ทางรอดอุตสาหกรรมอาหารไทย! คมนาคม-NIA ดันนวัตกรรมข้ามวิกฤต Death Valley สู่เวทีโลก
NIA ผนึกพันธมิตรเปิดตัว ‘SPACE-F ปีที่ 7’ ดันไทยสู่ศูนย์กลาง FoodTech ระดับโลก ชูยุทธศาสตร์เชื่อมงานวิจัยสู่ตลาดจริง บ่มเพาะ 20 สตาร์ตอัปจาก 10 ประเทศข้ามวิกฤต Death Valley เผยสถิติ 6 ปีสร้างมูลค่าระดมทุนกว่า 5,100 ล้านบาท พร้อมรับผู้สมัครสูงสุดเป็นประวัติการณ์จาก 57 ประเทศ รุก 7 สาขาเทคโนโลยีอาหารแห่งอนาคต มุ่งยกระดับมูลค่าเพิ่มอุตสาหกรรมแทนการผลิตเชิงปริมาณ
21 เมษายน 2569 สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ บมจ.ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป, มหาวิทยาลัยมหิดล และพันธมิตรภาคเอกชน อาทิ บมจ.ไทยเบฟเวอเรจ, บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด และ Foodland Ventures จากไต้หวัน แถลงเปิดตัวโครงการ “SPACE-F ปีที่ 7” ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มบ่มเพาะและเร่งการเติบโตสตาร์ตอัปด้านเทคโนโลยีอาหาร (FoodTech) ระดับสากลแห่งแรกในประเทศไทย
การขับเคลื่อนโครงการในปีนี้มุ่งเน้นการแปลงศักยภาพด้านอุตสาหกรรมอาหารไปสู่มูลค่าทางเศรษฐกิจผ่านนวัตกรรมเชิงลึก เพื่อรับมือกับจุดเปลี่ยนของอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนจากการผลิตเชิงปริมาณไปสู่การแข่งขันด้วยเทคโนโลยีและมูลค่าเพิ่ม โดยมีการคัดเลือกสตาร์ตอัปจำนวน 20 ราย จาก 10 ประเทศทั่วโลก เข้าสู่โปรแกรมเพื่อร่วมพัฒนาและทดสอบนวัตกรรมจริงกับพันธมิตรชั้นนำ
กลไกเชื่อมโยงงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์และลดความเสี่ยงทางธุรกิจ
ศาสตราจารย์ ดร. ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ระบุว่า SPACE-F เป็นกลไกเชิงยุทธศาสตร์ที่ช่วยเร่งการนำองค์ความรู้มาต่อยอดเป็นนวัตกรรมต้นแบบ โดยหัวใจสำคัญคือการทดสอบการใช้งานจริง (Proof of Concept: POC) กับภาคอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญในการเชื่อมงานวิจัยเข้ากับความต้องการของตลาด
“อุตสาหกรรมอาหารเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศไทย ที่กำลังก้าวสู่จุดเปลี่ยนสำคัญจากการผลิตเพื่อปริมาณไปสู่การแข่งขันด้วยนวัตกรรมและมูลค่า… การทดสอบการใช้งานจริงกับพันธมิตรภาคอุตสาหกรรม ถือเป็นหัวใจในการเชื่อมงานวิจัยเข้ากับตลาดจริง ช่วยลดความเสี่ยงและช่องว่างของระบบนวัตกรรมไทย” — ศาสตราจารย์ ดร. ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์
ยกระดับระบบนิเวศนวัตกรรมและสถิติการระดมทุน
ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) เปิดเผยข้อมูลเชิงสถิติที่สะท้อนถึงการเติบโตของระบบนิเวศนวัตกรรมอาหารในไทย โดยตลอด 6 ปีที่ผ่านมา SPACE-F บ่มเพาะสตาร์ตอัปไปแล้วกว่า 100 ราย จาก 18 ประเทศ และสร้างมูลค่าการระดมทุนรวมสูงกว่า 5,100 ล้านบาท
สำหรับปีที่ 7 นี้ โครงการได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีผู้สมัครถึง 204 ราย จาก 57 ประเทศทั่วโลก เพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อนหน้าที่มีผู้สมัคร 156 ราย จาก 34 ประเทศ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของสตาร์ตอัปโลกต่อประเทศไทยในฐานะศูนย์กลาง FoodTech Hub ของภูมิภาค
“โครงการ SPACE-F ปีที่ 7 นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการเติบโตแบบก้าวกระโดด พร้อมสร้างสถิติใหม่ในระดับสากล โดยมีจำนวนผู้สมัครสูงสุดเป็นประวัติการณ์… สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของสตาร์ตอัปทั่วโลกต่อศักยภาพของโครงการ”— ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง
2 โปรแกรมหลัก ครอบคลุม 7 สาขาเทคโนโลยีเป้าหมาย
การดำเนินงานในปีนี้แบ่งออกเป็น 2 โปรแกรมหลัก ได้แก่ Incubator Program สำหรับวางรากฐานและพัฒนาต้นแบบ และ Accelerator Program สำหรับเร่งการขยายธุรกิจและเชื่อมโยงนักลงทุน โดยครอบคลุม 7 สาขาเทคโนโลยีเป้าหมาย ได้แก่:
- โภชนาการส่วนบุคคล (Personalized Nutrition)
- โปรตีนแห่งอนาคต (Alternative Proteins)
- ระบบอาหารหมุนเวียน (Circular Food System)
- การผลิตอัจฉริยะ (Smart Manufacturing)
- การผลิตที่ยั่งยืน (Sustainable Packaging & Sourcing)
- ความปลอดภัยอาหาร (Food Safety & Quality)
- ประสบการณ์ผู้บริโภคยุคใหม่ (Smart Food Service)
สตาร์ตอัปที่ได้รับการคัดเลือกจากทั้งไทยและต่างประเทศ เช่น เกาหลีใต้ สเปน สหรัฐอเมริกา และซาอุดิอาระเบีย จะได้เข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานระดับสากล ทั้งห้องปฏิบัติการวิจัยเชิงลึกจากมหาวิทยาลัยมหิดล และโอกาสการระดมทุนจาก Foodland Ventures เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ให้สามารถแข่งขันได้ในเวทีโลกอย่างยั่งยืน