โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

จากยุคต้มยำกุ้ง สู่ยุคน้ำมันลิตรละ 40 ย้อนวิกฤติชีวิต "คนเจน Y" กับคำว่า "มั่นคง" ไม่มีอยู่จริง

Thairath Money

อัพเดต 27 มี.ค. เวลา 04.54 น. • เผยแพร่ 27 มี.ค. เวลา 04.52 น.
ภาพไฮไลต์

“คนบางรุ่นโตมากับโอกาส… แต่ Gen Y โตมากับวิกฤติ”

ประโยคนี้อาจฟังดูตัดพ้อ แต่มันคือความจริงที่ฝังอยู่ในใจของคนที่เกิดระหว่างปีพ.ศ. 2523 - 2540 หลายคนทำงานหนัก เรียนรู้เร็ว ปรับตัวเก่ง แต่ทำไมผ่านมาไม่รู้กีปี เงินเก็บกลับไม่ไปถึงไหน? หรือ ทำไมความมั่นคงที่พ่อแม่เคยบอกไว้ ถึงดูเหมือนเส้นชัยที่ขยับหนีเราออกไปทุกที

ซึ่งหากลองกางแผนที่ชีวิตของคน Gen Y ออกมาดู เราจะพบว่าชีวิตพวกเราไม่ได้เดินเป็นเส้นตรง แต่มันคือการวิ่งวิบากข้ามหลุมศพทางเศรษฐกิจครั้งแล้วครั้งเล่า

ย้อนไทม์ไลน์วิกฤติเศรษฐกิจ ผ่านมาแล้วกี่ยุค ?

  • ย้อนกลับไปปี 2540 วิกฤติต้มยำกุ้ง ในวันที่เรายังเป็นเด็กประถมหรือมัธยมต้น เราอาจยังไม่เข้าใจคำว่า "ลอยตัวค่าเงินบาท" แต่เรารับรู้ได้จากสีหน้าเคร่งเครียดของพ่อแม่ ของเล่นที่เคยได้กลับถูกระงับ หรือเพื่อนบางคนต้องย้ายโรงเรียนกะทันหัน นั่นคือ "บทเรียนบทแรก" ที่เราได้รับโดยไม่เต็มใจ
  • พอเริ่มเข้าสู่วัยมหาวิทยาลัย โลกดิจิทัลกำลังเฟื่องฟู เรามีความหวังกับยุคใหม่ แต่แล้วปี 2543 Dot Com Crisis ก็ทำลายความฝันของตลาดไอที พ่วงมาด้วยวิกฤติโรคระบาดอย่าง ไข้หวัดนก (2547) และความขัดแย้งทางการเมืองไทยที่เริ่มปะทุในปี 2549 ซึ่งกลายเป็นแผลเรื้อรังยาวนานมาจนถึงทุกวันนี้

ชีวิตวัยรุ่นของ Gen Y จึงเต็มไปด้วยความผันผวน ตั้งแต่ยังไม่ทันได้ก้าวขาออกจากรั้วมหาวิทยาลัยด้วยซ้ำ

เริ่มทำงานในวันที่โลก "ติดหล่ม"

ช่วงเวลาที่ควรจะเป็นการ "สร้างตัว" กลับกลายเป็น "การเอาตัวรอด"

  • เพิ่งเริ่มทำงาน: ปี 2551 เจอ วิกฤติ Subprime แผ่ซ่านไปทั่วโลก บริษัทข้ามชาติเลย์ออฟพนักงาน โบนัสที่ฝันไว้หายวับไปกับตา
  • กำลังตั้งตัว: ปี 2554 กำลังจะลืมตาอ้าปากได้ น้ำท่วมใหญ่ ก็ซัดมาถึงประตูบ้านในกรุงเทพฯ และโรงงานในนิคมอุตสาหกรรม หลายคนต้องสูญเสียทรัพย์สินที่เพิ่งสร้างมา และต้อง "เริ่มนับหนึ่งใหม่" ในวันที่อายุเริ่มเข้าเลข 3
  • พอเริ่มมีเงินเก็บ: ในวันที่เราคิดว่าทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง ปี 2563 COVID-19 ก็ทำให้โลกหยุดหมุนทั้งใบ ร้านค้าที่สร้างมาต้องปิดตัวลง เงินสะสมก้อนสุดท้ายถูกนำออกมาประทังชีวิต

เราคือรุ่นที่ถูกสอนให้ "อดออม" แต่ในความเป็นจริง เราแทบไม่มีช่วง "ขาขึ้น" ยาวๆ ให้ได้หายใจเลย พอโลกพัง เราก็พังตาม และต้องใช้เวลาอีกหลายปีเพื่อตะเกียกตะกายกลับมาที่เดิม

คนไทยเข้าสู่ยุควิกฤติ “น้ำมันแพง” ราคาน้ำมันเพิ่มรวดเดียวลิตรละ 6 บาท

ในวันที่เราคิดว่าโควิดจบแล้ว เศรษฐกิจกำลังจะฟื้น การเมืองเริ่มนิ่ง เราควรจะได้ออกไปใช้ชีวิต แต่ความเป็นจริงกลับผิดคาด ด้วย "วิกฤติเงินเฟ้อและค่าน้ำมัน" โดยล่าสุด (27 มี.ค.) …

  • ราคาน้ำมันดีเซลพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์แตะ 38.94 บาท/ลิตร เติมเต็มถัง ต้องควักจ่ายนับ 3,000 บาท
  • แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 40.68 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 41.05 บาท/ลิตร
  • เบนซินใกล้แตะ 50 บาท/ลิตร

นี่ไม่ใช่แค่ตัวเลขหน้าปั๊มน้ำมัน แต่มันคือ "พายุ" ที่กำลังถล่มกระเป๋าตังค์มนุษย์เงินเดือนและ SME ทั่วประเทศ โดยข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า โลกกำลังยืนอยู่บนทางแยกที่ "ไม่มีทางสายกลาง" หากสงครามในตะวันออกกลางยืดเยื้อและมีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ราคาน้ำมันอาจยืนเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลไปอีกนาน สำหรับประเทศไทยที่พึ่งพาการนำเข้าพลังงานสูงถึง 6.5% ของ GDP นี่คือข่าวร้าย

ประเมิน ทุกๆ 10 ดอลลาร์ที่ราคาน้ำมันโลกเพิ่มขึ้น จะฉุด GDP ไทยลดลง 0.15% ทันที สิ่งที่จะตามมาคือ

  • ค่าขนส่งพุ่ง: ต้นทุนสินค้าทุกอย่างจะขยับขึ้น
  • Food Costs: ร้านอาหารอาจต้องแบกต้นทุนเพิ่มถึง 40%
  • กำลังซื้อหด: เมื่อต้องจ่ายค่าน้ำมันเต็มถังครั้งละ 3,000 บาท เงินที่จะเอาไปซื้อของกินของใช้อื่นๆ ก็หายไปด้วย

ความจริงที่เจ็บปวด "ของแพงแล้วไม่มีวันลง"

อย่างไรก็ดี สิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่แค่น้ำมันแพง แต่คือ "กลไกราคาที่ไม่ย้อนกลับ" หลายๆผู้รู้ในทางเศรษฐศาสตร์ วิเคราะห์ไว้ว่า ถ้าราคาอาหารจานด่วน จาก 50 เป็น 60 บาท วันที่น้ำมันลดราคา อาหารเหล่านั้น ราคาจะไม่มีวันกลับมาที่ 50 บาทอีกแล้ว เพราะต้นทุน "ต้นน้ำ" ได้ถูกปรับฐานใหม่ไปทั้งระบบแล้ว

สำหรับ Gen Y วัยกลางคน ที่แบกภาระทั้งพ่อแม่ที่เริ่มแก่ชรา และลูกที่กำลังโต นี่คือบททดสอบที่โหดร้าย เงินเดือนที่ขึ้นปีละไม่กี่เปอร์เซ็นต์ กำลังถูกกดลง ด้วยค่าครองชีพที่พุ่งเป็นทวีคูณ ลองคำนวณง่ายๆ แค่ค่าน้ำมันที่เพิ่มขึ้นลิตรละ 6 บาท อาจทำให้รายจ่ายต่อปีของคุณงอกออกมามากกว่า 7,000 - 10,000 บาท โดยที่คุณไม่ได้ซื้ออะไรเพิ่มเลยแม้แต่ชิ้นเดียว

ในโลกที่ไม่แน่นอน ความมั่นคงคืออะไร?

ทั้งหมด อาจสรุปได้ว่า วิกฤติน้ำมันครั้งนี้ กำลังทำลาย "ภาพลวงตา" เรื่องความมั่นคงในหน้าที่การงาน ตำแหน่งงานที่เคยดูดี โบนัสที่เคยคาดหวัง อาจไม่เพียงพออีกต่อไปในโลกที่ค่าครองชีพผันผวนตามสถานการณ์การเมืองโลก

คำแนะนำสำหรับคน Gen Y และ SME ในชั่วโมงนี้ อาจเป็น …

  • อย่าเพิ่งสร้างหนี้ก้อนใหญ่: หากคิดจะผ่อนบ้าน รถ หรือส่งลูกเรียนหลักสูตรแพงเกินตัว ให้คิดเผื่อกรณี "โลกพัง" อีกครั้ง เพราะเราเห็นแล้วว่ามันเกิดขึ้นได้เสมอ
  • เงินสำรองคือลมหายใจ: ในยุคนี้ คนที่อยู่รอดไม่ใช่คนที่ดูรวยที่สุด แต่คือคนที่ "ล้มแล้วมีเบาะรอง"
  • ปรับโมเดลธุรกิจ: สำหรับ SME 2 ล้านรายที่กำลังถูกบีบด้วยต้นทุน การรอพึ่งพารัฐบาลอาจไม่ทันการณ์ การบริหารกระแสเงินสดให้หมุนเวียนได้นานที่สุดคือหัวใจสำคัญ

สุดท้าย คำถามที่ตั้งไว้ ว่าเราทำงานมานานขนาดนี้ แต่กลับรู้สึกเหมือนต้อง "เริ่มต้นใหม่" ตลอดเวลา คงไม่ใช่ ทั้งหมดเพราะเราไม่เก่งซะทีเดียว แต่อาจเป็นเพราะเรากำลังอยู่ในยุคที่โลกหมุนแรงและเร็วเกินกว่า ที่โครงสร้างเศรษฐกิจเดิมจะรับไหว หรือ ปรับตัวทันนั่นเอง.

ที่มา : กระทรวงพลังงาน ,สภาผู้บริโภค ,ราคาน้ำมัน อ้างอิง ปตท. (OR) และ บางจาก ,Bloomberg ,SCB EIC ,ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จากยุคต้มยำกุ้ง สู่ยุคน้ำมันลิตรละ 40 ย้อนวิกฤติชีวิต "คนเจน Y" กับคำว่า "มั่นคง" ไม่มีอยู่จริง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...