โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ไทยศรีวิไลย์’ ขึ้นรถแห่ช่วย ‘มาดามอ้อ – อุ๋มอิ๋ม’ หาเสียงช่วง 100 เมตรสุดท้าย

INN News

เผยแพร่ 13 พ.ค. 2566 เวลา 05.55 น. • INN News

‘ไทยศรีวิไลย์’ ขึ้นรถแห่ช่วย 'มาดามอ้อ - อุ๋มอิ๋ม' หาเสียงช่วง 100 เมตรสุดท้าย พร้อมประกาศขอเสียงคนไทยช่วยกันแสดงพลัง เลือก ‘ไทยศรีวิไลย์’ ย้ำถ้าเลือกแล้ว ‘เสียงของท่าน จะดังในสภา’ อย่างแน่นอน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ พร้อมด้วย พล.ท.อัศวิน รัชฎานนท์ รองหัวหน้าพรรคฯ นายวิวัฒน์ เจริญพาณิชย์ศิริ รองหัวหน้าพรรค ฯ นายอนวรรช ศรีคำเงิน กรรมการบริหารพรรคฯ นายสรกฤช จันทรคณา โฆษกพรรคฯ นางสาวณัฐปภัสร์ วรธันย์ผาสุข รองโฆษกพรรค ฯ นางสาวเยาวเรศน์ ชินภักดี รองโฆษกพรรคฯ และคณะ ได้ขึ้นรถแห่เพื่อขอคะแนนเสียงให้กับ นางสาวพัทธนันท์ ฤทธิ์ชัยเรืองเดช หรือ มาดามอ้อ ผู้สมัคร ส.ส. กรุงเทพมหานคร เขต 7 ( เขตบางซื่อ และเขตดุสิต เฉพาะแขวงถนนนครไชยศรี) หมายเลข 11 และนางสาวกฤษยากร สรชัย ผู้สมัคร ส.ส. กรุงเทพมหานคร เขต 1 (เขตพระนคร, เขตสัมพันธวงศ์, เขตบางรัก, เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย และเขตดุสิต ยกเว้นแขวงถนนนครไชยศรี) หมายเลข 12 หาเสียงสนับสนุนในการเลือกตั้งที่จะขึ้นในวันพรุ่งนี้ (14 พฤษภาคม)

โดยนายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า ตนมาขอเสียงสนับสนุนกับชาวดุสิตทั้ง 2 เขตเลือกตั้ง เพราะไม่อยากให้การพัฒนาภายในเขตมีความลักลั่นกันระหว่างแขวงถนนนครไชยศรีกับแขวงอื่นๆ ภายในเขตดุสิต อันเนื่องมาจากได้ ส.ส.คนละพรรค ดังนั้น จึงขอโอกาสกับประชาชนชาวดุสิตฝั่งแขวงถนนนครไชยศรีให้เลือก น.ส.พัทธนันท์ หรือมาดามอ้อ เบอร์ 11 ส่วนแขวงอื่นๆ ให้เลือก น.ส.กฤษยากร หรือ อุ๋มอิ๋ม หมายเลข 12 เพื่อให้การพัฒนาเขตดุสิต เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
นายมงคลกิตติ์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้เข้าสู่ทางตรง 100 เมตรสุดท้าย ก่อนที่จะให้ประชาชนตัดสินใจในวันพรุ่งนี้ ซึ่งเท่าที่ตนประเมินตั้งแต่เข้าสู่เดือนพฤษภาคมเป็นต้นมา กระแสของพรรคฯ ก็ดีขึ้นตามลำดับ

รวมทั้ง การที่ตนประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนในช่วงโค้งสุดท้ายว่า ‘ไม่เอาลุง ไม่แก้ ม.112’ กลายเป็นว่า พรรคไทยศรีวิไลย์จะเป็นพรรคหลักของแนวคิดนี้ทันที เพราะตนเชื่อว่า ประชาชนหลายๆคนน่าจะทนไม่ไหวกับการบริหารงานมาตลอด 8 ปี ที่ทำให้คนไทย ‘จนแล้ว จนอยู่ จนต่อ’ และไม่สามารถจะกู้เงินเพื่อช่วยเหลือประชาชนอะไรได้ จนทำให้พรรคไทยศรีวิไลย์ต้องออกนโยบายเพื่อนำเงินที่สกปรกและรั่วไหลจากระบบเศรษฐกิจ มาทำให้เป็นเงินสะอาดที่นำมาพัฒนาประเทศ ในขณะเดียวกัน ประชาชนส่วนนี้ก็ต้องการปกป้องสถาบันฯ

โดยไม่ต้องการให้ใครมาจาบจ้วงล่วงละเมิด โดยเห็นว่า มาตรา 112 ของประมวลกฎหมายอาญาที่บังคับใช้ในปัจจุบัน มีความเหมาะสมและสามารถควบคุมสังคมไม่ให้เกิดความวุ่นวายได้ เพราะฉะนั้น ตนเชื่อว่า ประชาชนส่วนนี้ยังมีอยู่อีกไม่น้อย น่าจะมากกว่า 1 ล้านคนขึ้นไป จึงต้องขอให้กลุ่มคนเหล่านี้และประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งออกมาเลือกพรรคไทยศรีวิไลย์ ซึ่งจะทำให้อย่างน้อยๆ แนวคิดที่ตนเสนอจะกลายเป็นแนวคิดที่จะสามารถกำหนดได้ว่า พรรคใดจะสามารถเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคไทยศรีวิไลย์ได้

นายมงคลกิตติ์ กล่าวด้วยว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคไทยศรีวิไลย์มีความพร้อมมากกว่าครั้งที่แล้ว ซึ่งนอกจากตัวผู้สมัครที่สามารถคัดเลือกสมาชิกพรรคที่มีศักยภาพและในหลายๆเขตที่พรรคส่งผู้สมัครก็มีกระแสดีมีสิทธิ์ที่จะชนะแล้ว นโยบาย 41 ข้อของพรรคที่ครอบคลุมในทุกๆ ด้าน โดยมีความมุ่งหวังที่จะดูแลประชาชนตามหลักของรัฐสวัสดิการ เช่น กลุ่มเปราะบาง กลุ่มอาสาสมัคร กลุ่มทหารผ่านศึก มีเงินสำหรับดูแลครัวเรือนและกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศโดยนโยบายอัดฉีดเงินเข้าระบบเศรษฐกิจ 1.5 แสนบาท เข้าตรงสู่ 22 ล้านครัวเรือน

การสร้างสังคมไทยเป็นสังคมสงบสุข ปราศจากความเหลื่อมล้ำด้านโอกาส เช่น การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมให้มีความยุติธรรมจริงๆ การคืนลูกหลานและคนที่รักคืนสู่อ้อมอกของครอบครัว โดยมาตรการปราบปรามยาเสพติดอย่างเด็ดขาดแบบดุดันไม่เกรงใจใคร การนำกัญชากลับไปเป็นยาเสพติด การดำเนินการเรียนฟรีแบบฟรีจริงๆ ในระดับตั้งแต่อนุบาลถึงอาชีวศึกษา เป็นต้น รวมทั้ง จากผลงานการทำงานในสภาผู้แทนราษฎรตลอด 4 ปีที่ผ่านมา จึงมั่นใจได้ว่า ถ้าประชาชนเลือกพรรคไทยศรีวิไลย์ ‘เสียงของท่าน จะดังในสภา’ อย่างแน่นอน

"การเลือกตั้งในวันพรุ่งนี้ ผมอยากให้ประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 52 ล้านกว่าคน มาใช้สิทธิ์ใช้เสียงกันให้มากที่สุด มากันให้เยอะๆ แสดงพลังกันในฐานะผู้รักประชาธิปไตย โดยเฉพาะคนที่ตั้งใจไม่ไปใช้สิทธิ์ ซึ่งมีอยู่ราวร้อยละ 30 - 40 นั้น ผมขอให้ออกมาแสดงพลังว่า ประเทศไทยจะเป็นอย่างไร จะเปลี่ยนระบอบไปเลยไหม ตามแนวคิดของคนรุ่นใหม่บางคน

หรือจะคงไว้ซึ่งสิ่งที่สืบทอดกันมา 800 ปี เพราะผมเชื่อว่า คนไทยแทบจะทั้งหมด ยังคงต้องการให้มีการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ซึ่งจุดยืนของพรรคไทยศรีวิไลน์ก็ชัดเจนว่า ไม่แก้ไข ไม่ยกเลิก ไม่เหมือนกับ บางพรรค ที่ขณะนี้ยังคงกำกวมเพียงเพื่อหวังคะแนนเสียงจากทุกฝ่ายเพื่อให้ได้อำนาจมาเท่านั้น " นายมงคลกิตติ์กล่าว

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...