โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จับตา 'ก้าวไกล' ลุยแฉ ส่วยทางหลวงหมื่นล้าน อึ้งลาม 'แรงงาน-หวย' สั่งเด้งทันที ผบก.ทล.

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 03 มิ.ย. 2566 เวลา 06.45 น. • เผยแพร่ 03 มิ.ย. 2566 เวลา 06.45 น.

เป็นประเด็นร้อนแรงขึ้นมาทันที เมื่อนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ว่าที่ ส.ส.พรรคก้าวไกล ออกมาเปิดโปงขบวนการสติ๊กเกอร์ “อีซี่พาส” พิสดาร ซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่รถบรรทุก

แน่นอนว่าไม่ใช่ “อีซี่พาส” ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย แต่เป็นสติ๊กเกอร์ผ่านตลอด ของรถบรรทุกน้ำหนักเกิน ซึ่งแต่ละพื้นที่ก็ต่างมีเจ้าถิ่นแตกต่างกัน ใช้สติ๊กเกอร์กันคนละลาย คนละเจ้า แถมจำหน่ายในราคาแตกต่างกัน ขึ้นอยู่ความใกล้-ไกลของการขนส่ง ที่หากรวมๆ แล้วเป็นตัวเงินมหาศาลระดับหลายพันล้าน!!!

แถมยังส่งผลกระทบต่อเนื่อง ทั้งเรื่องการทำผิดกฎหมายในทุกระดับ สาธารณูปโภคพื้นฐานที่เสียหาย ต้องใช้ภาษีประชาชนซ่อมแซม ลามไปถึงกระทบต่อค่าสินค้าอุปโภคบริโภค

และที่สำคัญ ไม่ใช่นายวิโรจน์ออกมาทำในนามส่วนตัว แต่ได้รับไฟเขียวจากว่าที่นายกฯ คนที่ 30 พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ จากพรรคก้าวไกล

ตอกย้ำว่าเป็นอุกกาบาตที่พุ่งทำลายกวาดล้าง “ส่วย” อย่างเป็นทางการ แถมไม่ใช่แค่เรื่องของรถบรรทุกเพียงเท่านั้น

ล่าสุด ผบก.ทางหลวง ที่แม้จะยืนยันว่าไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีเรื่องส่วย ก็ถูกเด้งไปเรียบร้อย

จึงต้องจับตากันอย่างใกล้ชิด ว่าอุกกาบาตลูกนี้จะฟาดไปถึงหน่วยงานไหนอีกบ้าง

แต่ที่แน่ๆ ก็พอจะเห็นเค้ารางว่าประเทศไทยคงจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป!!

แฉสติ๊กเกอร์ส่วยทางหลวง

กลายเป็นประเด็นร้อนขึ้นมาทันที เมื่อนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม ระบุถึงสติ๊กเกอร์อีซีพาสแบบใหม่ ที่เห็นติดตามรถบรรทุก โดยเป็นรูปพระอาทิตย์สีน้ำเงิน มีเลข ๕ อยู่ด้านล่าง ตั้งคำถามว่าทำไมรถบรรทุกหลายคันถึงมีสติ๊กเกอร์นี้ติดไว้ ดูแล้วไม่เห็นจะเท่อะไร ไม่น่าจะใช่สติ๊กเกอร์ตกแต่งรถ แถมบางคนยังยืนยันว่าเป็นอีซี่พาส แม้ไม่มีระบบอิเล็กทรอนิกส์ใดๆ แต่ก็ยืนยันกันว่าติดแล้วผ่านฉลุย พร้อมประกาศเตรียมลงพื้นที่สืบเสาะข้อมูลว่าโยงใยถึงใคร และเตือนว่าทำอะไรรู้อยู่แก่ใจ เบาได้เบา เลิกได้เลิก

ร้อนแรงจนกระทั่งการทางพิเศษฯ ต้องออกมาช่วยขยี้ว่าไม่ใช่บัตรอีซี่พาสของ กทพ. จนนายวิโรจน์ก็ตอกย้ำว่าไม่ใช่อีซี่พาสของ กทพ.แน่นอน เพราะสติ๊กเกอร์นี้ออกโดยองค์กรลึกลับ ที่สามารถทำให้รถบรรทุก ไม่ว่าขนดิน หิน ทราย หรือบรรทุกของหนักแค่ไหน ขับผ่านไปได้แบบฉลุย เผลอๆ บางทีเอามาใช้ขนของผิดกฎหมายก็ได้ด้วย และระบุอีกว่า หากต้องการข้อมูลอาจต้องถามจากตำรวจทางหลวง

เริ่มเฉลยออกมาแล้วว่าเป็นเรื่องของส่วยทางหลวง หรือส่วยรถบรรทุกนั่นเอง!!!

ตอกย้ำด้วยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ว่าที่นายกฯ คนที่ 30 ที่โพสต์ถึงปัญหาดังกล่าวว่าเป็นเรื่องของส่วยทางหลวง โดยระบุว่าก้าวไกลได้พบปะหารือกับสมาคมขนส่งทางบกหลายครั้ง ทางสมาคมได้ร้องเรียนและแนบหลักฐานไว้หลายกรณี ใครไม่จ่ายโดนเรียกตรวจตลอด ส่วนใครจ่ายก็ไม่เคยโดนเรียกตรวจ

ปัญหาส่วย ทุจริตคอร์รัปชั่น ทำให้ผู้ประกอบการที่ทำทุกอย่างถูกต้องสุจริตรู้สึก ไม่แฟร์เพราะเป็นการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม ประเทศไทยเราเสียโอกาสพัฒนากันมาเท่าไหร่แล้วกับปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น?

หลังจากนี้ เตรียมพบกับ ส.ส.วิโรจน์ ผู้ที่ถูกขนานนามว่าเป็นดาวรุ่ง ดาวฤกษ์ ดาวอะไรก็แล้วแต่ แต่ผมเห็นว่าเป็น ‘อุกกาบาต’ มาทลายระบบส่วยให้หมดไปจากประเทศไทย

ชัดเจนว่าเป็นไฟเขียวจากว่าที่นายกฯ ให้มากวาดล้างปัญหาส่วย!!!

เอกชนยอมรับมีมาเป็น 10 ปี

ขณะที่ปฏิกิริยาของเอกชน ก็ขานรับอย่างคึกคัก โดยนายอภิชาติ ไพรรุ่งเรือง ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย ระบุว่า สหพันธ์จะนำข้อมูลและหลักฐานไปมอบให้ที่พรรคก้าวไกล และยืนยันว่าสมาชิกของสหพันธ์ทั้ง 10 สมาคม ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ เพราะได้ลงนามในสัญญา (เอ็มโอยู) ร่วมกันไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่าสมาชิกจะไม่เข้าไปข้องเกี่ยวกับเรื่องผิดกฎหมาย แต่ยอมรับว่าเรื่องนี้มีอยู่จริง และมีหลักฐานทั้งรายชื่อบริษัท และเจ้าหน้าที่ที่กระทำผิดกฎหมาย

“เรื่องนี้ถือเป็นความผิดร้ายแรง และมีการกระทำผิดเช่นนี้มาตั้งแต่ปี 2539 แล้ว ซึ่งที่ผ่านมาเรารับรู้ถึงเรื่องการซื้อขายสติ๊กเกอร์ และสู้เรื่องนี้มาโดยตลอด ดังนั้น สิ่งหนึ่งที่จะสามารถช่วยพรรคก้าวไกลได้ คือเราต้องให้ความร่วมมือโดยการให้ข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริง”

“อาทิ ที่มาของสติ๊กเกอร์กว่า 50-60 แบบ คลิปเสียง และคลิปวิดีโอที่มีการแอบถ่ายเอาไว้ว่าเรื่องนี้มีจริง แต่เราไม่สามารถโพสต์ลงในสื่อโซเชียลได้ เพราะเกรงว่าจะผิด พ.ร.บ.คอมพ์ จึงจะนำข้อมูลไปให้พรรคก้าวไกล เพื่อหาผู้กระทำผิดมารับโทษต่อไป”

ปัจจุบันพบว่ามีรถบรรทุกที่จ่ายค่าสติ๊กเกอร์อยู่ประมาณ 150,000-200,000 คัน จากจำนวนรถบรรทุกที่จดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ประมาณ 1,500,000 คัน เฉลี่ยต่อเดือนมีมูลค่านับพันล้านบาท

“เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ ในยุค คสช.ก็ไปยื่นร้องเรียน แต่ก็แก้ไม่ได้ หนักกว่าเก่าด้วย เพราะแม้จะมีมาตรการออกมาดำเนินการ แต่ก็ไม่สามารถแก้ไขได้ เหมือนไฟไหม้ฟาง ส่วนพรรคก้าวไกลเข้ามาที่สมาคมของพวกเราเมื่อ 4 เดือนก่อน ถามว่า คุณมีปัญหาอะไร จนกระทั่งเลือกตั้งจบ พรรคก้าวไกลโทร.มาเลยให้รวบรวมรายละเอียดมาเลย”

“นี่คือมิติใหม่ที่เราไม่เคยเจอ ไม่เคยพบเห็นเลย แต่วันนี้เราได้เห็น เราได้เจอแล้ว ส่วนความหวังว่าจะสำเร็จหรือไม่ ผมคิดว่าเรื่องนี้ต้องให้โอกาสพรรคก้าวไกล”

ส่วนนายศิริชัย ศรีเจริญศิลป์ นายกสมาคมขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย ระบุว่าปัญหาส่วนสติ๊กเกอร์มีนานแล้ว และระบาดหนักในช่วง 7-8 ปีที่ผ่านมา ส่วนสติ๊กเกอร์มีเป็นร้อยแบบ ที่ดีสุดเรียกว่าแบบโอเพ่น วิ่งได้ทั่วประเทศ จ่ายอยู่ที่ประมาณเดือนละ 2 หมื่นบาท

เป็นปัญหาที่เกาะกินประเทศไทยมาอย่างยาวนาน

สั่งเด้งผู้การทางหลวง

ด้าน พล.ต.ต.เอกราช ลิ้มสังกาศ ผู้บังคับการตำรวจทางหลวง (ผบก.ทล.) ที่ถือว่าสังคมพุ่งเป้าว่าจะต้องรับผิดชอบกับเรื่องดังกล่าว ก็ได้เรียกประชุมนายตำรวจระดับ ผกก.และ สว.ทางหลวงทั่วประเทศ ประชุมกันเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม พร้อมสั่งตรวจสอบคือมีตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องกับการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ หากพบต้องดำเนินการทั้งทางวินัยและอาญา

อย่างไรก็ตาม มีปัญหาที่ บก.ทล.ไม่มีอำนาจการสอบสวน จึงต้องประสานกองปราบปราม ดำเนินการทางกฎหมาย ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลของผู้กระทำผิดหรือดำเนินคดีผู้ใด หากประชาชนมีเบาะแสสามารถแจ้งเข้ามาได้บนเพจเฟซบุ๊กตำรวจทางหลวง

และยังระบุอีกว่า ปัญหาเรื่องนี้พื้นฐานเกิดจากการบรรทุก เกิดจากการค้า การเอาเปรียบ ดังนั้น ปัญหาต้องถูกแก้ไขทุกประเด็นตั้งแต่ต้นตอถึงปลายทาง ทั้งนี้ ปัญหาคือเรื่องบรรทุกหนัก เรื่องส่วยเป็นปลายเหตุ การแก้ปัญหาเรื่องรถบรรทุกหนักให้หมด หรือเบาบางลงก็ต้องแก้ในภาพรวม

จากข้อมูลที่ได้ประสานกับสหพันธ์ขนส่งทางบกแห่งประเทศไทยมาก่อนหน้านี้ก็พบว่ามีภาคเอกชน กลุ่มผู้ประกอบการขนส่ง รวมตัวกันทำสติ๊กเกอร์หรือป้ายต่างๆ แต่ที่ต้องตรวจสอบก็คือมีตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องกับการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ หากพบก็ต้องดำเนินการทั้งทางวินัยและอาญา เพราะเป็นตำรวจก็ต้องรับผิดชอบในการปฏิบัติหน้าที่ตัวเอง ถ้าเป็นตำรวจแล้วเงินเดือนไม่พอกินก็ไปทำอาชีพอื่น

พร้อมชี้เรื่อง “ส่วย” เป็นแค่ปลายเหตุ จนนายวิโรจน์ต้องออกมาขย่มอีกรอบว่า “ต้นเหตุจะเป็นอะไรก็ช่าง แต่ตำรวจจะเอามาอ้างเป็นเหตุในการรีดไถ เก็บส่วยไม่ได้!!! ผิดกฎหมายก็จับ ปรับ ดำเนินคดี กฎหมายไม่สอดคล้องในทางปฏิบัติ ไม่ทันสมัย โทษไม่สมสัดส่วน มีช่องว่างให้เรียกรับผลประโยชน์ ก็แก้ไขกฎหมายให้เหมาะสม ต้นทางจะเป็นอะไรก็แล้วแต่ แต่ปลายทางมันต้องไม่ใช่ ‘ส่วย’ แน่ๆ”

ต่อมาวันที่ 30 พฤษภาคม พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. ออกคำสั่งย้าย พล.ต.ต.เอกราช ให้มาปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ศปก.บช.ก.) จนกว่าการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีสติ๊กเกอร์ส่วยทางหลวงจะเสร็จสิ้น และแต่งตั้ง พล.ต.ต.วิวัฒน์ ชัยสังฆะ รอง ผบช.ก. เป็นหัวหน้าคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริง

รวมทั้งมีคำสั่งให้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผบก.กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) รักษาราชการแทน ผบก.ทล.อีกตำแหน่งหนึ่ง

เป็นแค่จุดเริ่มต้นของการทลายปัญหาส่วยที่เกาะกินประเทศมาอย่างยาวนาน

และไม่ใช่มีแค่ส่วยรถบรรทุก แต่ยังมีทั้งเรื่องส่วยล็อตเตอรี่ แรงงานข้ามชาติ หรือแม้กระทั่งรถนักเรียน

ต้องติดตามกันต่อไปว่าจะมีบทสรุปออกมาอย่างไร!!!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...