คนขี้เกียจมีเฮ! ผลวิจัยเผยมีแนวโน้มฉลาดและประสบความสำเร็จกว่าคนขยัน
คนขี้เกียจก็มีหัวใจนะ!
สวัสดีค่ะน้อง ๆ ชาว Dek-D.comใครที่เป็นสายขี้เกียจต้องมาฟัง ผลวิจัยจากหลายแห่งเผยว่าคนขี้เกียจมีแนวโน้มฉลาดและประสบความสำเร็จมากกว่าคนขยัน!จริงเท็จแค่ไหน วันนี้พี่ป๊อกกี้เอาข้อมูลมาฝากค่ะ
หลาย ๆ คนอาจสงสัยว่าเรามีความขี้เกียจติดตัวมาตั้งแต่ตอนไหน เราเกิดมาพร้อมกับความขี้เกียจเลยหรือเปล่า มีผลวิจัยหนึ่งที่อาจให้คำตอบนี้ได้!
ทำไมคนเราถึง “ขี้เกียจ” ?
แฟรงก์ บูธ(Frank Booth) ศาสตราจารย์แห่งสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมิซซูริ (University of Missouri College of Veterinary Medicine) ประเทศสหรัฐอเมริกา และ ไมเคิล โรเบิร์ต(Michael Roberts) นักวิจัยหลังปริญญาเอก ได้ร่วมกันทำวิจัยเพื่อศึกษาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างความขี้เกียจและพันธุกรรมซึ่งได้ตีพิมพ์ลงใน American Journal of Physiology: Integrative and Comparative Physiologyเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2556
โดยพวกเขาศึกษาจากการทดลองนำหนู 2 สายพันธุ์ได้แก่ หนูที่ขยัน ชอบวิ่งบนวงล้อกับหนูที่ขี้เกียจไม่ชอบวิ่งบนวงล้อมาเปรียบเทียบกัน โดยวัดความถี่ของการวิ่งบนวงล้อในระยะเวลา 6 วัน เพื่อคัดเลือกหนูที่ขยัน ชอบวิ่งที่สุด 26 อันดับแรกมาผสมพันธุ์กันเอง และคัดเลือกหนูที่ขี้เกียจ ไม่ชอบวิ่งที่สุด 26 อันดับแรกมาผสมพันธุ์กันเองเช่นกัน ทำแบบนี้ทั้งหมด 10 รุ่นอายุ ผลปรากฏว่าลูกหลานของหนูสายพันธุ์ที่ขยัน ชอบวิ่งยังคงมีความขยันอยู่ และลูกหลานของหนูสายพันธุ์ที่ขี้เกียจ ไม่ชอบวิ่งก็ยังคงมีความขี้เกียจอยู่อีกทั้งหนูสายพันธุ์ขยันยังสามารถวิ่งบนวงล้อได้มากกว่าหนูขี้เกียจถึง 10 เท่า!
นอกจากนี้ยังพบอีกว่าหนูทั้งสองสายพันธุ์มียีนหรือลักษณะทางพันธุกรรมที่แตกต่างกันกว่า 17,000ของยีนในสมองโดยพวกเขาระบุไว้ว่า มี 36 ยีนที่สร้างโปรตีนที่มีบทบาทในการส่งสัญญาณไปสู่ระบบโดปามีนของสมอง ซึ่งสิ่งนี้มีผลต่อการโน้มน้าวให้ร่างกายเกิดแรงจูงใจในการทำกิจกรรมต่าง ๆ
ผลวิจัยดังกล่าวทำให้มีความเป็นไปได้ว่าหนูอาจจะมียีนตัวที่กำหนดความขยันและขี้เกียจอยู่ในตัว ซึ่งสามารถส่งต่อกันรุ่นสู่รุ่นผ่านยีนหรือลักษณะทางพันธุกรรมเหล่านี้ได้ และแน่นอนว่าการทดลองดังกล่าวกับหนูสามารถใช้ได้กับมนุษย์ เนื่องจากหนูเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มียีนใกล้เคียงกับมนุษย์ ดังนั้นผลทดลองต่าง ๆ กับหนูจึงมีความใกล้เคียงกับการทดลองกับมนุษย์นั่นเอง กล่าวได้ว่าความขี้เกียจในตัวมนุษย์นั้นก็สามารถถ่ายทอดกันทางพันธุกรรมได้เช่นเดียวกับหนู
หลังจากการวิจัยนี้เผยแพร่ออกไป ก็ได้มีงานวิจัยของอีกหลายทีมที่พยายามศึกษาเรื่องนี้ต่อ จนพบยีนหนึ่งที่เรียกว่า “SLC35D3” หรือยีนขี้เกียจซึ่งเป็นลักษณะอย่างหนึ่งที่สามารถถ่ายทอดกันทางพันธุกรรมได้ เห็นได้ว่ามีหลายงานวิจัยที่ตอกย้ำว่าเราไม่ได้สร้างความขี้เกียจนี้ขึ้นมาเอง แต่มันถูกถ่ายทอดมาจากพ่อแม่แบบรุ่นสู่รุ่นต่อมาเรื่อย ๆ
ผลวิจัยเกี่ยวกับคนขี้เกียจ
เมื่อเราได้รับความขี้เกียจนี้มาแบบปฏิเสธไม่ได้ เราก็ต้องคอยแบกรับความกดดันและคำพูดต่าง ๆ ที่ดูถูก ด่าทอคนขี้เกียจอย่างเรา แต่อย่าเพิ่งท้อหรือน้อยใจนะคะ เพราะมีผลวิจัยออกมาแล้วว่าคนขี้เกียจมีแนวโน้มที่จะฉลาดและประสบความสำเร็จมากกว่าคนที่ขยัน!
ทอดด์ แมคเอลรอย(Todd MacElroy) ศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัยฟลอริดากัลฟ์โคสต์ (Florida Gulf Coast University) ประเทศสหรัฐอเมริกา และทีมนักวิจัยของเขาได้ทำการศึกษาเรื่องความขี้เกียจไว้ โดยสำรวจและประเมินจากคำตอบในแบบสอบถามกิจกรรมทางกายของอาสาสมัครนักศึกษาระดับปริญญาตรีจำนวนทั้งหมด 60 คนแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มได้แก่ กลุ่มที่ชอบคิดชอบใช้สมองกับกลุ่มที่ไม่ชอบคิดเป็นเวลาทั้งหมด 7 วัน เพื่อประเมิน พิจารณา และวิเคราะห์พฤติกรรมของคนทั้งสองกลุ่ม ผลการสำรวจพบว่านักศึกษากลุ่มที่ชอบคิดหรือมีไอคิวสูง มักจะมีความกระตือรือร้นน้อยกว่านักศึกษากลุ่มที่ไม่ชอบคิด
นอกจากนี้ยังมีนักวิจัยอื่นที่ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้ในปี 2557 ที่ตีพิมพ์ลงในวารสารจิตวิทยาสุขภาพ (Journal of Health Psychology) ซึ่งผลการศึกษาพบว่าคนที่เคลื่อนไหวร่างกายน้อยมักจะฉลาดกว่าคนที่ไม่ค่อยเคลื่อนไหวร่างกาย
ด้วยผลการศึกษาต่าง ๆ เหล่านี้ จึงอาจกล่าวได้ว่าคนขี้เกียจมีแนวโน้มที่จะฉลาดและมักใช้ความคิดมากกว่าคนขยัน
คนขี้เกียจ มีแต่ข้อเสียจริงเหรอ ?
หลายคนอาจมองเห็นแต่ข้อเสียของคนขี้เกียจ แต่ในข้อเสียนั้นแฝงไปด้วยข้อดีมากมาย แน่นอนว่าคนขี้เกียจจะหวงพลังงานและเวลาของตนเองมาก ซึ่งสิ่งนี้ทำให้พวกเขามักพยายามหาหนทาง วิธี หรือทางลัดที่ง่ายและประหยัดเวลาที่สุดในการทำบางสิ่งบางอย่าง เพื่อให้การเคลื่อนไหวร่างกายนั้นเกิดขึ้นน้อยที่สุด ซึ่งบิล เกตส์นักธุรกิจชาวอเมริกัน หนึ่งในผู้ก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟต์ ก็เชื่อแบบนั้น เขาเคยกล่าวไว้ว่า “ฉันมักจะเลือกคนขี้เกียจให้มาทำงานยาก ๆ เสมอ เพราะคนขี้เกียจนี่แหละ จะคอยหาวิธีที่รวบรัดมาจัดการงานที่ยากให้ง่ายขึ้นได้”
ซึ่งข้อดีในข้อเสียแบบนี้แหละคือเหตุผลที่คนขี้เกียจมีแนวโน้มที่จะฉลาด มีไหวพริบ และประสบความสำเร็จมากกว่าคนที่ขยัน
แล้วทำไมคนที่ขยันถึงถูกมองว่ามีความฉลาดและโอกาสในการประสบความสำเร็จน้อยกว่าคนขี้เกียจ? จากผลวิจัยที่ได้บอกไปว่าคนขยันมักจะใช้ความคิดตลอดเวลา ซึ่งเบื้องลึกจริง ๆ แล้วคนขยันส่วนใหญ่จะเบื่อง่ายและความกระตือรือร้นจะค่อย ๆ ลดลงเมื่อใช้ความคิดมากเกินไปนั่นเอง
ทั้งหมดนี้เป็นเพียงผลวิจัยที่สำรวจแค่คนกลุ่มเล็ก อาจจะไม่ใช่สำหรับทุกคนเสมอไป แต่ก็เห็นได้จากหลายคนที่ถูกมองว่าขี้เกียจ แต่ก็สามารถประสบความสำเร็จได้ ไม่ว่าจะเป็น อีลอน มัสก์(Elon Musk), มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก(Mark Zuckerberg), แลร์รี เพจ(Larry Page), ชาลส์ ดาร์วิน(Charles Darwin), อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์(Albert Einstein) และคนอื่น ๆ อีกเป็นจำนวนมาก
ถือว่าเป็นแนวโน้มที่ดีสำหรับคนขี้เกียจที่จะช่วยลบคำสบประมาทได้ แต่ก็ใช่ว่าจะเหมารวมกับคนขี้เกียจและคนขยันทุกคนได้นะ น้อง ๆ คนไหนคิดว่าตัวเองมีความขี้เกียจอยู่ในตัว แต่จริง ๆ แล้วมีความคิดกว้างไกลแบบผลวิจัยบ้าง ลองมาคอมเมนต์พูดคุยกันได้นะ