“ธนาคารกลางสวิส” หยุดแทรกแซงค่าเงินปลายปี 2568 แม้ฟรังก์แข็งค่าสุดในรอบ 10 ปี
"ธนาคารกลางสวิส" หยุดแทรกแซงค่าเงินปลายปี 2568 แม้ฟรังก์แข็งค่าสุดในรอบ 10 ปี ท่ามกลางความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์ และเพิ่มแรงกดดันต่อนโยบายการเงินในระยะต่อไป
วันที่ 17 มีนาคม 2569 เวลา 13.34 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์ (SNB) แทบไม่เข้าแทรกแซงตลาดอัตราแลกเปลี่ยนในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2568 หลังให้คำมั่นกับสหรัฐฯ ว่าจะไม่ใช้นโยบายค่าเงินเพื่อสร้างความได้เปรียบทางเศรษฐกิจ
รายงานประจำปีของ SNB ระบุว่า ในปี 2568 ธนาคารกลางได้เข้าซื้อเงินตราต่างประเทศรวม 5.2 พันล้านฟรังก์สวิส หรือราว 6.6 พันล้านดอลลาร์ โดยในช่วง 9 เดือนแรกมีการแทรกแซงไปแล้ว 5.182 พันล้านฟรังก์ ซึ่งสะท้อนว่าในไตรมาสสุดท้ายของปีแทบไม่มีการซื้อหรือขายในระดับที่มีนัยสำคัญ
การแทรกแซงส่วนใหญ่เกิดขึ้นในไตรมาส 2 ของปีที่ผ่านมา เพื่อสกัดการแข็งค่าของเงินฟรังก์ หลังโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศมาตรการภาษีครั้งใหญ่ในวัน “Liberation Day” ซึ่งทำให้ค่าเงินฟรังก์พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว
โดยกลไกที่ SNB ใช้คือการเข้าซื้อสินทรัพย์สกุลเงินต่างประเทศ เพื่อลดแรงกดดันการแข็งค่าของฟรังก์ ซึ่งแนวทางนี้เคยถูกใช้มาอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ทำให้ขนาดงบดุลของธนาคารกลางขยายตัวจนถูกมองว่าอาจมีความเสี่ยงในระยะยาว
อย่างไรก็ตามในไตรมาส 4 ค่าเงินฟรังก์ยังคงแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับยูโร และนับตั้งแต่ต้นปี 2026 เงินฟรังก์พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 10 ปี จากสถานะ “สินทรัพย์ปลอดภัย” ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยได้รับแรงหนุนจากเศรษฐกิจที่มีเสถียรภาพ หนี้สาธารณะต่ำ และนโยบายที่คาดการณ์ได้
ประเด็นการแทรกแซงค่าเงินของ SNB คาดว่าจะเป็นจุดสนใจในการประชุมกำหนดอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกของปีในสัปดาห์นี้ โดยนักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าอัตราดอกเบี้ยจะยังคงอยู่ที่ระดับ 0%
ทั้งนี้ ค่าเงินฟรังก์ที่แข็งค่าขึ้นส่งผลให้เงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากต้นทุนนำเข้าลดลง ทำให้ SNB ต้องจับตาค่าเงินอย่างใกล้ชิด
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 29 กันยายน SNB และกระทรวงการคลังสหรัฐ ได้ออกแถลงการณ์ร่วม ยืนยันว่าการดำเนินนโยบายการเงินจะมุ่งเน้นเสถียรภาพด้านราคาเป็นหลัก หลังสหรัฐเคยขึ้นบัญชีสวิตเซอร์แลนด์ในรายชื่อประเทศที่จับตาการแทรกแซงค่าเงิน
แม้ในอดีตสวิตเซอร์แลนด์เคยถูกจัดเป็นประเทศปั่นค่าเงินในยุครัฐบาลทรัมป์ แต่ภายหลังได้ถูกถอดออกจากรายชื่อดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ประธาน SNB ระบุว่า ความเสี่ยงดังกล่าวจะไม่เป็นอุปสรรค หากจำเป็นต้องเข้าแทรกแซงค่าเงินเพื่อรักษาเสถียรภาพ
ทั้งนี้ SNB จะเปิดเผยข้อมูลการแทรกแซงค่าเงินแบบมีความล่าช้า 3 เดือน ทำให้ข้อมูลไตรมาสแรกของปี 2026 จะถูกเผยแพร่ในเดือนมิถุนายนนี้
อ้างอิง : www.bloomberg.com