โรงแรมภูเก็ตคึก! "ทุนใหญ่" ปักธงแบรนด์หรู
ข้อมูลจากซีไนน์ โฮเทลเวิร์คส์ ผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจโรงแรม การท่องเที่ยว และบริการระดับเอเชีย ระบุว่า จากการอัพเดตตลาดโรงแรมในภูเก็ตปี 2566 (Phuket Hotel Market Update 2023) หลังจากที่ประเทศไทยยกเลิกข้อจำกัดด้านการเดินทางตั้งแต่ตุลาคม 2565 มีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกหลั่งไหลเข้ามาภูเก็ต
“บิล บาร์เน็ต” กรรมการผู้จัดการ ซีไนน์ โฮเทลเวิร์คส์ บอกว่า ตั้งแต่ช่วงพฤศจิกายน 2565-มีนาคม 2566 นักท่องเที่ยวที่เข้ามาในภูเก็ตเป็นนักท่องเที่ยว “snowbird” ที่หนีหนาวมาจากรัสเซียสูงสุดเป็นอันดับหนึ่ง ตามด้วยยุโรปเหนือ ยุโรปตะวันออก สแกนดิเนเวีย ซึ่งเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวหลักดั้งเดิมของภูเก็ต
รวมถึงอินเดีย มาเลเซีย และสิงคโปร์ ผลักดันให้โรงแรมและภาคบริการกลับมาดำเนินการอีกครั้ง ด้วยอัตราการเข้าพักทั่วทั้งตลาดที่เพิ่มขึ้นถึง 48%
“แม้จำนวนนักท่องเที่ยวที่มาภูเก็ตลดลงเมื่อเทียบกับปี 2562 ซึ่งเป็นผลมาจากการจำกัดการขนส่งทางอากาศ การคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจของสหภาพยุโรป และค่าตั๋วเครื่องบินโดยสารที่พุ่งสูงขึ้น 200-300% แต่จำนวนวันเข้าพักจากค่าเฉลี่ย 11 วัน กลับเพิ่มสูงขึ้นกว่า 50%”
นอกจากนี้ ยังเห็นถึงการเคลื่อนไหวของธุรกิจโรงแรมจำนวนมากที่พลิกโฉมจากการดำเนินธุรกิจไปจากแบบเดิม ๆ
โดยเปลี่ยนจากข้อตกลงการจัดการแบบเดิมเป็น “แฟรนไชส์” รวมทั้งเปลี่ยนแบรนด์บริหาร ซึ่งเป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงในตลาดระดับโลก
อาทิ “เดสทิเนชั่น กรุ๊ป” (Destination Group) ผู้พัฒนาโรงแรมและรีสอร์ตเจ้าใหญ่ในภูเก็ต ได้บรรลุข้อตกลงกับ “อินเตอร์คอนติเนนตัล โฮเทลส์ กรุ๊ป” (InterContimemtal Hotel Group : IHG) เพื่อเปิดตัวโรงแรม “ฮอลิเดย์ อินน์” (Holiday Inn) แห่งใหม่ในภูเก็ต
รวมถึงร่วมมือกับ “กลุ่มเรดิสัน” (Radisson) เพื่อเตรียมเปิดโรงแรมแบรนด์หรูอีก 2 แห่ง
“อาเคเดีย” (Arcadia) หนึ่งในกลุ่มโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดของเกาะภูเก็ตได้รีแบรนด์เป็น “พูลแมน” (Pullman) แบรนด์ในเครือแอคคอร์ (ACCOR)
ขณะที่ “แอสเสท เวิรด์ คอร์ป” หรือ AWC ยักษ์ใหญ่ด้านการบริการของไทย ได้ยกระดับ “เวสทิน สิเหร่ เบย์” (Westin Siray Bay) ให้เป็นรีสอร์ตหรูภายใต้แบรนด์ “ริทซ์-คาร์ลตัน” (Ritz-Carlton) อีกด้วย
เรียกว่าการกลับมาของนักท่องเที่ยวจากรัสเซีย ไม่เพียงแต่สร้างการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจสำหรับธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยวให้กับเกาะภูเก็ตเท่านั้น
แต่ยังแผ่กระจายไปสู่ธุรกิจอื่น ๆ เช่น ค้าปลีก การขนส่ง และอสังหาริมทรัพย์อีกด้วย
โดยตลาดอสังหาริมทรัพย์เป็นกลุ่มผู้นำด้านการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศที่เฟื่องฟูที่สุดของภูเก็ต เห็นได้จากราคาที่ดินทั่วเกาะมีอัตราที่สูงขึ้นในรอบกว่า 2 ทศวรรษ