โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘อนุทิน’ สั่งมหาดไทยเชิงรุก ดัน ‘ไทยช่วยไทย พลัส’ ปั๊มเศรษฐกิจฐานราก พร้อมรื้อระบบงบฯ ปี 70 สู่ Zero-Based

The Better

อัพเดต 22 เม.ย. เวลา 05.42 น. • เผยแพร่ 22 เม.ย. เวลา 05.39 น. • THE BETTER
“อนุทิน” มอบนโยบายบิ๊กมท.-ผู้ว่าฯ ย้ำเปลี่ยนผ่านการทำงานจาก “เยียวยา” เป็น “ป้องกัน” สั่งเตรียมพร้อมรับมือวิกฤต 4 ด้าน“ไทยช่วยไทย พลัส”การใช้มาตรการงบฯฐานศูนย์ ตัดรายจ่ายฟุ่มเฟือย มุ่งเป้า Net Zero

‘อนุทิน’ สั่งมหาดไทยเชิงรุก ดัน ‘ไทยช่วยไทย พลัส’ ปั๊มเศรษฐกิจฐานราก พร้อมรื้อระบบงบฯ ปี 70 สู่ Zero-Based

“อนุทิน” มอบนโยบายบิ๊กมท.-ผู้ว่าฯ ย้ำเปลี่ยนผ่านการทำงานจาก “เยียวยา” เป็น “ป้องกัน” สั่งเตรียมพร้อมรับมือวิกฤต 4 ด้าน โดยเฉพาะมาตรการเศรษฐกิจ “ไทยช่วยไทย พลัส” การใช้มาตรการงบประมาณฐานศูนย์ ตัดรายจ่ายฟุ่มเฟือย มุ่งเป้า Net Zero - เข้าถึงสวัสดิการรัฐอย่างทั่วถึง

ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย พร้อมมอบนโยบายและข้อสั่งการแก่ผู้บริหารระดับสูง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ โดยมีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหารระดับสูง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

นายอนุทินกล่าวว่า การประชุมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเร่งขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ทั้งด้านการบริหารสาธารณภัย ความมั่นคง และการพัฒนาในทุกมิติ โดยย้ำว่ากระทรวงมหาดไทยเป็นกลไกหลักในการบริหารราชการส่วนภูมิภาคและท้องถิ่น ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดต้องมีบทบาทสำคัญในการนำนโยบายรัฐบาลไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว

ทั้งนี้ ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานดำเนินงานเชิงรุกอย่างเร่งด่วน สอดรับนโยบายรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 10 เม.ย. 69 โดยต้องเร่งแก้ไขปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ ควบคู่กับการเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติในระยะต่อไป

นายอนุทินระบุว่า แนวทางการทำงานจะต้องเปลี่ยนจากการเน้น “เยียวยา” ไปสู่ “การป้องกัน” อย่างเป็นระบบ ผ่านการพัฒนาสาธารณูปโภค การบังคับใช้กฎหมาย และการบริหารจัดการในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะผู้ว่าราชการจังหวัดต้องสามารถตัดสินใจและบริหารสถานการณ์ได้ทันที ไม่รอคำสั่งจากส่วนกลาง พร้อมจัดกลุ่มภารกิจตาม 4 วิกฤตหลัก ได้แก่ เศรษฐกิจ ความมั่นคง สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้การสนับสนุนเป็นไปอย่างตรงจุด

ในประเด็นการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM2.5 ได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทำหน้าที่เป็น “Single Command” บริหารจัดการแบบเบ็ดเสร็จ บูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วน ทั้งฝ่ายปกครอง ทหาร และหน่วยงานด้านทรัพยากรธรรมชาติ พร้อมใช้เทคโนโลยีติดตามจุดความร้อน (Hotspot) เพื่อเข้าควบคุมสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที และบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดกับผู้กระทำผิด

ขณะเดียวกัน ได้เน้นย้ำการเตรียมความพร้อมรับมือวาตภัยและพายุฤดูร้อน โดยให้จังหวัดวางแผนบริหารจัดการน้ำ ป้องกันสิ่งกีดขวางทางน้ำ และลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติในพื้นที่ พร้อมกำชับรัฐวิสาหกิจในสังกัดให้เร่งดำเนินการช่วยเหลือประชาชนในยามวิกฤต โดยถือเป็นภารกิจเพื่อสังคม (CSR) ที่ต้องให้ความสำคัญเหนือผลกำไร

สำหรับพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้ยึดหลัก “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” ควบคู่การดูแลความมั่นคงและการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยเน้นการสื่อสารเชิงสร้างสรรค์ สร้างความเชื่อมั่นและความเป็นธรรมแก่ประชาชน

ด้านการรับมือวิกฤตพลังงานจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง นายอนุทินกล่าวชื่นชมการทำงานของผู้ว่าราชการจังหวัดที่สามารถบริหารจัดการสถานการณ์ช่วงเทศกาลสงกรานต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมกำชับให้เดินหน้ามาตรการประหยัดพลังงานและป้องกันการกักตุนอย่างต่อเนื่อง

ในมิติเศรษฐกิจ ได้มอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนวยความสะดวกประชาชนเข้าถึงมาตรการของรัฐ อาทิ โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” และบัตรสวัสดิการ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ควบคู่กับการใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพภายใต้แนวคิด Zero-Based Budgeting ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น และสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด รวมถึงการขับเคลื่อนเป้าหมาย Net Zero ของประเทศ

ช่วงท้าย นายอนุทินย้ำให้บุคลากรกระทรวงมหาดไทยทำงานเป็นหนึ่งเดียว โดยมองกันในฐานะ “เพื่อนร่วมงาน” ไม่มีลำดับชั้นเหนือกว่า เน้นการสนับสนุนซึ่งกันและกัน เพื่อร่วมกันปฏิบัติภารกิจ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” ให้กับประชาชนอย่างเต็มกำลัง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...