โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เจาะงบโค้งแรก 10 ธนาคารไทย กำไรโตแต่ตั้งสำรองสูง

The Bangkok Insight

อัพเดต 30 เม.ย. 2566 เวลา 04.50 น. • เผยแพร่ 30 เม.ย. 2566 เวลา 04.45 น. • The Bangkok Insight

เจาะงบโค้งแรก 10 ธนาคารไทย กำไรโตแต่ตั้งสำรองสูง เช็กเลยธนาคารไหนเป็นอย่างไร

ภาพรวมผลการดำเนินงานช่วงไตรมาส 1 ปี 2566 ของกลุ่มหุ้นธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทย ถือว่าสร้างการเติบโตได้ค่อนข้างดีในแง่ของรายได้และกำไรสุทธิ เพราะเพียงแค่ไตรมาสแรกไตรมาสเดียว ธนาคารทั้ง 10 แห่ง ได้แก่ BBL, KBANK, SCB, KTB ,BAY, TTB, KKP, TISCO, CIMBT, LHFG โกยกำไรสุทธิรวมกันกว่า 60,136 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.45% จากช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) และเพิ่มขึ้น 46.57% จากไตรมาสก่อนที่ผ่านมา (QoQ)

ปัจจัยสำคัญที่หนุนการเติบโตของธนาคารในรอบไตรมาสนี้ ส่วนใหญ่เป็นผลจากการขยายตัวของส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิในภาวะอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น รวมไปถึงรายได้ที่เกี่ยวกับการปล่อยสินเชื่อที่ยังสามารถปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

กำไรธนาคารไทย ไตรมาส 1 ปี 2566

จะเห็นว่าธนาคารส่วนใหญ่สามารถสร้างการเติบโตได้ดี โดย 4 ธนาคารใหญ่ ที่ทำกำไรสุทธิได้สูงสุดยังคงเป็น SCB, KBANK, BBL, KTB ซึ่งล้วนกวาดกำไรเกิน 10,000 ล้านบาททุกแห่ง แต่เมื่อกับเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน พบว่าธนาคารกรุงเทพมีกำไรเติบโตมากที่สุด หากนับเฉพาะบรรดาธนาคารขนาดใหญ่ด้วยกัน

ส่วนธนาคารกรุงไทยสามารถทำกำไรพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของบริษัทที่ระดับ 10,067 ล้านบาท เนื่องจากรายได้ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นสูงกว่าคาดมาก จากการปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ย แม้ว่ายอดสินเชื่อจะหดตัวลงก็ตาม ขณะที่รายได้จากเครื่องมือทางการเงินก็ปรับเพิ่มขึ้นด้วย

อย่างไรก็ดี จุดที่น่าสนใจในไตรมาสนี้ก็คือตัวเลขการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ซึ่งสูงขึ้นจากปีก่อนประมาณ 18% สำหรับธนาคารที่ตั้งสำรองสูงสุด ได้แก่ ธนาคารกสิกรไทย รองลงมาคือเอสซีบี เอกซ์ โดยเป็นสำรองส่วนเพิ่มสำหรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นของลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่รายหนึ่ง

ซึ่งก็คือประเด็นของ บริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STARK ที่แจ้งขอเปลี่ยนแปลงเวลาการนำเงินที่ได้จากการออกหุ้นกู้เพื่อใช้ชำระเงินกู้ยืมสถาบันการเงินและเป็นเงินทุนหมุนเวียนไปเป็นปี 2566 จากเดิมระบุไว้ว่าจะใช้ในปี 2565 พร้อมแจ้งขอส่งงบการเงินล่าช้ารอบแล้วรอบเล่า และมีกรณีที่ผู้บริหารลาออกยกชุด ทำให้กระทบต่อ SCB และ KBANK เนื่องจากเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ที่ปล่อยสินเชื่อให้ STARK รวมกันประมาณ 8,000 ล้านบาท

ทั้งหมดนี้ก็เป็นประเด็นหลักๆ ที่เรารวบรวมเกี่ยวกับผลการดำเนินงานไตรมาสแรกของหุ้นธนาคารพาณิชย์ ถ้าใครสนใจลงทุนหุ้นกลุ่มนี้ แนะนำให้ลองอ่านคำอธิบายและวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการที่ประกาศออกมาแล้วกันได้ เพื่อศึกษาข้อมูลเชิงลึกก่อนตัดสินใจลงทุน

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...