พิพัฒน์ ถก ศบก. เคาะรับมือพลังงาน ยันกระทบประชาชน-ภาคธุรกิจน้อยที่สุด
พิพัฒน์ ถก ศบก.เคาะมาตรการ รับมือวิกฤตพลังงาน ครบ 15 วัน ยันกระทบประชาชน-ภาคธุรกิจ น้อยที่สุด สั่ง “กต.-พน.-พณ” ร่วมแจง สร้างความเชื่อมั่น
เมื่อเวลา 16.10 น. วันที่ 17 มี.ค.2569 ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) เป็นประธานประชุมศบก.
โดยมี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม
นายพิพัฒน์ แจ้งให้ที่ประชุมรับทราบ ว่า จากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของโลก โดยเฉพาะประเด็นการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของการขนส่งน้ำมัน หากสถานการณ์ยังยืดเยื้อต่อไปย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะส่งผลต่อเศรษฐกิจ ทั้งระดับโลกและประเทศไทย
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง ภาครัฐได้ติดตามประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและกำหนดมาตรการ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน รวมถึงภาคธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะมาตรการด้านพลังงาน และรักษาเสถียรภาพราคาสินค้า การดูแลค่าครองชีพ โดยมีตรึงราคาน้ำมันดีเซล 15 วันที่สิ้นสุดในวันนี้ ขณะที่ภาระการอุดหนุนน้ำมันเชื้อเพลิงสูงขึ้น
การประชุมวันนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อกำหนดแนวทางบริหารจัดการราคาน้ำมันของประเทศในระยะต่อไปอย่างเป็นระบบ โดยคำนึงถึงผลกระทบกับประชาชน ภาคธุรกิจ และผู้ประกอบการน้ำมัน รวมถึงปัจจัยต่างๆอย่างรอบคอบ เพื่อให้การดำเนินนโยบายด้านพลังงานของประเทศมีเสถียรภาพ และไม่ก่อให้เกิดภาระกับประชาชนและภาคธุรกิจเกินความจำเป็น และเพื่อสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นต่อมาตรการ
รัฐบาลขอเน้นย้ำให้กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพลังงาน และกระทรวงพาณิชย์ เข้าร่วมแถลงข่าวของ ศบก. เพื่อสื่อสารข้อเท็จจริงและรายงานสถานการณ์ รวมถึงการดำเนินมาตรการให้ประชาชนและภาคธุรกิจได้ทราบในทุกครั้ง
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พิพัฒน์ ถก ศบก. เคาะรับมือพลังงาน ยันกระทบประชาชน-ภาคธุรกิจน้อยที่สุด
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th