ชีวิต 50 ปี 'สุกัญญา มิเกล' ได้เห็นหน้าพ่อ เล่านาทีคุยครั้งแรก เผยสาเหตุขาดการติดต่อ
ชีวิต 50 ปี ‘สุกัญญา มิเกล’ ได้เห็นหน้าพ่อ เล่านาทีคุยครั้งแรก เผยสาเหตุขาดการติดต่อ
หลังจากตรวจดีเอ็นเอแล้วพบว่ามีญาติและพ่ออยู่ที่สหรัฐอเมริกา ล่าสุด สุกัญญา มิเกล ก็ได้ออกมาเปิดเผยผ่านรายการเรื่องนี้ต้องถึงบอย ทางช่องยูทูบวันบันเทิง ถึงเรื่องพ่อที่ล่าสุดได้เจอกับพ่อชาวอเมริกันไอริช หลังตรวจเจอจากน้ำลายหยดเดียว โดยมิเกลเล่าว่าจุดเริ่มต้นคือมาจาก ต้องการรู้ว่า จอม สุพินดา ที่เป็นหวานใจกับเธอนั้นเป็นพี่น้องกันรึเปล่าเพราะข้อมูลของทั้งคู่คือมีพี่สาวต่างพ่ออีกคนหนึ่ง
“ซึ่งไม่เคยเจอกันเลย และก่อนตรวจดีเอ็นเอ เราก็คิดว่าจอม เป็นพี่สาวเรา ถึงขนาดไปตามหาญาติเขาถามว่าแม่ชื่อลินดาจริงรึเปล่า เลยทำให้เราอยากตรวจดีเอ็นเอ ซึ่งที่เราตรวจเนี้ยเป็นแล็ปของเอกชนที่อเมริกา พอตรวจแล้วก็รู้ว่าพี่จอมไม่ใช่สายเลือดเดียวกับเราแล้ว นอกจากนั้นเราก็ได้รู้จักญาติเราเพิ่มขึ้นว่าดีเอ็นเอเราไปแมชต์กับใครบ้าง”
มิเกลก็เผยว่าคุณพ่อเป็นทหารอเมริกันไอริชที่ตอนนั้นมาอยู่ที่อู่ตะเภา มีโอกาสได้คุยกับน้องสาวอยู่ 1 ปี โดยเธอเล่าว่า
“เขาทักมาหาถามว่า ฉันว่าคุณน่าจะเป็นญาติเราหรือเปล่าเราก็เลยโทรคุยกันทางแชทกับน้องสาวประมาณ 1 ปี กว่าเราจะตัดสินใจติดต่อพ่อแล้วก็รอว่าให้เกียรติเขาคุณก็ไปบอกพ่อสิว่าเจอฉันแล้วถามว่าพ่อรู้ไหมว่ามีลูก คือเขารู้ว่ามีลูก และพ่อก็เป็นคนเอาน้ำลายไปไว้ในแล็ป พ่อก็ตามหาเราอยู่เหมือนกัน รอว่าน่าจะมีสักวัน เขาไม่รู้ว่าพระเจ้าจะอวยพรหรือเปล่า”
วินาทีที่ได้คุยกับพ่อ มิเกลเล่าว่า “แม่เลี้ยงเป็นคนทักมาก่อนและสอบถามว่าคุณแน่ใจหรอว่าผู้ชายคนนี้เป็นพ่อของคุณคุณมีหลักฐานอะไร เขาก็ตรวจสอบนะ ฉันก็ไม่มีหลักฐานอะไรนะ มีเลยเอาผลดีเอ็นเอส่งไปให้มันก็เลยกลายว่าเขายอมรับหลักฐาน ไม่กี่วันแม่ก็บอกว่ามีคนอยากคุยด้วย แม่เลี้ยงก็กดเป็นเสียงมา คำแรกพ่อพูดคือสวัสดีเป็นภาษาไทยน้ำตาไหลเลย”
จนตอนนี้มิเกลก็บอกว่าคุยกับพ่อมา 2 ปีแล้ว เขาพูดภาษาไทยเก่งมากและยังพูดภาษาไทยได้เยอะ พร้อมเล่าอีกว่า
“เขามาไทยตอนอายุ 19 และอยู่ในอู่ตะเภาประมาณปีถึง 2 ปีและเขาต้องบินกลับ เขาก็บอกว่าไม่ได้ตั้งใจทิ้งอยู่นะเขาทำเรื่องขอมาประจำการที่ประเทศไทยอีกครั้งแต่โดนปฏิเสธ จากนั้นเขาก็ส่งจดหมายมาหาที่อยู่ที่เขาเคยเช่าบ้านอยู่ด้วยกัน แต่แม่เราย้ายและพาเราไปอยู่กับยาย เขาก็เลยไม่สามารถติดต่ออะไรได้อีกเลย”
จากเรื่องราวต่างๆ ที่ทำให้พลัดพลาดจากพ่อ มิเกลบอกว่า ไม่เคยโกรธท่านเลย ทั้งเล่าว่า
“เราก็เขียนจดหมายไปหาเขาก็บอกเขาว่าไม่ว่าคุณจะตอบรับหรือไม่ตอบรับ ขอให้รู้ไว้ว่าฉันไม่เคยโกรธคุณเลย อย่าเอาความรู้สึกผิดของคุณเก็บไว้จนกระทั่งคุณตาย ขอให้รู้ว่าคุณไม่ได้ผิดอะไร เราได้พูดแค่นั้นก็มีความสุขแล้ว อย่างน้อยถ้าเขารู้สึกผิดมากจะได้ปลดล็อกความรู้สึก”