โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชัยวุฒิ เผย 9near เป็นทหาร ไม่ฟันธงข้อมูลหลุดมาจาก หมอพร้อม

อีจัน

อัพเดต 07 เม.ย. 2566 เวลา 10.22 น. • เผยแพร่ 07 เม.ย. 2566 เวลา 10.22 น. • อีจัน

7 เม.ย. 66 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมพล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งโต๊ะแถลงความคืบหน้าหลังรู้ตัวมือแฮกเกอร์แฮกข้อมูลคนไทย 55 ล้านคน

โดยนายชัยวุฒิ เผยว่า ขณะนี้รู้ตัวคนร้าย และล็อกเป้าได้แล้ว แต่ยังไม่สามารถจับกุมได้อยู่ระหว่างการหลบหนี ซึ่งในขณะนี้ต้นสังกัด ของทหารนายดังกล่าวได้ทราบเรื่องแล้ว แต่การจะจับกุมทหารต้องมีกระบวนการทางกฎหมาย ซึ่งหากเป็นประชาชนทั่วไปสามารถจับกุมได้เลย

สำหรับมูลเหตุการก่อเหตุนั้นได้มีการตั้งเอาไว้หลายประเด็น ทั้งการเอาข้อมูลไปขาย การสแกมข้อมูลบางส่วน เพื่อหลอกขายข้อมูลให้กับคนร้ายด้วยกันเอง หรือการดิสเครดิตหน่วยงาน และคึกคะนอง

ส่วนการขายข้อมูลให้ใครบ้างนั้น ต้องรอการตรวจสอบ รวมไปถึงข้อมูลหลุดจากหน่วยงานไหนก็ต้องรอการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ยืนยันว่า หากคนร้ายยังอยู่ในแผ่นดินไทยจะสามารถจับกุมได้แน่นอน

“เขาเป็นทหาร ใครจะไปจับทหารก็ต้องขออนุญาตจากผู้บังคับบัญชา หรือเป็นกระบวนการระหว่างตำรวจ-ทหาร ที่ต้องพูดคุยกัน มันไม่ใช่ประชาชนธรรมดา ถ้าเป็นประชาชนธรรมดา เราก็จับกุมได้เลย” นายชัยวุฒิ กล่าว

ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสงสัยว่าข้อมูลหลุดมาจาก แอปพลิเคชั่นหมอพร้อม หรือไม่ ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ เนื่องจากข้อมูลพื้นฐานเหล่านี้ ก็มีในหลายหน่วยงาน จึงต้องให้ความเป็นธรรมกับแอพพลิเคชั่นหมอพร้อมด้วย

ขณะที่ พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. เผยว่า ได้รับเรื่องข้อมูลรั่วตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคม จึงได้สืบสวนจนรู้ตัวคนร้ายต่อมาวันที่ 2 เมษายน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ขอศาลออกหมายจับตามความผิด 2 ข้อหา คือ พรบ.คอมฯ และ PDPA ซึ่งทางตำรวจพยามติดตามจับกุมคนร้าย แต่คนร้ายปิดโทรศัพท์หนีไป ก่อนจะมาตรวจสอบพบภายหลังว่า บุคคลที่ถูกออกหมายจับนั้นเป็นทหาร ยศสิบโท ที่ปฏิบัติหน้าที่ในสังกัดที่เกี่ยวกับยานพาหนะ ซึ่งไม่ใช่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี

แต่ตรวจสอบประวัติพบว่าคนร้ายรายนี้ เป็นบุคคลที่มีความรู้ทางด้านคอมพิวเตอร์สูง จึงเชื่อได้ว่า การกระทำเป็นเรื่องส่วนบุคคลไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับต้นสังกัด เนื่องจากดูจากเจตนาคนร้ายพบว่า จุดประสงค์เปลี่ยนตลอดเวลา ซึ่งเบื้องต้นได้มีการประสานไปที่ต้นสังกัดเพื่อตรวจสอบว่าทหารนายนี้ ยังรับราชการอยู่หรือไม่ สำหรับภรรยาของคนร้ายที่มีรายงานว่าเป็นพยาบาล จะมีความเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ภรรยาก็หลบหนีเช่นเดียวกัน

สำหรับข้อมูลที่คนร้ายนำไปเปิดเผย ส่วนใหญ่เป็นข้อมูลทั่วไป เช่น ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทร ซึ่งยอมรับว่ามีการรั่วไหลของข้อมูลจริง แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะรั่วถึง 55 ล้านรายชื่อหรือไม่

เมื่อนักข่าวถามว่า ได้รับแจ้งตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคม แล้วทำไมไม่มีการแจ้งเตือนประชาชน นายชัยวุฒิ ระบุว่า…

ตามกระบวนการต้องมีการสืบสวนสอบสวนก่อน ถ้ารีบแจ้งเตือนบางทีอาจทำให้คนตื่นตระหนก เพราะว่าไม่รู้ว่าเป็นคำอ้างหรือเป็นสแกมไปหลอกลวง

แต่ว่าเมื่อมีการพัฒนาของกระบวนการมาเรื่อยๆ จึงมีการพยายามสืบสวนดำเนินคดีมาจนถึงวันนี้ ยืนยันว่าทำให้ดีที่สุด และให้ความมั่นใจกับพี่น้องประชาชนว่ามีกฎหมายและหน่วยงานรองรับ เพื่อคุ้มครองประชนชนอย่างครบถ้วนสมบูรณ์

หลังจากนี้ หากประชาชนถูกนำข้อมูลไปใช้ก็สามารถแจ้งความได้ หรือฟ้องร้องต่อศาลได้ แต่เมื่อถามว่าไปแจ้งเอาผิดกับหน่วยงานใด หรือบุคคลใด เลขาฯ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ระบุว่า สามารถดำเนินการได้แต่ต้องรอให้จับกุมตัวคนร้ายให้ได้เสียก่อน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...