งแกร่งยังสะท้อนถึงขีดความสามารถในการบริหารความเสี่ยงทางการเงินระหว่างโครงการ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความต่อเนื่องและคุณภาพของงานก่อสร้าง
นางสาวพรรัตน์ กล่าวว่าแม้ภาพรวมเศรษฐกิจจะมีความไม่แน่นอนสูง แต่ยอดจองสร้างบ้านของแลนดี้ โฮม กรุ๊ป กลับโตสวนกระแส พฤติกรรมลูกค้าที่เห็นได้ชัดในต้นปี 2569 คือกลุ่มที่มีกำลังซื้อและวางแผนสร้างบ้านอยู่แล้ว เร่งตัดสินใจลงนามสัญญาเร็วขึ้น เพื่อล็อกราคาก่อนที่ต้นทุนวัสดุรอบใหม่จะสะท้อน เข้ามาในงบก่อสร้าง ดังนั้นในปี 2569 แลนดี้ แกรนด์ตั้งเป้ายอดขาย Segment Luxury ที่ 1,000 ล้านบาท สะท้อนความเชื่อมั่นที่ว่าในตลาดที่ความเสี่ยงเพิ่มสูงขึ้น ลูกค้าบ้านหรูจะยิ่งเลือกอย่างรอบคอบ — และบริษัทที่พิสูจน์ได้ว่ามั่นคงจริงในทุกสภาวะ คือคำตอบที่ลูกค้าจะกลับมาหาเสมอ
“ในต้นปี 2569 ที่ทั้งภาวะเศรษฐกิจและปัจจัยภายนอกยังมีความไม่แน่นอนสูง สิ่งที่ลูกค้าบ้านหรูต้องการมากที่สุดคือความมั่นใจว่าบ้านของพวกเขาจะสร้างเสร็จตามแผน ด้วยคุณภาพที่ตกลงกันไว้ตั้งแต่ต้น แลนดี้ แกรนด์ มีโครงสร้างองค์กรและฐานทุนที่รองรับความไม่แน่นอนนั้นได้ และนั่นคือสิ่งที่เราการันตีลูกค้าได้จริง เราวางระบบรองรับความเสี่ยงเหล่านี้ไว้ตั้งแต่ก่อนที่ตลาดจะเริ่มผันผวน”นางสาวพรรัตน์กล่าว
นางสาวพรรัตน์กล่าวย้ำว่า สิ่งที่ทำให้แลนดี้ แกรนด์ แตกต่าง คือการรวมทุกบริการไว้ในสัญญาเดียวแบบ One Stop Service ราคาที่ตกลงกันไว้ในสัญญา ไม่ว่าวัสดุก่อสร้างในตลาดจะปรับตัวสูงขึ้นในระหว่างก่อสร้างอย่างไร ลูกค้าก็สามารถวางแผนการเงินได้อย่างมั่นใจ เพราะแลนดี้ แกรนด์ ได้ล็อกราคาให้กับลูกค้าตั้งแต่วันทำสัญญา และแน่นอนว่าแลนดี้ แกรนด์ ไม่ลดสเปควัสดุก่อสร้าง ไม่ลดมาตรฐานการให้บริการ หมดกังวลเรื่องการทิ้งงานเพราะเรามั่นคงด้วยทุนจดทะเบียน 200 ล้านบาท
บริการออกแบบบ้านโดยสถาปนิกมืออาชีพ ตั้งแต่ Site Analysis วิเคราะห์ที่ดินก่อนออกแบบจากทีมผู้เชี่ยวชาญระดับ Head Architect ให้คำปรึกษาเรื่องฟังก์ชันออกแบบบ้านที่ตรงตามความต้องการ จัดทำภาพแบบบ้าน Perspective โดยไม่ต้องจ่ายค่าออกแบบเพิ่ม รวมไปจนถึงให้คำปรึกษาด้านการเลือกวัสดุ ช่วยควบคุมงบประมาณการก่อสร้างบ้าน ทั้งหมดนี่รวมอยู่ในสัญญาเดียว งบไม่บานปลาย ดูแลกระบวนการด้านเอกสาร การขออนุญาตปลูกสร้างกับหน่วยงานราชการให้ทั้งหมด ลูกค้าไม่ต้องปวดหัวกับขั้นตอนที่ซับซ้อนและใช้เวลาบริการที่ปรึกษาส่วนตัว Personal Consult ควบคุมดูแลโดยผู้เชี่ยวชาญการก่อสร้าง ประสานงานกับอินทีเรีย, แอร์, ลิฟท์ และอื่นๆ ครบจบ แจ้งอัปเดต อย่างสม่ำเสมอ และพร้อมแก้ไขทุกปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างก่อสร้าง
นอกเหนือจากความมั่นคงขององค์กร แลนดี้ แกรนด์ ยังชูความแตกต่างด้วยระบบนวัตกรรมที่คิดค้นขึ้นเพื่อการอยู่อาศัยของคนไทยโดยเฉพาะ ครอบคลุมทั้ง NOVA System ระบบก่อสร้างกึ่งสำเร็จรูปที่ช่วยควบคุมคุณภาพและกรอบเวลาได้แม่นยำ มีความแข็งแรงทนทาน ทำให้กล้ารับประกันโครงสร้างได้ถึง 20 ปี, CAPPLUS ระบบเติมอากาศบริสุทธิ์ป้องกัน PM 2.5, Home Cooling ระบบบ้านเย็นอยู่สบายที่ออกแบบมาสำหรับสภาพอากาศเมืองไทย, CP Design นวัตกรรมบ้านปลอดแมลงสาบ และ Elder Care นวัตกรรมบ้านเพื่อผู้สูงอายุที่รองรับทุกช่วงวัยในครอบครัว.