โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เช็คเลย! สัญญาณเตือนอาการ “ฮีทสโตรก” อย่ารอช้าอาจถึงตาย

สยามรัฐวาไรตี้

อัพเดต 03 เม.ย. 2566 เวลา 14.30 น. • เผยแพร่ 03 เม.ย. 2566 เวลา 07.21 น.

เนื่องจากช่วงนี้หลาย ๆ ที่มีสภาพอากาศที่มีอุณหภูมิสูงขึ้นมาก ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมาโดยเฉพาะโรคฮีทสโตรก (Heat Stroke) หรือ โรคลมแดด ที่เกิดขึ้นได้กับคนและสัตว์ ซึ่งมีสาเหตุที่ร่างกายได้รับความร้อนมากเกินไปจนทำให้ความร้อนในร่างกายสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส นอกจากนี้สาเหตุของโรคฮีตสโตรก ก็ยังแบ่งออกได้ 2 ประเภทคือเกิดจากความร้อนและเกิดจากการออกกำลังกายหักโหมจนเกินไป

กลุ่มที่เสี่ยง

ผู้ที่ออกกำลังกายหนักเกินไป และ เด็ก , ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่อยู่ในพื้นที่ ที่อากาศร้อนจัด สำหรับใครที่ทำงานในอุณหภูมิเย็นจัดและออกไปเจออากาศที่ร้อนจัด ทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทันก็อาจจะเกิดอาการฮีทสโตรกขึ้นได้เช่นกัน *เด็กและผู้สูงอายุที่อายุมากกว่า 65 ปี ควรได้รับการดูแลเป็นพิเศษ*

อาการ

เบื้องต้นที่สังเกตได้คือ เมื่อยล้า อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน วิตกกังวล สับสน ปวดศีรษะ ความดันโลหิตลดต่ำ หน้ามืด และส่งผลต่อระบบไหลเวียนโลหิตอีกด้วย ทั้งนี้ยังมีอาการ เพ้อ ชัก ไม่รู้สึกตัว ไตล้มเหลว เซลล์ตับตาย หายใจเร็ว มีอาการบวมของปอดจากการคั่งของของเหลว หัวใจเต้นผิดจังหวะ กล้ามเนื้อลายเกิดการเสื่อมสลาย ช็อก และเกิดภาวะอวัยวะต่าง ๆ ล้มเหลวจากการอุดตันของเส้นเลือด ซึ่งอาการเหล่านี้หากไม่ได้รับการรักษาทันเวลา อาจเสียชีวิตได้

  • วิธีปฐมพยาบาลคนเป็นโรคฮีตสโตรก นำเข้าในที่ร่ม นอนราบ ยกเท้าสูงทั้งสองข้าง ถ้ามีการอาเจียนให้นอนตะแคงก่อน คลายเสื้อผ้าที่รัดแน่นออก ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นหรือน้ำแข็งประคบ เพื่อลดอุณหภูมิร่างกายให้ลดต่ำลง ให้ดื่มน้ำหรือน้ำเกลือแร่เพื่อทดแทน แล้วรีบนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด

ป้องกัน

ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อวัน 8-10 แก้ว ควรสวมใส่เสื้อผ้าที่มีสีอ่อน โปร่ง ไม่หนา น้ำหนักเบา และสามารถระบายอุณหภูมิความร้อนได้ดี หากต้องอยู่ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนหรือออกกำลังกลางสภาพอากาศร้อน ควรดื่มน้ำให้ได้ชั่วโมงละ 1 ลิตร และก่อนออกจากบ้านควรทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 15 ขึ้นไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...