โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ลุยตรวจผู้ค้าน้ำมัน-แจ้งเบาะแสแหล่งกักตุน

INN News

อัพเดต 27 มี.ค. เวลา 10.57 น. • เผยแพร่ 27 มี.ค. เวลา 05.00 น. • INN News

กรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยกองปฏิบัติการคดีพิเศษภาค สนธิกำลังร่วมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบผู้ค้าน้ำมันเชื้อเพลิงทั่วประเทศ ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง

จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

โดยในช่วงวันที่ 24 - 25 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้บูรณาการกำลังร่วมกับกรมธุรกิจพลังงาน หน่วยงานฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ลงพื้นที่ตรวจสอบผู้ค้าน้ำมันตามกฎหมายทั้งในกลุ่มผู้ค้ารายใหญ่ และผู้ค้าอิสระ ในหลายจังหวัดทั่วทุกภูมิภาค ครอบคลุม 16 จังหวัด รวม 35 จุด

ในพื้นที่ภาคกลางและตะวันออก โดยเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 1 และ 2 เข้าตรวจ คลังน้ำมันรายใหญ่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และชลบุรี พบว่าส่วนใหญ่มีการควบคุมสต็อกด้วยระบบคอมพิวเตอร์ที่ได้มาตรฐาน
อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่จังหวัดสระบุรี เจ้าหน้าที่ตรวจพบ “คอกรับซื้อน้ำมัน” 3 แห่ง ลักลอบจัดเก็บและจำหน่ายน้ำมันดีเซลและเบนซินรวมกว่า 29,000 ลิตร โดยไม่ได้แจ้งหรือขออนุญาตประกอบกิจการ ซึ่งเตรียมส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 4 ลงพื้นที่จังหวัดขอนแก่น กาฬสินธุ์ และร้อยเอ็ด ตรวจสอบจ็อบเบอร์และโรงงานผลิตเอทานอล เพื่อกำกับดูแลการกระจายน้ำมันให้ทั่วถึงและป้องกันการส่งออกนอกราชอาณาจักรในช่วงวิกฤต พบว่าสถานประกอบการมีการดำเนินกิจการเป็นไปตามกฎหมาย มีการแสดงป้ายราคาชัดเจน ระบบการจัดเก็บและขนส่งน้ำมันเป็นไปตามมาตรฐาน และไม่พบพฤติการณ์ผิดปกติหรือเข้าข่ายกักตุนแต่อย่างใด

พื้นที่ภาคเหนือ โดยเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 5 และ 6 กระจายกำลังตรวจสอบ ในจังหวัดเชียงราย ลำปาง พิจิตร กำแพงเพชร และตาก โดยมุ่งเน้นการตรวจวัดปริมาณน้ำมันคงเหลือในถังเก็บน้ำมันเปรียบเทียบ
กับระบบบัญชี เพื่อป้องกันการกักตุนน้ำมัน และไม่พบพฤติการณ์ผิดปกติหรือเข้าข่ายกักตุนแต่อย่างใด

พื้นที่ภาคใต้ โดยเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 8 เขตพื้นที่ 9 และศูนย์ปฏิบัติการ คดีพิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ เจ้าหน้าที่ตรวจเยี่ยมสถานประกอบการในจังหวัดสงขลา สุราษฎร์ธานีและปัตตานี เพื่อติดตามราคาน้ำมันหน้าคลังให้เป็นไปตามประกาศ พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะจากผู้ประกอบการในการวางยุทธศาสตร์คลังน้ำมันเพื่อความมั่นคงในพื้นที่ ซึ่งได้ตรวจสอบทั้งสถานีบริการคลังจัดเก็บ ระบบปริมาณน้ำมัน และเอกสารที่เกี่ยวข้อง โดยใช้ระบบตรวจสอบอัตโนมัติและการตรวจเชิงลึกควบคู่กัน

ขณะที่ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เดินทางเข้ายื่นเอกสารต่ออธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ขอให้ตรวจสอบคลังน้ำมันเอกชนที่คาดว่าอาจมีการกักตุนน้ำมันจำนวนมาก

นายอัจฉริยะ เปิดเผยว่า มีเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับคลังน้ำมันในพื้นที่ 2 จังหวัด ในภาคตะวันออก ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 จึงต้องการให้ดีเอสไอพิจารณาตรวจสอบคลังน้ำมันเอกชน 2 แห่ง

โดย คลังน้ำมันดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายเดียวกับบริษัทในจังหวัดอ่างทอง ที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางเคยเข้าตรวจค้นก่อนหน้านี้ และเชื่อว่าสถานที่ตามข้อมูลที่นำมามอบให้ครั้งนี้ยังไม่มีหน่วยงานใดเข้าไปตรวจสอบและภายในสัปดาห์หน้า จะนำข้อมูลบริษัทเอกชนที่เข้าข่ายต้องสงสัยว่ามีการกักตุนน้ำมันเพิ่มเติม มามอบให้เจ้าหน้าที่ และตัวเองพร้อมลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ขณะที่การตรวจสอบในภาพรวมเกี่ยวกับเรื่องแนวทางการบริหารการจัดการน้ำมัน นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ "ทนายอั๋น บุรีรัมย์" ได้ยื่นคำร้องขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน ทำความเห็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญกรณีราคาน้ำมันที่แพงและหายากในขณะนี้ว่า รัฐบาล ปล่อยปละละเลย บริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิงล้มเหลวหรือไม่อย่างไร

และตั้งคำถามไปไกลกว่านั้น คือพฤติกรรมต่างๆของรัฐบาลมีความโปร่งใสอยู่หรือไม่จึงขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน ไต่สวนรวบรวมข้อเท็จจริงว่านโยบายต่างๆของนายอนุทิน ในการแก้ไขปัญหาเยียวยาให้กับประชาชนเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่เพื่อผลประโยชน์ทุจริตหรือไม่อย่างไร

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...