โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

บันทึกหน้า 4

ไทยโพสต์

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ท.ศักดิ์

แม้เทศกาลมหาสงกรานต์จะจบลงไปแล้ว แต่ก็เหมือน “โฆษกรัฐบาล” อย่าง “รัชดา ธนาดิเรก” บอกนั่นแลว่า สงกรานต์ไทยกลายเป็นมรดกโลก หรือเป็นเวิลด์อีเวนต์ไปแล้ว เพราะมันสะท้อนพลังวัฒนธรรมของคนในวิถีเอเชียที่จะอยู่ริมน้ำมานับพันๆ ปี รวมทั้งยังดึงดูดความสนใจจากคนทั่วโลกที่ใครก็ไม่สามารถเคลมได้ โดย “การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)” ได้คาดการณ์ภาพรวมการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 11-15 เม.ย. จะสร้างรายได้รวมมากกว่า 30,350 ล้านบาท เป็นนัก

ท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 500,000 คน สร้างรายได้ราว 8,100 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 6%…๐ แล้วก็เป็นเหมือนเงาตามตัวในเทศกาลหยุดยาวของไทย นั่นคือเทศกาลนับศพ 7 วัน ซึ่งล่าสุด “พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์” รมว.ยุติธรรม ในฐานะประธานศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2569 หรือ ศปถ. ก็ได้แถลง สถิติอุบัติเหตุทางถนน ประจำวันที่ 14 เม.ย. ซึ่งเป็นวันที่ 5 ของการรณรงค์ ว่าเกิดอุบัติเหตุ 192 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 202 คน ผู้เสียชีวิต 30 ราย อุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 5 วัน (10-14 เม.ย.) เกิดอุบัติเหตุรวม 951 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ รวม 911 คน ผู้เสียชีวิต 191 ราย จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ แพร่ 45 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ แพร่ 47 คน ส่วนจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุดไม่เกินคาดคือ กรุงเทพมหานคร 16 ราย ซึ่ง ดูเหมือนตลอดเวลา 4 ปีในยุค “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” เป็นผู้ว่าฯ ก็ครองแชมป์ตายหรือไม่ก็แชมป์เจ็บมาอย่างมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งปีใหม่ไทยและปีใหม่เทศ แต่ก็ดูเหมือนคนกรุงหรือใครต่อใครต่างก็ไม่เคยกล่าวโทษ “ผู้ว่าฯ ที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี” เลย ต้องบอกว่าชาติที่แล้วทำบุญมาอย่างดีเสียจริงๆ

ต้องบอกว่าปีนี้ “นางสงกรานต์” ทรงนามว่า “รากษสเทวี” เสวยโลหิตเป็นอาหาร จึงไม่แปลกที่หลังสงครามยังมีคำเตือนเรื่องพายุฤดูร้อนออกมาอีก โดย “สุกันยาณี ยะวิญชาญ” อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 16-20 เมษายน 2569) ฉบับที่ 3 ย้ำว่า 16-20 เม.ย.นี้ ไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น ทั้งฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง รวมถึงอาจมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้ ก็เรียกว่าสาดน้ำกันมา 3 วันแล้วก็เจอฟ้าสาดน้ำอีก 4 วันต่อ แต่มีของแถมที่ต้องระวังกันให้ดี มิเช่นนั้นอาจหัวร้างข้างแตกและถึงชีวิตกันได้

หันมาดูความเคลื่อนไหวของนายกฯ หนูกันบ้าง เพราะเมื่อวันพุธ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกฯ และ รมว.มหาดไทย ได้เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อเข้าร่วมประชุมทางไกลในการประชุมประชาคมเอเชียเพื่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ หรือ AZEC ซึ่งหลังประชุมเสร็จก็ได้ให้สัมภาษณ์แบบยาวๆ ครั้งแรกในสัปดาห์ และเจ้าตัวก็บอกว่าต่อไปอาจแค่สัปดาห์ละครั้งเท่านั้น แหม! เรียกว่าเล่นบทเตมีย์ใบ้จนติดใจกันไปแล้วแน่นอน..

ที่น่าสนใจในการให้สัมภาษณ์ของ “นายกฯ อนุทิน” คือการแย้มถึงโครงการคนละครึ่งพลัสว่าจะทำให้เร็วที่สุด เพราะรัฐบาลเพิ่งบริหารราชการแผ่นดินได้เต็มรูปแบบเมื่อวันที่ 10 เม.ย. พร้อมระบุด้วยว่า น่าจะพลัสมากกว่าคนละครึ่งครั้งที่แล้ว รวมทั้งยังมีมาตรการช่วยเหลือเรื่องค่าไฟ 200 หน่วยแรก ไม่ให้เกินหน่วยละ 3 บาทที่ให้แก่ทุกกลุ่ม ส่วนใครใช้ไฟเกินก็คิดราคาตามขั้นบันได รวมถึงมาตรการสินค้าไทยช่วยไทย พร้อมทั้งมองแง่ดีที่ “เจ๊ไหม” ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน เห็นด้วยในโครงการคนละครึ่งพลัสว่าเป็นเรื่องปกติ เขาต้องทำหน้าที่ท้วงติง แต่ก็เหมือนที่ “วิมล ไทรนิ่มนวล” นักเขียนรางวัลซีไรต์ชื่อดัง โพสต์กราฟิกท้วงติงนั่นแหละว่า นี่หรือพรรครักประชาชน เพราะค้านทุกเรื่อง แต่ที เรื่องอาหารฟรีจากเงินภาษีมื้อละ 1,000 บาท และเงินบำนาญเดือนละเป็นหมื่นเป็นแสนกลับเงียบกริบ! แหม! ก็นี่มันเรื่องผลประโยชน์ส่วนตัวและส่วนรวมของทั่นผู้แทนฯ จะไปโวยวายทำไมละจ๊ะพ่อคุณ…

หันมาเรื่อง Work From Home ทำงานจากที่บ้าน Work From Anywhere หรือทำงานที่ไหนก็ได้ ที่รัฐบาลกำชับเป็นนโยบายหน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจในช่วงราคาน้ำมันแพงนำไปปฏิบัติอย่างจริงจัง รวมทั้งขอความร่วมมือกับภาคเอกชนด้วย บรรดาขาเมาธ์มอยก็พากันนินทากันให้แซ่ดว่าเป็นเรื่องถูกต้องที่หลายประเทศก็ทำ แต่ที่ สงสัยกันมากคือระบบอินเทอร์เน็ตและไวไฟทั้งหลายต้องเอื้ออำนวยด้วย จึงทั้งให้ WFH-WFA เป็นผล แต่ดูเหมือน “คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)” กลับไม่เคยเอ่ยอ้างหรือมีมาตรการใดๆ เลย ทั้งที่เป็นผู้คุมเกมและควบคุมดูแลค่าบริการของแก่ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตทั้งหลาย จึงหวังว่าในการประชุม ครม.นอกจากเรื่องคลอดมาตรการเรื่องค่าครองชีพแล้ว ก็น่าจะดูแลเรื่องราคาอินเทอร์เน็ตที่แพงหูฉี่กันด้วย..

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...