แอมเนสตี้ฯ จี้รัฐบาล 6 ข้อ หยุดแพทเทิร์นคุกคาม - ถามปม ‘นักโทษการเมือง’ ยังมีหวัง?
แอมเนสตี้ฯ ยื่น 6 ข้อเร่งด่วนถึง รัฐบาลชุดนี้ เข้าถึงยาก จี้ หยุดแพทเทิร์นละเมิดสิทธิ – ถกปม ‘นักโทษการเมือง’ยังมีหวังได้ออกไหม?
เมื่อวันที่ 21 เมษายน เวลา 13.00 น. ที่โรงแรมเบสท์เวสเทิร์น จตุจักร กรุงเทพฯ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย เปิดเผย ‘รายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนทั่วโลก ประจำปี 2568/69’ เจาะลึกวิกฤตสิทธิมนุษยชน 155 ประเทศทั่วโลก พร้อมร่วมวิเคราะห์ทิศทางสิทธิมนุษยชนในไทยและอาเซียน ที่กำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ ในวันที่พื้นที่ของภาคประชาสังคมเริ่มแคบลง และสิทธิเสรีภาพการแสดงออกถูกท้าทายมากขึ้น ไม่ว่าจะในไทยหรือต่างประเทศ และทิ้งท้ายด้วยข้อเสนอถึงรัฐบาลไทย
ต่อมาเวลา 13.15 น. นางสาวพุทธณี กางกั้น ประธานกรรมการ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย , มอนต์เซ เฟอร์เรอร์ ผู้อำนวยการร่วมระดับภูมิภาค แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล และ นางสาวเพชรรัตน์ ศักดิ์ศิริเวทย์กุล ผู้จัดการฝ่ายรณรงค์ แอมเนสตี้ฯ ประเทศไทย
น.ส.เพชรรัตน์ กล่าวถึงสถานการณ์ในประเทศไทย แม้สถานการณ์เปลี่ยนไป แต่รูปแบบการละเมิดเหมือนเดิม เป็น ‘การกระทำซ้ำ’ อย่างเป็นองค์รวมในทุกภูมิภาค ‘แพทเทิร์นเดียวกัน’ กล่าวคือ สิ่งที่เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ ไม่ต่างจากต่างจังหวัด ซึ่งการพัฒนาทางสังคมต้องเชื่อมโยงกับสิทธิทางการเมือง เห็นชัดจากผลกระทบของ ‘น้ำมัน’ ที่กระทบต่อการมีชีวิตอยู่
สำหรับสถานการณ์ในประเทศไทยปีนี้ แบ่งเป็น 6 ประเด็น คือ 1.สิทธิการแสดงออกชุมนุม 2.นักปกป้องสิทธิ 3.การปฏิบัติอย่างทรมานและโหดร้าย 4.สิทธิผู้ลี้ภัย 5.สิทธิชนเผ่า และ 6.สิทธิในการมีสิ่งแวดล้อมที่ดี
ซึ่ง 2 ประเด็นสุดท้ายเราเพิ่มขึ้นมา เนื่องจากว่าเป็นผลกระทบที่ทำประเทศเดียวไม่ได้ สิ่งแวดล้อมได้รับผลกระทบจากต่างประเทศมากมาย จึงต้องเก็บรวบรวมข้อมูลทั้งซัพพลายเชน เพื่อจัดการกับผลกระทบ
จากนั้น น.ส.เพชรรัตน์กล่าวสรุป 10 ประเด็นสำคัญ ที่แอมเนสตี้ฯ มองเห็นในปีนี้ คือ
เมสเสจที่ 1 ทางการไทยยังคงปราบปราม มีการควบคุมตัวนักกิจกรรม โดยใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือ สร้างสภาพแวดล้อมที่ทุกคนเผชิญความเสี่ยง ตั้งแต่ปี 2556-2563 มีผู้ถูกดำเนินคดีกว่า 1,900 คน ทั้ง มาตรา 110 , 112 , พ.ร.บ.การชุมุนมสาธารณะ และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ และอื่นๆ กฎหมายมีแต่สร้างความเสี่ยงในการถูกใช้
เมสเสจที่ 2 แรงกดดันต่อสื่อ ทั้งคุณฐนปณีย์ เอียดศรีไชย ถูกคุกคามโดย IO, เดอะ อีสานเรคคอร์ด ถูกฟ้อง, ดี พอล แชมเบอร์ส นักวิชาการ ถูกดำเนินคดี และอีก 44 คน ที่ถูกดำเนินคดีและคุมขังอยู่ คดีของคุณอังคณา นีละไพจิตร (ส.ว.) ก็เช่นเดียวดัน ส่งผลเป็น Chilling effect ความสั่นกลัวของสังคมในการรายงานประเด็นสาธารณะ
เมสเสจที่ 3 ความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้าง กำลังจำกัดการเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐาน อย่าง ‘ที่ดิน สิ่งแวดล้อม’ โดยเฉพาะโครงการพัฒนาที่มีผลกระทบต่อชุมชน อย่าง ‘เหมืองแร่’ มลพิษที่เกิดในชุมชน ส่งผลทั้งเกษตรกร ชุมชนชายฝั่ง และคนที่ออกมาสื่อสาร อย่างเรื่องปลาหมอคางดำ เป็นต้น
เมสเสจที่ 4 การคุ้มครองยังไม่ครอบคลุม บางกลุ่มถูกทิ้งไว้ข้างหลัง กฎหมายชาติพันธุ์ ยังไม่รับรองคำว่า ‘ชนเผ่าพื้นเมือง’ ยังขึ้น อยู่กับอัตลักษณ์และคนที่ได้ผลประโยชน์จากการออกกฎหมายเหล่านี้
เมสเสจที่ 5 มีความพยายามของประชาชนในการผลักดัน เราได้เห็นโปรเจ็กต์ Run to Free , Free Rasdon การผลักดันตอนเลือกตั้ง รวมถึงกลุ่มแรงงาน การผลักดันในเชิงรัฐธรรมนูญ
เมสเสจที่ 6 โครงสร้างขนาดใหญ่ และระบบยุติธรรมที่ยังมีการเลือกใช้ พ.ร.บ.ทรมานฯ ต้องพัฒนาได้อีก รวมถึงอุดช่องว่างในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม
เมสเสจที่ 7 ความมั่นคงและนโยบายรัฐ กำลังถูกใช้เพื่อจำกัดสิทธิ ทั้งการชุมนุม ชายแดน เมียนมา-ไทย รวมถึงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้
เมสเสจที่ 8 บทบาทของรัฐในเวทีระหว่างประเทศ ต้องสอดคล้องกับการปฏิบัติในประเทศ อย่างกรณี ความล่าช้าในการเยียวยา ‘พายุ ดาวดิน’ ซึ่งเรียกร้องความยุติธรรมจากการสูญเสียดวงตาจากการสลายชุมนุม และเรายังได้เห็น ส.ส.ปภิปรายเรื่อง ‘กระบวนการไอโอ’ การสอดส่องทางออนไลน์มากกว่าที่ควร เป็นการละเมิดสิทธิอย่างชัดเจน และทำให้ประชาชนไม่สามารถเห็นได้ว่า การละเมิดสิทธิตอนนี้อยู่เลเวลไหนแล้ว
จากนั้น น.ส.เพชรรัตน์กล่าวถึง 6 ข้อเสนอถึงรัฐบาลไทย คือ
1.ยุติการใช้กระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องมือ ยุติข้อกล่าวหา และงดดำเนินคดีเพิ่มเติม และปล่อยผู้ที่ถูกถูกควบคุมโดยพลการ เพียงเพราะใช้เสรีภาพ อย่างไม่มีเงื่อนไข
2.อยู่ติดความรุนแรงทางดิจิทัลและแคมเปญใส่ร้ายป้ายสี ต่อหน้า ปกป้องสิทธิ และสร้างพื้นที่ปลอดภัย
3.การทรมานและกระทำที่โหดร้าย โดยสร้างความเข้มแข็งให้กรอบกฎหมาย
4.ภาคยานุวัติ ต่ออนุสัญญาของสหประชาชาติว่าด้วยสถานะผู้ลี้ภัย ค.ศ.1951 และพิธีสารเลือกรับ ค.ศ.1967 โดยทันที และประกันว่าจะต้องไม่มีบุคคลใดถูกส่งกลับ รวมถึงขยายมติ ครม.ให้ผู้ลี้ภัยชาวเมียนมาในค่าย สามารถทำงานได้อย่างถูกกฎหมาย
5.เรื่องสิทธิชนเผ่าฯ ต้องประกันว่าโครงสร้างพัฒนา แก้ไข พ.ร.บ.ชาติพันธุให้คุ้มครองชนเผ่าพื้นเมือง รวมถึงรับรองสิทธิให้สอดคล้องกับปฏิญญาสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิชนของชนเผ่าพื้นเมือง และทบทวนกระบวนการทางกฎหมาย คำสั่งทั้งหมด รวมถึงคดีที่เกิดจากนโยบายจัดการทรัพยากรธรรมชาติและทวงคืนผืนป่า
6.สิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ดี ดำเนินการสอบสวนความเสียหาย และรับประกันการเยียวยาชุมชนที่ได้รับผลกระทบ และตรากฎหมาย บางมาตรา ที่ว่าด้วยการตรวจสอบภาคธุรกิจ ให้สอดคล้องกับหลักการชี้แนะ ของสหประชาชาติ ว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน
“สิ่งที่เกิดขึ้นกับไทย ภาคประชาชนต้องมีพื้นที่สื่อสาร และสุดท้ายเราเชื่อว่า ประชาชนต้องชนะ” น.ส.เพชรรัตน์กล่าว
ในช่วงท้าย เมื่อมีผู้ถามว่า นักโทษการเมือง 42-43 คน เรายังมีความหวังบ้างไหม ?
“ต้องยอมรับว่า รัฐบาลชุดนี้ เข้าถึงได้ยากจริงๆ ไม่ใช่รัฐบาลแรก แต่มันเป็นพื้นที่สีเทา ที่ประตู ช่องทางไหนก็ไม่เปิด แต่อยากให้ความหวัง เราเห็นการชุมนุมที่ฮังการี่ การเลือกตั้งเปลี่ยนผ่านในช่วงกว่าสิบปี อะไรที่ไม่คิดว่าจะเกิดก็เกิดได้ เวลาเป็นเรื่องสำคัญ เวลาของนักโทษในเรือนจำก็จะสำคัญ คิดว่าพื้นที่สำคัญต้องเก็บไว้มากๆ คือ พื้นที่สื่อ นักวิชาการ ภาคประชาสังคม พื้นที่ที่คนจะคุยกันก็น้อยลง การที่สื่อโดนคดีเราต้องช่วยกันยืนหยัด อาจจะเป็นช่องทางที่ไม่โต แต่เราต้องห่วงแหนพื้นที่นี้ไว้” น.ส.เพชรรัตน์กล่าว
จากนั้น เวลา 14.35 น. นางสาวพุทธณี กางกั้น และ นางสาวเพชรรัตน์ ศักดิ์ศิริเวทย์กุล แอมเนสตี้ฯ ยื่นรายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนทั่วโลก ประจำปี 2568/69 และข้อเสนอแนะ ให้แก่ นายพัสกร เพชรในหิน ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านพิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม ในฐานะตัวแทนรัฐบาลไทย
ต่อด้วยเวทีเสวนา ‘Voice of Rights: แม้ถูกปิดเสียง ถูกละเมิดสิทธิ แต่ยังยืนหยัดเคียงข้างสิทธิมนุษยชน’ โดย นางอังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภา และผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชน , นางสาวพรชิตา ฟ้าประทานไพร เยาวชนผู้ปกป้องสิทธิชนเผ่าพื้นเมืองและสิทธิชุมชน , นางสาวปฐมพร แก้วหนู หัวหน้าโครงการฟรีด้อมบริทจ์ , นายจำนงค์ หนูพันธ์ ประธานขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) ดำเนินรายการโดย นายอภิสิทธิ์ ดุจดา
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แอมเนสตี้ฯ จี้รัฐบาล 6 ข้อ หยุดแพทเทิร์นคุกคาม – ถามปม ‘นักโทษการเมือง’ ยังมีหวัง?
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th