CK-STECON คึกคักเก็งรัฐใหม่หนุนงบ
#ก่อสร้าง #ทันหุ้น – รับเหมาก่อสร้างคึกคัก หวังรัฐบาลชุดใหม่ เร่งงบลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ดันเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ฟากนักวิเคราะห์ชี้ CK ขึ้นแท่นหุ้นเด่นรับอานิสงส์งานรอบใหม่ ฟาก STECON ยังเด่น
นางสาววนิดา ไกสเล่อร์ นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า แนวโน้มตลาดหุ้นในสัปดาห์นี้ กลุ่มหุ้น Domestic Play โดยเฉพาะกลุ่มรับเหมาก่อสร้างมีปัจจัยบวกสนับสนุนจากความคาดหวังต่อการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ซึ่งนักลงทุนมองว่าการมีรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการจะช่วยเร่งผลักดันการใช้งบประมาณภาครัฐและกระตุ้นการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ได้มากขึ้น หลังจากในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา การลงนามสัญญาโครงการภาครัฐค่อนข้างจำกัด ทำให้ตลาดคาดหวังว่ารัฐบาลใหม่จะเร่งเดินหน้าเม็ดเงินลงทุนโครงสร้างพื้นฐานมากกว่าช่วงที่ผ่านมา
รับเหมารายใหญ่
ทั้งนี้ หุ้นกลุ่ม Domestic Play ที่เน้นการดำเนินธุรกิจภายในประเทศยังมีความได้เปรียบ เนื่องจากไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากภาวะเศรษฐกิจโลกหรือความขัดแย้งระหว่างประเทศมากนัก แม้ว่าราคาพลังงานอาจกดดันต้นทุนบางส่วน อย่างไรก็ตาม บริษัทรับเหมารายใหญ่ส่วนมากมีการจ้างช่วง (Subcontract) เพื่อลดภาระต้นทุนการก่อสร้าง ทำให้ผลกระทบด้านต้นทุนไม่ตกอยู่กับบริษัทโดยตรงมากนัก
สำหรับหุ้นที่น่าสนใจในกลุ่มนี้ ได้แก่ บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ CK ซึ่งยังคงเป็นหุ้นแนะนำ เนื่องจากมีสัดส่วนงานโครงการภาครัฐเป็นหลัก และจากฐานในปีที่ผ่านมาแทบไม่มีการเซ็นสัญญาโครงการรัฐใหม่ หากมีการรับงานใหม่เข้ามาจะเป็นปัจจัยบวกอย่างมีนัยสำคัญในเชิงเปรียบเทียบ ขณะที่แนวโน้มผลประกอบการในช่วงไตรมาส 2–3 ปีนี้คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้น จากการรับรู้เงินปันผลจากบริษัทลูกและบริษัทร่วม
ด้าน บริษัท สเตคอน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ STECON ยังคงเป็นคู่แข่งสำคัญของ CK และมักเข้าร่วมประมูลงานในรูปแบบกิจการร่วมค้า (JV) ในหลายโครงการ โดยคาดว่าผลประกอบการจะมีความโดดเด่นจากการรับรู้เงินปันผลจากการลงทุนในหุ้น GULF ขณะที่ ITD ถูกปรับลดความน่าสนใจลง เนื่องจากเผชิญปัญหาด้านการเงินและข้อกฎหมาย ซึ่งส่งผลให้การแข่งขันในกลุ่มผู้รับเหมารายใหญ่ลดความรุนแรงลง
คัดหุ้นก่อสร้าง
ขณะที่ นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) มองว่า ทิศทางกลุ่มรับเหมามีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นจากโอกาสการเกิดโครงการใหม่ โดยรัฐบาลชุดใหม่มีแนวโน้มใช้งบประมาณภาครัฐเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและผลักดันการเติบโตของ GDP ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
ทั้งนี้ ปัจจุบันผู้รับเหมารายใหญ่ของประเทศมีจำนวนจำกัด โดย CK ถือเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการที่มีความแข็งแกร่งด้านฐานะการเงิน โดยมีอัตราส่วน Net IBD/E อยู่ที่ประมาณ 1.3 เท่า ขณะที่ BEM ได้ปรับ Covenant เพิ่มเป็น 3.0 เท่า เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับโครงการขนาดใหญ่ในอนาคต โดยโครงการสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ มอเตอร์เวย์ M5–M9 และโครงการ Double Deck ซึ่งคาดว่าจะเป็นปัจจัยสนับสนุนต่อการเติบโตของกลุ่มรับเหมา
ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ให้ราคาเป้าหมายพื้นฐานหุ้น CK ที่ 18.50 บาท และให้ราคาเป้าหมายหุ้น STECON ที่ 10.00 บาท