โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้จักปัญหาก้อนเนื้อที่ตับ ปัจจัยการเกิดและการรักษา

BLT BANGKOK

อัพเดต 10 พ.ค. 2566 เวลา 16.40 น. • เผยแพร่ 10 พ.ค. 2566 เวลา 09.40 น. • BLT Bangkok

ปัญหาก้อนเนื้อที่ตับเป็นภาวะการเจริญเติบโตที่ผิดปกติของเนื้อเยื่อในตับ ที่ถึงแม้ว่าส่วนใหญ่อาจไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพอย่างร้ายแรง แต่ในบางส่วนอาจก่อเป็นมะเร็งและต้องได้รับการรักษาในทันที มาทำความเข้าใจว่าอะไรเป็นสาเหตุของการเกิดก้อนเนื้อในตับ รวมถึงรู้จักแนวทางการรักษาที่ถูกต้องและเหมาะสม

รู้ทันปัญหาก้อนเนื้อที่ตับ

ก้อนเนื้อที่ตับเป็นภาวะส่วนก้อนเนื้อที่เกิดขึ้น ซึ่งสามารถเกิดได้จากหลายปัจจัย ในบางประเภทก็เป็นก้อนเนื้อที่อันตรายและเสี่ยงต่อโรคร้ายที่รักษาได้ยาก แต่บางประเภทก็เป็นก้อนที่ไม่เป็นอันตราย แต่ควรได้รับการเฝ้าระวังอยางใกล้ชิดมากขึ้น

  • มะเร็งตับ: ก้อนเนื้อในตับ ที่เป็นโรคมะเร็งตับ ซึ่งเป็นการพัฒนามาจากเซลล์ตับหรือจากเซลล์ในส่วนอื่นๆ ของร่างกายที่สามารถแพร่กระจายไปยังตับ และส่วนต่าง ๆ อีกได้ นับว่าเป็นก้อนเนื้ออันตรายที่รักษาได้ยาก
  • เนื้องอกตับ: ปัญหาเนื้องอกในตับ เช่น hemangiomas และ adenomas เป็นเนื้องอกที่ไม่เป็นอันตราย และไม่ใช่ก้อนมะเร็ง
  • ฝีในตับ: ก้อนเนื้อในตับที่อยู่ในรูปแบบฝีในตับ เกิดจากการสะสมของหนองในตับที่อาจทำให้เกิดก้อนเนื้อ ซึ่งภาวะนี้มักเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย
  • โรคตับแข็ง: โรคตับแข็งเป็นโรคตับเรื้อรังที่อาจทำให้เนื้อเยื่อแผลเป็นก่อตัวขึ้นเป็นก้อนเนื้อ โดยเนื้อเยื่อแผลเป็นนี้อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งตับได้อีกด้วย
  • ซีสต์ตับ: ซีสต์ตับเป็นถุงน้ำที่สามารถก่อตัวขึ้นในตับ แม้ว่าซีสต์ในตับส่วนใหญ่จะไม่ร้ายแรงและไม่ต้องการการรักษา แต่ซีสต์ขนาดใหญ่อาจทำให้เกิดก้อนเนื้อในตับ และทำให้มีอาการเจ็บปวดได้

การวินิจฉัยก้อนเนื้อที่ตับ

การวินิจฉัยก้อนเนื้อในตับมักประกอบด้วยการตรวจร่างกาย การตรวจภาพ และการตรวจเลือด ซึ่งการทดสอบเหล่านี้จะสามารถช่วยระบุขนาด ตำแหน่ง และลักษณะของก้อนเนื้อในตับ รวมถึงช่วยหาสาเหตุการเกิดก้อเนื้อในตับได้ โดยมีการวินิจฉัยดังนี้

  • การตรวจร่างกาย: การตรวจร่างกายเพื่อตรวจหาสัญญาณของก้อนเนื้อในตับ เช่น อาการกดเจ็บหรือบวมในช่องท้อง
  • การทดสอบภาพ: การทดสอบภาพ เช่น อัลตราซาวนด์ CT scan หรือ MRI สามารถช่วยระบุขนาด ตำแหน่ง และลักษณะของก้อนเนื้อในตับได้
  • การตรวจชิ้นเนื้อ: การตรวจชิ้นเนื้อเกี่ยวข้องกับการนำตัวอย่างเนื้อเยื่อเล็กๆ ออกจากก้อนเนื้อในตับและตรวจดูภายใต้กล้องจุลทรรศน์เพื่อตรวจสอบว่าเป็นมะเร็งหรือไม่
  • การตรวจเลือด: การตรวจเลือดสามารถช่วยระบุสภาวะพื้นฐานที่อาจก่อให้เกิดก้อนเนื้อในตับ เช่น ตับอักเสบหรือตับแข็ง

การรักษาก้อนเนื้อที่ตับ

การรักษาก้อนตับขึ้นอยู่กับสาเหตุของอาการ หากก้อนเนื้อในตับเป็นมะเร็ง อาจเลือกใช้การรักษาด้วยผ่าตัด การฉายรังสี เคมีบำบัด แต่สำหรับก้อนเนื้อในตับที่ไม่ใช่มะเร็ง การรักษาอาจแค่การเฝ้าติดตามสภาวะและจัดการกับสภาวะสุขภาพที่อาจมีส่วนในการเจริญเติบโตที่ผิดปกติได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...