IHC สบช่องเทรนด์เช่าโต รุกตลาดรับสร้างอะพาร์ตเมนต์ครบวงจร ปั้นที่ดินสร้าง Yield ระยะยาว
พฤกษา โฮลดิ้ง ส่งบริษัทลูก "ไอเอชซี" บุกธุรกิจรับก่อสร้างหอพักและอะพาร์ตเมนต์เต็มรูปแบบ ชี้มูลค่าตลาดเช่าในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล สูงถึง 2.6 หมื่นล้านบาท หลังพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนจากซื้อเป็นเช่า ชูโมเดล Fast Think Fast Build ปิดช่องว่างนักลงทุนรายกลาง-เล็ก ยกระดับที่ดินเปล่าสู่สินทรัพย์รายได้ประจำ
22 เมษายน 2569 -บริษัท อินโน โฮม คอนสตรัคชั่น จำกัด หรือ ไอเอชซี (IHC) ในเครือพฤกษา โฮลดิ้ง ประกาศยุทธศาสตร์เชิงรุกในการก้าวเข้าสู่ตลาดผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาอะพาร์ตเมนต์และหอพักครบวงจร เพื่อตอบรับสภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่เกิดการชะลอตัวในฝั่งซื้อขาย แต่ขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญในฝั่งตลาดเช่า (Rental Market) โดยมุ่งเป้าเป็นผู้ให้บริการตั้งแต่กระบวนการวิเคราะห์ศักยภาพที่ดินไปจนถึงการบริหารงานก่อสร้าง
นายปิยะ ประยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร IHC เปิดเผยข้อมูลสถานการณ์ตลาดว่า ปัจจุบันตลาดอะพาร์ตเมนต์ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีขนาดใหญ่โดยมีหน่วยเช่าหมุนเวียนมากกว่า 745,000 ยูนิต คิดเป็นมูลค่าตลาดรวมประมาณ 2.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งถือเป็นเซ็กเมนต์ที่มีศักยภาพสูงเนื่องจากได้รับปัจจัยหนุนจากทิศทางเศรษฐกิจและพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่เน้นความยืดหยุ่นในการอยู่อาศัยมากกว่าการถือครองสินทรัพย์ระยะยาว
“วันนี้ตลาดอะพาร์ตเมนต์กลับมาเป็นเซ็กเมนต์ที่น่าจับตาอีกครั้ง จากการเปลี่ยนแปลงของทั้งภาวะเศรษฐกิจ พฤติกรรมผู้บริโภค และข้อจำกัดในการเข้าถึงสินเชื่อที่อยู่อาศัย ทำให้ผู้บริโภคจำนวนมากเลือกที่จะ ‘เช่า’ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวมากกว่าการตัดสินใจซื้อ”
กลยุทธ์ "Fast Think Fast Build" เจาะกลุ่มที่ดินศักยภาพ
จากการประเมินดีมานด์ในพื้นที่ยุทธศาสตร์ เช่น ย่านมหาวิทยาลัย แหล่งงาน และนิคมอุตสาหกรรม IHC พบว่ายังมีช่องว่างสำหรับผู้ประกอบการและนักลงทุนรายย่อยจนถึงระดับกลางที่ต้องการเปลี่ยนที่ดินเปล่าให้เป็นรายได้ประจำ (Passive Income) บริษัทจึงนำแนวคิด "Fast Think Fast Build" เข้ามาอุดช่องว่างดังกล่าว โดยใช้ความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมการก่อสร้างมาลดระยะเวลาการพัฒนาโครงการให้เหลือเพียงระดับเดือน เพื่อให้ผู้ลงทุนเข้าถึงผลตอบแทนได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
รูปแบบการให้บริการจะครอบคลุมตั้งแต่การทำ Feasibility Study หรือการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการทั้งในมิติของการตลาด การเงิน และข้อกฎหมาย ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญที่กำหนดความสำเร็จของการลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อเช่า
“จุดสำคัญของการพัฒนาอะพาร์ตเมนต์ในวันนี้ ไม่ใช่แค่สร้างอาคารให้เสร็จ แต่ต้องเริ่มจากการเข้าใจตลาด เข้าใจกลุ่มผู้เช่าหลัก และประเมินศักยภาพของที่ดินอย่างรอบด้าน เราจึงวางบทบาทตัวเองเป็นพาร์ตเนอร์ที่ช่วยลูกค้าคิดตั้งแต่ต้น”
ปรับตัวรับเกณฑ์สินเชื่อคุมเข้ม
การขยับตัวของเครือพฤกษาผ่าน IHC ในครั้งนี้ สะท้อนถึงการปรับโมเดลธุรกิจให้สอดคล้องกับปัจจัยลบในภาคอสังหาฯ โดยเฉพาะความเข้มงวดของสถาบันการเงินในการปล่อยสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (Mortgage Loan) ซึ่งกลายเป็นตัวเร่งให้ดีมานด์การเช่าเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง การเปลี่ยนบทบาทจากผู้พัฒนาโครงการเพื่อขาย มาเป็นผู้ให้บริการครบวงจรสำหรับนักลงทุนที่ดิน จึงเป็นการสร้างกระแสรายได้ใหม่ที่อิงกับปัจจัยพื้นฐานของการอยู่อาศัยจริง
นอกจากนี้ IHC ยังมุ่งเน้นการวางรูปแบบอาคารและจำนวนยูนิตให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุดต่อเนื้อที่ดิน (Highest and Best Use) เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในระยะยาวให้กับเจ้าของโครงการ โดยมองว่าอะพาร์ตเมนต์ไม่ใช่เพียงทางเลือกที่อยู่อาศัย แต่เป็นสินทรัพย์ที่สามารถบริหารจัดการความเสี่ยงได้ดีในสภาวะเศรษฐกิจผันผวน
“อะพาร์ตเมนต์ในวันนี้ จึงเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่น่าจับตาสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างรายได้ประจำจากอสังหาริมทรัพย์ เพราะยังมีดีมานด์เช่าจริงในหลายทำเล… สิ่งสำคัญคือการพัฒนาโครงการให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดตั้งแต่ต้น เพื่อให้การลงทุนมีประสิทธิภาพและต่อยอดเป็นผลตอบแทนระยะยาวได้จริง” นายปิยะ กล่าวทิ้งท้าย