โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"อ.ส.ค." รุกวิจัยผลิตภัณฑ์ใหม่ส่ง “นมโยเกิร์ตพร้อมดื่ม ยูเอชที 4 รสชาติ” ชงเค้กท้ายปี ตั้งเป้าส่วนแบ่งเพิ่ม 5%

MATICHON ONLINE

อัพเดต 05 ธ.ค. 2564 เวลา 08.03 น. • เผยแพร่ 05 ธ.ค. 2564 เวลา 08.03 น.

“อ.ส.ค.” รุกวิจัยผลิตภัณฑ์ใหม่ส่ง “นมโยเกิร์ตพร้อมดื่ม ยูเอชที 4 รสชาติ” ชงเค้กท้ายปี ตั้งเป้าส่วนแบ่งเพิ่ม 5%

นายสมพร ศรีเมือง ผู้อำนวยองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) กล่าวว่า ในโอกาส อ.ส.ค. ย่างก้าว 60 ปีในเดือนมกราคม 2565 ที่จะถึงนี้ อ.ส.ค. มีเป้าหมายในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมนมไทยก้าวสู่ผู้นำอุตสาหกรรมนมของอาเซียนควบคู่กับการสืบสาน รักษา ต่อยอด โคนมอาชีพพระราชทานให้เป็นอาชีพที่มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนของเกษตรกรไทย ซึ่งตลอด 59 ปีที่ผ่านมา อ.ส.ค. ได้ให้ความสำคัญในการส่งเสริมการเลี้ยงโคนมของเกษตรอย่างต่อเนื่องและยาวนาน โดยปัจจุบัน อ.ส.ค. มีเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมภายใต้เครือข่ายทั่วประเทศจำนวน 4,600 ฟาร์ม จากฟาร์มโคนมที่มีทั่วประเทศ 19,200 แห่ง รับซื้อน้ำนมดิบจากเกษตรกร ปริมาณ 600 – 700 ตัน/วัน เป็นการช่วยให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมมีรายได้และอาชีพที่มั่นคง

“อ.ส.ค.ได้ให้การส่งเสริมการเลี้ยงโคนมแบบครบวงจร ดูแลเกษตรกร ให้คำแนะนำในการเลี้ยง การบริหารจัดการฟาร์มจนกระทั่งรับซื้อน้ำนมดิบจากเกษตรกรเพื่อนำไปผลิตนมโรงเรียนและนมพาณิชย์ภายใต้ผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์คที่ผลิตจากนมโคสดแท้ 100 % โดยไม่ผสมนมผงและถือเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายนมกล่องแรกให้คนไทยได้ดื่มบริโภคจากปัจจุบันจนถึงวันนี้จะครบ 60ปี ในปี 65 นี้ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจของ อ.ส.ค. อย่างมากที่มีส่วนช่วยเสริมสร้างสุขภาพที่ดีและสร้างอาชีพที่มันคงให้กับคนไทย ” นายสมพร กล่าว

นายสมพรกล่าวว่า นอกจาก อ.ส.ค. จะให้ความสำคัญในการส่งเสริมโคนมอาชีพพระราชทานแล้วยังมีเป้าหมายในการวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์คอย่างต่อเนื่องโดยวางเป้าหมายออกผลิตภัณฑ์สู่ตลาดปีละไม่ต่ำกว่า 1-2 ชนิดเพื่อเพิ่มความหลากหลายในตลาดและเพิ่มรายได้ให้กับ อ.ส.ค. เพิ่มขึ้นปีละประมาณ 5-10% ซึ่งในปี 2564 ที่ผ่านมา อ.ส.ค. ทำยอดขายผลิตภัณฑ์นมทั้งนมโรงเรียนและนมพาณิชย์ประมาณ 9,700 ล้านบาทส่วนปี 2565 วางยอดขายไว้ที่ประมาณ 10,000 ล้านบาท

นายชัยณรงค์ เปาอินทร์ รองผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) กล่าวภายหลังนำคณะสื่อมวลชนเยี่ยมชมฟาร์มเครือข่ายสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมของ อ.ส.ค. และร้าน Thai-Denmark Milk Land สาขาชะอำว่า เพื่อเป็นการขยายฐานกลุ่มลูกค้าผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์คให้กว้างขวางขึ้น เมื่อวันที่ 11 เดือน 11 ที่ผ่านมาได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์โยเกิร์ตพร้อมดื่มยูเอชที ตราไทย-เดนมาร์ค ขนาดปริมาตรสุทธิ 200 มล. 4 รสชาติ ได้แก่ รสส้ม, รสสับปะรด, รสเลมอน และรสสตรอเบอร์รี่ โดยจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ ผ่าน Lazada และShopee โดยปี 2565 อ.ส.ค. วางเป้าหมายครองส่วนแบ่งตลาดกลุ่มผลิตภัณฑ์โยเกิร์ตพร้อมดื่มเพิ่มขึ้นประมาณ 5% และมีแผนขยายสัดส่วนการตลาดนมกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากเห็นเป็นตลาดที่ตอบโจทย์เทรนด์ของผู้บริโภคที่หันมาใส่ใจและรักสุขภาพกันมากขึ้นในปัจจุบัน

สำหรับผลิตภัณฑ์โยเกิร์ตพร้อมดื่ม ยูเอชที ตราไทย-เดนมาร์คทั้ง 4 รสชาติ เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดของ อ.ส.ค. ที่มุ่งวางเป้าหมายทางการตลาดเจาะตลาดกลุ่มคนรุ่นใหม่และวัยทำงานที่ต้องการเครื่องดื่มที่ดื่มแล้วมีความสดชื่นกระฉับกระเฉงในการทำงาน สำหรับ จุดเด่นของผลิตภัณฑ์ทั้ง 4 รสชาติ คือ เป็นโยเกิร์ตพร้อมดื่มที่ผลิตจากนมโคแท้ 100% ไม่ผสมนมผง ทำจากโยเกิร์ตแท้ (real yoghurt) ผ่านกระบวนการหมักจากเชื้อจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้ง่าย มีน้ำตาลแลคโตสน้อยกว่านมโคปกติ 4 เท่า เนื่องจากถูกจุสินทรีย์ย่อยไปในกระบวนการหมัก เด็ก ผู้สูงอายุ สามารถรับประทานได้ มีปริมาณโปรตีน 4 กรัมต่อกล่อง ที่สำคัญคือเป็นแหล่งแคลเซียมตามธรรมชาติในรูปที่ดูดซึมได้ง่ายเหมาะกับการรับประทานเป็นอาหารว่าง เพื่อเพิ่มความสดชื่น มีรสชาติเปรี้ยวหวาน สามารถเก็บได้นานโดยไม่ต้องแช่เย็น แต่ยิ่งแช่เย็นยิ่งอร่อย ยิ่งแช่แข็งกินเป็นไอศกรีมเชอร์เบทใส่เครื่องปั่นก็เป็นเมนูสมูทตี้ผลไม้ได้

สำหรับสถานการณ์อุตสาหกรรมนมในประเทศที่ผ่านมา ตลาดนมในประเทศกลุ่ม Main stream มีมูลค่าประมาณ 10,000 ล้านบาท ถือว่าเป็นเซกเมนต์ที่ค่อนข้างอิ่มตัว ดังนั้น อ.ส.ค. จึงได้เร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่แต่ยังคงคุณค่าความเป็นนมโคแท้เพื่อเจาะลูกค้าในเซกเมนต์อื่นเพิ่มเติมเพื่อรักษาผู้นำตลาดผลิตภัณฑ์นมในประเทศให้มั่นคงยาวนานที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...