โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

โกลด์แมนแซคส์เตือน 'น้ำมันเครื่องบิน ดีเซล ปิโตรเคมี' เจ็บหนักสุด

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ธนาคารโกลด์แมน แซคส์ ระบุในบทวิเคราะห์วันนี้ว่า แรงกระแทกในตลาดน้ำมันโลกครั้งใหญ่ที่สุดเป็นประวัติการณ์จากสงครามในตะวันออกกลาง มีแนวโน้มจะส่งผลกระทบต่อกลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูป เช่น น้ำมันเครื่องบินและดีเซล มากกว่าน้ำมันดิบ

“ราคาปรับตัวขึ้นแรงในผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปหลายประเภท มากกว่าน้ำมันดิบ” ยูเลีย เซสต์โควา กริกส์บี และดาน สตรูเวน นักวิเคราะห์ระบุพร้อมชี้ว่า การหยุดชะงักอย่างรุนแรงของอุปทานน้ำมันดิบชนิด medium-heavy กำลังเสี่ยงทำให้การผลิตน้ำมันดีเซล น้ำมันเครื่องบิน และน้ำมันเตาลดลง

ทั้งนี้ ตลาดพลังงานโลกเผชิญความปั่นป่วนอย่างหนักจากสงครามสหรัฐ-อิสราเอลกับอิหร่าน ซึ่งปะทุขึ้นช่วงปลายเดือนก.พ. ที่ผ่านมา ความขัดแย้งดังกล่าวส่งผลให้การส่งออกน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซแทบหยุดชะงัก และยังเกิดการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานทั่วภูมิภาค ทำให้ผู้ผลิตน้ำมันต้องลดกำลังการผลิตและหยุดการทำงานของโรงกลั่นบางส่วน

แม้ราคาน้ำมันดิบจะพุ่งขึ้นมากกว่า 40% นับตั้งแต่การโจมตีครั้งแรก โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่ผลิตภัณฑ์บางประเภท "ปรับตัวขึ้นแรงยิ่งกว่า" โดยในบางประเทศของเอเชีย ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงพุ่งขึ้นถึง "สองเท่า" ขณะที่เกาหลีใต้เดินตามรอยจีนและไทย ในการจำกัดการส่งออกเพื่อปกป้องตลาดภายในประเทศ

“ไม่มีผลิตภัณฑ์หรือภูมิภาคใดปลอดภัยอย่างแท้จริง” นักวิเคราะห์ของโกลด์แมน แซคส์ ระบุ พร้อมชี้ว่าสงครามกำลังบั่นทอนความสามารถของผู้ผลิตในอ่าวเปอร์เซียในการส่งออกผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป ทำให้โรงกลั่นหยุดชะงัก และกระทบต่อน้ำมันดิบที่นำไปผลิตดีเซล

“เกือบ 60% ของการส่งออกน้ำมันดิบจากอ่าวเปอร์เซียเป็นน้ำมันชนิด medium และ heavy ซึ่งใช้ในการผลิตน้ำมันเครื่องบิน ดีเซล และน้ำมันเตา ส่วนการจะหาผู้ผลิตทางเลือกนอกตะวันออกกลางยังค่อนข้างจำกัด”

โกลด์แมน แซคส์ ยังระบุด้วยว่า การหยุดชะงักดังกล่าวจะกระทบต่อแนฟทา (Naphtha) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกลั่นน้ำมันดิบและเป็นวัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี รวมถึงน้ำมันเครื่องบินด้วย

ปัจจุบันเอเชียนำเข้าแนฟทาจากอ่าวเปอร์เซียเกือบ 50% ขณะที่ยุโรปพึ่งพาน้ำมันเครื่องบินจากภูมิภาคนี้ถึง 40%

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...