โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แยกสุทธิสารไม่มีสัญญานไฟให้เลี้ยวขวา

INN News

เผยแพร่ 01 ธ.ค. 2564 เวลา 04.33 น. • INN News

พบข้อมูลแยกสุทธิสารไร้สัญญาณไฟให้เลี้ยวขวา เหตุรถเบนซ์หัวร้อนใส่เก๋ง ชี้ คล้ายแยกวัดใจ วอนผู้ใช้รถใช้ถนนมีน้ำใจให้กัน

ทีมข่าวลงพื้นที่สำรวจผู้ใช้รถใช้ถนนบริเวณแยกสุทธิสารในชั่วโมงเร่งด่วน หลังจากมีการวิพากษ์วิจารณ์ กรณีหนุ่มขับรถเบนซ์หรูสีเหลือง มีท่าทางฉุนเฉียวใส่ผู้หญิงที่ขับรถมาบริเวณดังกล่าว เนื่องจากไม่พอใจในการใช้ทาง แต่โชคดีไม่มีเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทกันรุนแรง

โดยจากการลงพื้นที่พบว่าแยกดังกล่าวในชั่วโมงเร่งด่วนจะไม่มีสัญญาณไฟเลี้ยวให้เลี้ยวขวาทุกทิศทาง เพียงแต่มีลูกศรป้ายบอกทางเท่านั้น ที่ผ่านมาการใช้รถใช้ถนนของประชาชนในพื้นที่ต้องใช้ถ้อยทีถ้อยอาศัยด้วยการรอดูจังหวะของรถที่จะขับผ่าน โดยดูความปลอดภัยก่อนจะเลี้ยวขวา และยังพบว่าแยกดังกล่าวจะมีปริมาณรถจำนวนมากในชั่วโมงเร่งด่วนทั้งเช้าและเย็น โดยจะใช้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรควบคุมสัญญาณไฟ นอกเหนือจากเวลาเร่งด่วนจะใช้แบบอัตโนมัติ

จากการสอบถามคนในพื้นที่ทราบว่าที่ผ่านมาก็มีอุบัติเหตุแต่ไม่ถึงขั้นใช้ความรุนแรงใส่กัน และขึ้นอยู่กับการพิจารณาของพนักงานสอบสวนในการทำความเข้าใจกับเหตุการณ์นั้นๆ ขณะที่วินรถจักรยานยนต์รับจ้างบริเวณแยกสุทธิสาร ยืนยันว่าปัญหาที่เกิดขึ้น ส่วนหนึ่งเกิดจากพฤติกรรมของคนที่ไม่ยอมกันต่างฝ่ายต่างอ้างว่าตนเองเป็นฝ่ายถูก และอีกอย่างคือสัญญาณไฟจราจรที่มีความสับสนจึงถือเป็นเหมือนแยกวัดใจ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ไม่ค่อยได้ขับผ่านมาบริเวณจุดนี้จะเกิดความสับสน เช่นเดียวกับเหตุการณ์รถเบนซ์สีเหลืองที่เกิดขึ้นมองว่าส่วนหนึ่งเพราะไม่ให้อภัยกันและคิดว่าตนเองเป็นฝ่ายถูกจึงเป็นเรื่องของอารมณ์ล้วนๆ

ด้าน คนขับรถโดยประสารประจำทาง กล่าวว่าในฐานะที่ใช้เส้นทางทุกวันทราบดีว่าแยกนี้มีลักษณะเฉพาะตัวที่ต้องทำความเข้าใจและมีน้ำใจซึ่งกันและกัน ไม่ใช่เรื่องของกฎหมายเพียงอย่างเดียว ซึ่งในต่างจังหวัดก็มีลักษณะเช่นเดียวกันถ้าคนในพื้นที่และผู้ใช้รถใช้ถนนเข้าใจและมีน้ำใจต่อกันก็ไม่เกิดปัญหาที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งเพราะไม่ยอมกัน

 

 

 

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter :https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...