โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รู้จัก Know Your Agent - KYA เข้าสู่ยุค AI ต้องยืนยันตัวตน เพราะมนุษย์เปิดทางให้ AI เข้าถึงเงิน

Thairath Money

อัพเดต 30 เม.ย. เวลา 15.50 น. • เผยแพร่ 30 เม.ย. เวลา 12.09 น.
ภาพไฮไลต์

รู้หรือไม่ AI ที่เรากำลังใช้งานกันอยู่ทุกวันนี้กำลังก้าวเข้าไปอีกขั้นหนึ่งที่ไม่ใช่แค่เพื่อถาม-ตอบคำถามอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น “ผู้ช่วยส่วนตัว” ที่มนุษย์แบบเรานั้นกำลังเปิดทางให้สิ่งที่เรียกว่า AI Agents นี้ตัดสินใจทำงาน ทำเงิน และใช้จ่ายแทนแล้ว

ข้อมูลจากหลายแห่งบอกในทิศทางเดียวกันว่า AI Agents เริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในชีวิตประจำวันของเรา ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานจองการเดินทาง ซื้อสินค้าแทนผู้ใช้งานได้โดยอัตโนมัติ และในอนาคตอันใกล้ คาดว่าเอเจนต์เหล่านี้จะเข้ามาดูแลกระบวนการซื้อขายแบบครบวงจรที่ซับซ้อนมากขึ้น ตั้งแต่การต่อรองราคา กำหนดเงื่อนไข จัดการด้านการจัดส่งและคืนสินค้า ไปจนถึงการทำธุรกรรมกับเอเจนต์อื่น ๆ ได้ทันที

จากข้อมูลของ Adobe ระบุว่า ในช่วงเทศกาลช้อปปิ้งปลายปี 2024 เริ่มเห็นการใช้งานเบราว์เซอร์และบริการที่ขับเคลื่อนด้วย AI เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และภายในวันลดกระหน่ำ Black Friday ในปี 2025 ทราฟฟิกที่ขับเคลื่อนด้วย AI ไปยังเว็บไซต์ค้าปลีกในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นถึง 805% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยเอเจนต์มีส่วนสร้างยอดขายออนไลน์ทั่วโลกมากกว่า 22,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ข้อมูลจาก World Economic Forum ยังสะท้อนภาพใหญ่ที่บอกว่า ตอนนี้เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วย Agentic AI มูลค่าจะพุ่งไปแตะ 236,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2034

อย่างไรก็ตามแม้ว่าการเปลี่ยนผ่านนี้จะเพิ่มโอกาสให้กับภาคธุรกิจที่ลูกค้าจำนวนมากในอนาคตอาจไม่ใช่มนุษย์อีกต่อไป แต่การเข้ามาของ AI Agents ที่ทำหน้าที่แทนมนุษย์ และทำงานร่วมกับเอเจนต์อื่น ๆ ในกระบวนการต่างๆ ก็นำมาซึ่งความเสี่ยงที่สูงไม่แพ้กัน

หากไม่มีมาตรการป้องกันที่เหมาะสม เอเจนต์อาจกลายเป็นบ่อนทำลายความเชื่อมั่นได้รวดเร็วพอ ๆ กับที่สร้างประสิทธิภาพขึ้นมา ซึ่งอาจทำให้ระบบที่ถูกออกแบบมาเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ กลับกลายเป็นสิ่งที่ทำลายมันเสียเอง

ดังนั้นโลกจึงต้องมีโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อพิสูจน์ “ตัวตน” (Identity) และเพิ่ม “ความรับผิดชอบ” (Accountability) เพื่อมาเป็นตัวกำหนดว่า “Agentic Commerce” ในวันนี้จะกลายเป็นแรงขับเคลื่อนความมั่งคั่งของเศรษฐกิจโลก หรือจะกลายเป็นพื้นที่ใหม่ของการฉ้อโกงในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เมื่อมนุษย์ไม่ใช่ผู้ทำธุรกรรมโดยตรงอีกต่อไป

การมาของกรอบแนวคิด “Know Your Agent”

ก่อนหน้านี้ มนุษย์เราเคยเผชิญปัญหาแบบนี้มาแล้วในอดีต ในช่วงที่ระบบการเงินโลกขยายตัวช่วงทศวรรษ 1970-1980 ที่การเคลื่อนย้ายเงินข้ามพรมแดนเกิดขึ้นเร็วกว่าระบบความเชื่อมั่นและความรับผิดชอบจะตามทัน

เพื่อตอบโจทย์นี้ จึงเกิดกรอบ “Know Your Customer” หรือ “KYC” ที่บังคับให้สถาบันการเงินต้องตรวจสอบตัวตนลูกค้า และติดตามธุรกรรม และแม้ว่า KYC จะไม่สามารถกำจัดการฉ้อโกงหรืออาชญากรรมทางการเงินได้ทั้งหมด แต่ก็ได้วางรากฐานด้านความเชื่อมั่น และความรับผิดชอบ โดยทำให้การยืนยันตัวตนเป็นเงื่อนไขสำคัญของการเข้าร่วมระบบ

ในวันนี้ ช่องว่างด้านความเชื่อมั่นแบบเดียวกันกำลังเกิดขึ้นอีกครั้ง แต่ในระดับที่ทวีคูณ ภายใต้ Agentic Commerce และเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงนี้ จึงเกิดเป็นกรอบใหม่ที่เรียกว่า “Know Your Agent” หรือ “KYA” ซึ่งจะทำงานควบคู่ไปกับ KYC แบบดั้งเดิม

ทำไมเราต้องมี KYA?

Thairath Money ซึ่งเป็นมีเดียพาร์ตเนอร์เจ้าเดียวของไทยในงาน Money20/20 Asia 2026 ได้พูดคุยกับ MetaComp ถึงประเด็นเกี่ยวกับคอนเซปต์ของ KYA หลังจากที่ MetaComp ได้ประกาศเปิดตัว “StableX Know Your Agent Framework” พร้อมระบุว่าเป็นเจ้าแรกของโลกที่ออกแบบกรอบความคิดนี้มาเพื่อผู้ให้บริการทางการเงินโดยเฉพาะ

MetaComp คือ ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านสินทรัพย์ดิจิทัลและการเงินที่ได้รับใบอนุญาตจาก สิงคโปร์ โดยมีเป้าหมายหลักในการเชื่อมโลกการเงินแบบดั้งเดิม (Traditional Finance หรือ TradFi) เข้ากับระบบนิเวศของสินทรัพย์ดิจิทัล โดยมุ่งเน้นไปที่การให้บริการลูกค้าสถาบันและภาคธุรกิจ โดยนำเสนอแพลตฟอร์มที่ช่วยให้สามารถเข้าถึงสินทรัพย์ดิจิทัลได้อย่างปลอดภัย โปร่งใส และอยู่ภายใต้กรอบกำกับดูแลที่ชัดเจน

เมื่อถูกถามว่า “ทำไมเราต้องมีการ KYA?” Tin Pei Ling ที่ดำรงตำแหน่ง Co-President ของ MetaComp และเป็นอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของสิงคโปร์ ระบุว่า “Framework นี้เป็นกรอบการกำกับดูแล AI Agent ในภาคการเงินเป็นครั้งแรกของโลกที่ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาความเสี่ยงเมื่อ AI ต้องทำธุรกรรมแทนมนุษย์”

ภายใต้กรอบแนวคิด Know Your Agent นี้ จะประกอบไปด้วย 4 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่

  • Agent Identity and Registration: การระบุตัวตนให้ AI Agent เป็นเหมือนการสร้าง ID ให้กับ AI ซึ่งทุกตัวต้องมีอัตลักษณ์เฉพาะ หรือที่เรียกว่า Unique Agent Identity (UAI) และต้องผูกติดกับบุคคลหรือนิติบุคคลที่มีตัวตนจริงในโลกภายนอก พร้อมกับมีกำหนดอายุขัยของ UAI เพื่อป้องกันการลอกเลียนแบบพฤติกรรม
  • Authority and Permission: กำหนดว่า Agent ตัวนั้นทำอะไรได้บ้าง เช่น จำกัดวงเงินธุรกรรม หรือกำหนดให้ต้องขออนุมัติจากมนุษย์เมื่อถึงเงื่อนไขที่กำหนด ซึ่ง AI Agent จะไม่สามารถเจรจาสัญญาหรือตัดสินใจในเรื่องที่อยู่นอกเหนือจากโปรแกรมที่ตั้งไว้ได้
  • Behavioral Monitoring: เมื่อ AI Agent ทำงานได้ 24 ชั่วโมง จึงต้องมีการเฝ้าระวังพฤติกรรม แบบเรียลไทม์ ซึ่ง MetaComp จะมีการใช้ระบบ Vision X ซึ่งเป็น AI Risk Engine ในการประเมินความเสี่ยงและพฤติกรรมของ Agent ตลอดเวลา ซึ่งหาก Agent เริ่มมีพฤติกรรมแปลก ๆ คะแนนความเสี่ยงจะพุ่งสูงขึ้น และขณะเดียวกันที่คู่สัญญา (Agent ตัวอื่น) จะสามารถปฏิเสธการทำธุรกรรมด้วยทันที
  • Ecosystem Interaction: สร้างมาตรฐานการสื่อสารระหว่าง Agent ต่อ Agent ที่ปลอดภัย Agent จะไม่คุยกันสุ่มสี่สุ่มห้า ก่อนเริ่มงานต้องไปเช็คกับ Registry ก่อนว่า Agent อีกฝั่งมีตัวตนจริงไหมและน่าเชื่อถือหรือไม่ ต้องสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ทุกรายการและทุกการกระทำของ Agent ตามกฎ Travel Rule ต้องระบุตัวตนของเจ้าของ Agent ได้ เพื่อป้องกันการฟอกเงินและอาชญากรรม
Tin Pei Ling, Co-President ของ MetaComp

“ในอนาคตอันใกล้นี้ Agentic AI จะทำให้บริการทางการเงินเข้าถึงง่ายขึ้น เช่น คนรุ่นเก่าที่ไม่เก่งเทคโนโลยีสามารถสั่งงานด้วยภาษาธรรมชาติ เช่น โอนเงิน 1,000 บาทให้บัญชีนี้ และ AI จะจัดการกระบวนการที่ซับซ้อนเบื้องหลังให้ทั้งหมด”

“แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ความเชื่อมั่น หรือ Trust ซึ่งต้องมาจากการมีกรอบการกำกับดูแลที่แข็งแกร่ง เพื่อให้เทคโนโลยีเติบโตไปพร้อมกับความรับผิดชอบต่อสังคม” Tin Pei Ling กล่าว

นอกจากนี้ เพื่อให้ทั้ง 4 เสาหลักทำงานได้อย่างยั่งยืน MetaComp ได้อ้างอิงหลักการจาก IMDA (หน่วยงานรัฐของสิงคโปร์) มาปรับใช้กับภาคการเงิน ดังนี้

  • Assess and Bound Risk: ประเมินและจำกัดความเสี่ยง โดยต้องรู้ว่าความเสี่ยงคืออะไรก่อนจะปล่อย AI ออกไปทำงาน และต้องมีเกราะป้องกันความเสี่ยงนั้น ๆ
  • Technical Controls: มีการควบคุมด้วยเทคโนโลยี ต้องใช้ระบบซอฟต์แวร์เป็นตัวบล็อกธุรกรรมโดยอัตโนมัติ หากพบว่าค่าความเสี่ยงสูงเกินเกณฑ์ที่กำหนด
  • Human Accountability: แม้จะเป็น Agentic AI แต่ในการตัดสินใจสำคัญ ต้องมี Human-in-the-loop หรือจุดที่มนุษย์ต้องเข้ามาตรวจสอบและกดยืนยันเสมอ ไม่ปล่อยให้เครื่องจักรจัดการ 100% โดยไม่มีการควบคุม
  • End User Responsibility: นี่คือหลักเกณฑ์ทางกฎหมายที่สำคัญที่สุด คือ คุณไม่สามารถโทษ AI ได้ หากคุณสั่งให้ AI ไปทำงาน แล้วเกิดความเสียหาย เจ้าของ Agent (มนุษย์หรือบริษัท) ต้องเป็นผู้รับผิดชอบตามกฎหมาย

แต่ละภาคส่วนต้องปรับตัวยังไง?

ตามข้อมูลของ World Economic Forum ระบุว่า ปัจจุบัน มนุษย์กำลังกลายเป็น “เสียงส่วนน้อย” บนโลกออนไลน์ โดยบอตสร้างทราฟฟิกเกือบ 50% ของโลกอินเทอร์เน็ต และในจำนวนนี้เกือบหนึ่งในสามเป็น “Bad Bots” ดังนั้น การหลีกเลี่ยงสถานการณ์เลวร้ายที่สุด จำเป็นต้องมีการดำเนินการอย่างจริงจัง

ภาครัฐต้องปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านตัวตน และยกเลิกข้อจำกัดทางกฎหมายที่ล้าสมัย ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับการฉ้อโกง ระบบภาครัฐควรมุ่งเน้นการยืนยันตัวตน ไม่ใช่เพียงการตรวจสอบเอกสาร

แม้การสร้างกฎเกณฑ์ระดับโลกให้สอดคล้องกันทั้งหมดอาจเป็นไปได้ยาก แต่การกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำ ด้านความเชื่อมั่นและการทำงานร่วมกัน (Interoperability) เป็นสิ่งที่จำเป็นและสามารถทำได้ เพราะเอเจนต์ไม่ได้หยุดอยู่แค่พรมแดนประเทศ และระบบกำกับดูแลก็ไม่ควรหยุดเช่นกัน ความโปร่งใสและการแบ่งปันข้อมูลจึงต้องกลายเป็นรากฐานสำคัญ

ในฝั่งองค์กร ต้องยกระดับตัวตนของเอเจนต์ให้เป็นประเด็นด้านความปลอดภัยระดับสูง (First-Order Security Challenge) โดยต้องมีระบบอนุญาตที่ชัดเจน และสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ ขณะเดียวกัน การโต้ตอบกับเอเจนต์ภายนอกต้องมีเครื่องมือในการตรวจสอบที่น่าเชื่อถือ

ด้านองค์กรกำหนดมาตรฐาน ต้องเร่งพัฒนาโปรโตคอล KYA ที่สามารถทำงานร่วมกันได้ทั่วโลก และทำงานร่วมกับหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อสร้างความสอดคล้อง เป้าหมายคือการสร้าง “Universal Trust Layer” เปรียบเสมือน SSL สำหรับเว็บไซต์ ที่ช่วยให้การค้าแบบเอเจนต์ไหลลื่น ขณะเดียวกันก็เพิ่มแรงเสียดทานเฉพาะจุดสำหรับผู้ไม่หวังดี

ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รู้จัก Know Your Agent - KYA เข้าสู่ยุค AI ต้องยืนยันตัวตน เพราะมนุษย์เปิดทางให้ AI เข้าถึงเงิน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...