โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดเบื้องหลัง “ค่ายหนัง A24” จากเส้นทางที่แตกต่างสู่ผลงานเหยียบเวทีระดับโลกมากมาย

Mango Zero

เผยแพร่ 14 มี.ค. 2566 เวลา 13.24 น. • Mango Zero

จบกันไปแล้วกับการประกาศผลรางวัล Academy Awards ครั้งที่ 95 หรือออสการ์ 2023 มีหลายประเด็นถูกพูดถึงบนโลกออนไลน์มากมาย ตั้งแต่ปรากฏการณ์ต่าง ๆ ครั้งแรกของชาวเอเชีย ไปจนถึงโมเมนต์ที่ตราตรึงใจ อีกหนึ่งปรากฏการณ์สำคัญของวงการภาพยนตร์ที่ไม่พูดถึงก็คงไม่ได้ เมื่อ "ค่ายหนัง A24" ค่ายหนังอินดี้จากอเมริกา กวาดรางวัลในออสการ์ปีนี้สูงถึง 9 รางวัล จากหนังเพียงแค่ 2 เรื่องเท่านั้น ได้แก่ Everything Everywhere All At Once และ The Whale นั่นเอง ซึ่งนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกเขาได้รางวัล เพราะในปีก่อน ๆ ผลงานจาก A24 สามารถคว้ารางวัลออสการ์กลับบ้านได้ด้วยเหมือนกัน แต่..ความสำเร็จในปี 2023 นี้ ยิ่งใหญ่ เกรียงไกร จนทำให้ชื่อค่าย A24 กลับมาถูกพูดถึงอีกครั้ง ไม่ว่าจะผลงานที่อัดแน่นไปด้วยคุณภาพ แนวคิดที่แตกต่าง หรือเอกลักษณ์ความเป็นตัวเองสุดโดดเด่น งานนี้แมงโก้ก็ไม่พลาดที่จะพาทุกคนมาร่วมเปิดเบื้องหลัง สอดส่องความเป็นมาของค่าย A24 ให้หมดเปลือกกกกก นับตั้งแต่จุดเริ่มต้น จุดพลิกผัน จุดโด่งดัง มาจนถึงจุดที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ในทุกวันนี้

3 เพื่อนซี้สายเนิร์ดร่วมก่อตั้งในปี 2012

A24 ถือเป็นจุดเริ่มต้นของความบ้าในวงการหนังที่ได้ถือกำเนืดขึ้น โดยเกิดจากกลุ่มอดีตพนักงานบริษัทภาพยนตร์ 3 คน เดวิด เฟนเคล, จอห์น โฮดจส์ และ เดวิด แคตซ์ที่มีความรัก คลั่งไคล้ หลงใหลในหนังสไตล์เดียวกันก็คือ หนังอเมริกันอินดี้ยุค 90s ที่โชว์สเน่ห์ความซื่อ กล้าหาญ และไม่เน้นประดิษฐ์มากเกินไป หลังจากรู้ตัวว่ามีความชื่นชอบแบบเดียวกัน พวกเขาก็พากันลาออกมาเสี่ยงโชคลองเล่นกับชะตาชีวิต ด้วยการเปิดสตูดิโอหนัง A24 ซึ่งช่วงแรกเป็นการมองหาหนังดีมีแววรุ่งมาจัดจำหน่าย โดยหนังที่เลือกมาก็จะมีหลากหลายแนวทั้ง ตลก เศร้า ดราม่า วัยรุ่น หรือหนังที่มีพล็อตเรื่องสุดเหวอ ออกแนวงง ๆ กันสักหน่อย ทำให้ช่วงแรกรายได้ออกมาไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่หวัง และถูกต่อว่าจากเหล่าคอหนังเป็นอย่างมาก ซึ่งทั้งสามก็ไม่ย่อท้อ ลุยต่อ และเดินหน้าสู่การผลิตหนังอย่างสมบูรณ์แบบ

เดินทางเข้าสู่มอเตอร์เวย์สาย A24

สำหรับชื่อค่าย "A24" เกิดจากตอนที่ทั้ง 3 ตัดสินใจออกจากงานประจำ และกำลังขับรถไปยังกรุงโรม เหลือบไปเห็นป้าย A24 พอดี เลยเลือกใช้ชื่อนี้ตั้งบริษัทกัน! หนึ่งในสเน่ห์ของ A24 คือ การไม่จำกัดรูปแบบของหนังว่าต้องฉายแค่ในโรงเท่านั้น เพราะหนังทุกเรื่องควรปล่อยผ่านออกมาในหลาย ๆ พื้นทึ่ เพื่อให้ทุกคนมีสิทธิ์ได้รับชม ไม่ว่าจะเป็นตลาดโฮมเอนเตอร์เทนเมนท์ หรือช่องทางสตรีมมิ่งต่าง ๆ

แตกต่าง กล้าบ้า สุดขั้ว

หากจะพูดถึง 3 คำที่สามารถนิยามความเป็น A24 มากที่สุดก็คงหนีไม่พ้น 3 คำนี้ "แตกต่าง กล้าบ้า สุดขั้ว" เดิมทีอย่างที่เราเล่าไปก่อนหน้าว่า 3 คนนี้มีความคลั่งไคล้ในหนังอินดี้ 90s เข้าเส้นเลือด แต่..เมื่อโลกก้าวเข้าสู่ยุค 2000s หลาย ๆ อย่างถูกลดทอน จึงได้นำพลังสร้างสรรค์ ความกล้าบ้าบิ่น สุดขั้ว ของหนังอเมริกันอินดี้กลับมา เพียงแค่ความคิดที่แตกต่างก็ยังไม่พอ ทั้ง 3 ยังต้องมองหาวิธีการใช้ทรัพยากรที่มีอย่างคุ้มค่าที่สุด สามารถสร้างอาณาจักรหนังของตัวเองขึ้นมาได้โดยไม่ง้อค่ายหนังที่มีทุนหนา อาศัยเพียงจิตวิญญาณ เซนส์เฉพาะทาง และรสนิยมทางภาพยนตร์ที่ไม่เหมือนใคร เลยทำให้ก้าวผ่านจุดที่เงินไม่ใช่เรื่องสำคัญมากขนาดนั้นได้ นอกจากนั้นยังต้องอาศัยความเชื่อในตัวเองกับการสร้างสรรค์ผลงาน และความเชื่อที่ว่าหนังดีจะมีพลังในการสื่อสารกับคนดู จากนั้นเพียงแค่ทำอย่างที่ตั้งใจไว้ตอนแรกไปเรื่อย ๆ ให้เวลาพิสูจน์ สิ่งเหล่านี้ก็จะช่วยให้เราปรับเปลี่ยนมุมมองวิธีเดิม สู่แนวทางที่แตกต่าง และผลลัพธ์ใหม่สุดยิ่งใหญ่ที่ไม่คาดฝันได้ เช่น การได้รับรางวัลใหญ่บนเวที หรือกลุ่มแฟนคลับที่สถาปนาตน ขอติดตามหนังทุกเรื่องของค่ายนี้ ขอแค่มีโลโก้ A24 อยู่บนหน้าก็พอ

“ทุกโปรเจกต์ขับเคลื่อนโดยหนังและผู้สร้างหนัง…ไม่ใช่เรา”

โปรโมตสุดแหวก แปลกจนต้องกดดู

เอกลักษณ์ที่ทำให้แฟนคลับค่ายนี้แข็งแกร่ง ไม่ใช่เพียงแค่ทำหนังเก่ง แต่ต้องมีการตลาดหรือโปรโมตที่ฉีกกฎเดิม ๆ ได้อีกด้วย เพื่อสร้างเมจิกโมเมนต์ให้ทุกคนที่เห็นเกิดการจดจำ และนำไปบอกต่อกับผู้อื่น ซึ่งถ้าพูดถึงความบ้าหลายคนก็คงเดากันว่า คงไม่เท่าไหร่หรอก ไม่น่าจะมีอะไรมาก แต่หารู้ไม่.. ค่าย A24 Another level กว่านั้น เพราะด้วยการโปรโมทสุดแปลกและแหวกแนว ทำให้บางเรื่องก็มีการโปรโมตแบบกองโจร อาศัยการบอกปากต่อปากในโลกโซเชี่ยล ซึ่งก็ประสบความสำเร็จโดยไม่ต้องใช้ทุนหนา หรือจะเป็นการ "เพาะกัญชา" พันธุ์ใหม่ขึ้นมาสำหรับโปรโมตภาพยนตร์เรื่อง Tusk ในปี 2014 หนังสยองขวัญเกี่ยวกับคนที่ถูกทำให้กลายเป็นวอลรัส ใครได้ที่ลิ้มลองต้องจำไม่ลืมแน่นอน ซึ่งถ้าตามคอนเซ็ปต์หนังหากเป็นค่ายทั่วไปคงเป็นการโปรโมตติดโปสเตอร์ หรือโฆษณาวิดีโอทั่วไป แต่ A24 ธรรมดาไม่ทำ เพราะเราไม่ธรรมดา พร้อมนำเสนอความแปลกใหม่ของการโปรโมต ผ่านการ "เพาะกัญชา" พันธุ์ใหม่ขึ้นมาสำหรับภาพยนตร์เรื่อง Tusk โดยเฉพาะ หรือในภาพยนตร์ The VVitch ที่จัดรอบพิเศษให้กลุ่มลัทธิวิหารซาตานมาดูภาพยนตร์ พร้อมสัมภาษณ์ทิ้งท้ายถามความเห็นว่า หนังเรื่องนี้สมจริงหรือน่ากลัวขนาดไหน เพื่อให้ได้รับการคอนเฟิร์มจากผู้ใกล้ชิดโดยตรง และเป็นมุมมองความเห็นที่แปลกใหม่อีกด้วย

6 การโปรโมตที่น่าจดจำ

  • เพาะกัญชาพันธุ์ใหม่ >>Tusk (2014)
  • จัดรอบให้กลุ่มลัทธิวิหารซาตานมาดูหนัง >> The VVitch (2015)
  • บอร์ดเกม >> The Green Knight (2021)
  • แอปพลิเคชัน Tinder >> Ex Machina (2015)
  • แว่น Alphaverse / รถเข็นอเนกประสงค์ >> Everything Everywhere All At Once (2022)นอกจากนั้นค่าย A24 ยังมีจุดเด่นที่ขายของเก่งอีกด้วย ผ่านหน้าเว็บไซต์ของ A24 (shop.a24films.com) หรือช่องทางโซเชียลฯ หลักของค่ายที่จะพาทุกคนเปิดโลกว่านี่มันแทบจะไม่ใช่ค่ายหนังแล้ว!! แต่มันคือ ร้านขายของออนไลน์ต่างหาก เมื่อลองเข้าไปในเว็บไซต์แล้วทุกคนจะเจอกับสินค้ามากหน้าหลายตา ทั้งร้านขายเสื้อผ้า ของแต่งบ้าน ของเล่น หนังสือบทภาพยนตร์ และซีนเบื้องหลังการสร้างภาพยนตร์อีกด้วย ซึ่งที่บอกมาเป็นเพียงแค่น้ำจิ้มเท่านั้นเพราะของจริงเยอะมากกกกกกกกก ลองเข้าไปกดดูกันได้

5 ผลงานที่ได้คะแนนสูงสุดบน IMDb

  • Everything Everywhere All At Once (2022) - 8.1
  • Room (2015) - 8.1
  • Amy (2015) - 7.8
  • Ex Machina (2014) - 7.7
  • The Florida Project (2017) - 7.6
  • Waves (2019) - 7.5
  • The Farewell (2019) - 7.5

ก้าวสู่..จักรวาลออสการ์

A24 ถือเป็นค่ายหนังที่ประสบความสำเร็จได้รวดเร็วที่สุด สำหรับบางคนรางวัล Oscars อาจจะดูเป็นสิ่งที่เกินเอื้อม แต่..สำหรับสตูดิโออินดี้อย่าง A24 ถือเป็นสิ่งที่ไม่วาดฝันเลยดีกว่า เพราะค่ายได้เริ่มเข้าชิงออสการ์ตั้งแต่ปี 2016 ซึใช้เวลาเพียงแค่ 4 ปีเท่านั้นหลังจากเปิดบริษัท

หนังที่ได้รับรางวัลออสการ์ 🏆

  • Everything Everywhere All at Once 7 รางวัล
  • The Whale 2 รางวัล
  • Moonlight 3 รางวัล
  • Room 1 รางวัล
  • Minari 1 รางวัล
  • Ex Machina 1 รางวัล
  • Amy 1 รางวัลที่มา : The People, lmdb, Collider, unlockmen
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...