โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

หนุ่มเมืองสองแคว เลี้ยงปูนาครบวงจร พร้อมแปรรูป สร้างรายได้เฉียดแสนต่อเดือน

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 23 ก.พ. 2565 เวลา 08.05 น. • เผยแพร่ 24 ก.พ. 2565 เวลา 02.00 น.

“ปูนา” จากอาหารพื้นบ้านราคาถูกที่หากินได้ทั่วไปตามวิถีชีวิตคนชนบท กลับกลายมาเป็นของอร่อยหายากในปัจจุบัน ทำให้ใครหลายคนมองเห็นช่องทางสร้างรายได้ หันมาเอาดีทางด้านการเลี้ยงปูนา จนประสบความสำเร็จมีรายได้เป็นกอบเป็นกำ  

คุณวัชระ เดือนขึ้น หรือ พี่หนึ่ง เจ้าของนิตยาฟาร์มปูนา อยู่ที่ 31/1 หมู่ที่ 5 ตำบลท่าทอง อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก อดีตบุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งของจังหวัดพิษณุโลก อยากมีธุรกิจส่วนตัว ผันตัวมาเป็นเกษตรกรเริ่มต้นจากการเลี้ยงหอย เลี้ยงปลา แต่รายได้ไม่ตอบโจทย์ จนกระทั่งมีโอกาสได้เข้าอบรมเกี่ยวกับการเลี้ยงปูนา จากศูนย์ฝึกที่จังหวัดกำแพงเพชร ก็เกิดเป็นความชอบและตัดสินใจทดลองเลี้ยงปูนาเป็นอาชีพสร้างรายได้มาจนถึงปัจจุบันก็เป็นเวลากว่า 3 ปี

โดยพี่หนึ่งเล่าถึงจุดเริ่มต้นการเลี้ยงปูนาให้ฟังว่า เริ่มต้นจากการทดลองเลี้ยงในวงบ่อซีเมนต์เล็กๆ เพื่อสะสมประสบการณ์ลองผิดลองถูกมาเป็นระยะเวลากว่า 1 ปี จนเกิดความชำนาญและเข้าใจถึงเทคนิคการเพาะเลี้ยงปูนาอย่างถ่องแท้ ถึงได้มีการขยายพื้นที่เลี้ยงเพิ่ม รวมถึงการที่ได้นำประสบการณ์ในตลอดระยะเวลากว่า 1 ปี มาต่อยอดพัฒนารูปแบบบ่อสำหรับเพาะเลี้ยงปูนาที่เหมาะสม เนื่องจากปัจจัยสภาพแวดล้อมภายในบ่อมีผลต่อคุณภาพและปริมาณด้วยเช่นกัน

**เทคนิคการเลี้ยงปูนาแบบมืออาชีพ

เบื้องต้นต้องรู้และเตรียมอะไรบ้าง**

พี่หนึ่ง บอกว่า ปัจจุบันที่ฟาร์มปูนาของตนเองมีรูปแบบการเลี้ยงปูนาแบ่งออกได้เป็น 3 รูปแบบ คือ 1. เลี้ยงในรูปแบบบ่อปูนซีเมนต์จำนวน 6 บ่อ 2. เลี้ยงในรูปแบบบ่อดินขนาดความกว้างประมาณ 2 งาน 1 บ่อ และ 3. เลี้ยงรูปแบบบ่ออินทรีย์ โดยรูปแบบบ่อจะขึ้นอยู่ที่ความถนัดของแต่ละคน รวมถึงการสร้างเครือข่ายสมาชิก เนื่องจากความต้องการของตลาดมีสูง ที่ฟาร์มไม่สามารถผลิตปูนาออกขายได้ตลอดทั้งปี

การเตรียมบ่อเลี้ยงเบื้องต้น ในความจริงแล้วการเตรียมบ่อเลี้ยงจะไม่มีข้อกำหนดที่ตายตัวว่าต้องเป็นบ่อแบบนี้ และมีความกว้างและยาวขนาดเดียวเท่าไหร่ แต่สามารถยืดหยุ่นได้ตามความเหมาะสมของพื้นที่ของแต่ละคน โดยให้ยึดหลักว่าในพื้นที่ 1 ตารางเมตรต่อพ่อแม่พันธุ์ 20 คู่ ควรจะไม่มากไปกว่านี้

รูปแบบบ่อในการเลี้ยง

  • บ่อปูนซีเมนต์ คือการนำอิฐบล็อกก่อขึ้นมาสูงประมาณ 2-3 ชั้น แล้วฉาบปูนบริเวณด้านในตามงบ หรือถ้าหากใครมีงบเยอะก็สามารถฉาบปูนข้างนอกเพิ่มเติมได้เพื่อความสวยงาม แล้วหลังจากนั้นให้หากระเบื้องมือสอง และใช้พืชน้ำ เช่น จอกแหนหรือผักตบชวา วางใส่ลงไปในบ่อ ซึ่งกระเบื้องไว้สำหรับเป็นที่อยู่อาศัย เป็นที่หลบภัยเนื่องจากช่วงที่ปูลอกคราบปูมักจะกินกันเอง ทำให้เกิดความเสียหาย ตรงนี้ก็จะช่วยทำให้ปูสามารถอยู่ด้วยกันได้ในบ่อเดียวกัน และในส่วนของพืชน้ำที่ใส่ลงไปทำการจัดสภาพแวดล้อมในบ่อให้เลียนแบบที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติของปู เพราะนอกจากที่ปูจะใช้เป็นอาหารแล้วยังใช้เป็นแหล่งหลบซ่อนได้อีกด้วย
  • บ่ออินทรีย์ จะเป็นในรูปแบบกึ่งดินกึ่งน้ำ เป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมสูงเพราะผู้เลี้ยงสามารถนำไปต่อยอดหรือสามารถนำไปออกแบบเลี้ยงเพื่อเพิ่มอัตราการรอดให้สูงขึ้น โดยบ่ออินทรีย์คือการออกแบบต่อยอดจากบ่อปูน มีการใส่ดินเข้าไปในบ่อปูน แล้วใช้อิฐแดงหรืออิฐบล็อก กั้นจำลองเพื่อให้เป็นลักษณะบ่อกึ่งบกกึ่งน้ำ จากนั้นเซ็ตดินให้มีความนุ่ม ให้ใกล้เคียงธรรมชาติของปูนาชอบฝังตัวอยู่ในดิน และยังช่วยให้ปูสามารถขยายพันธุ์ได้ด้วยตนเอง นี่จึงเป็นข้อดีของบ่ออินทรีย์ และปูจะทนต่อสภาพอากาศต่างๆ ได้ดีมากขึ้นด้วย
  • บ่อดิน หรือ บ่อธรรมชาติ เป็นบ่อที่เคยเพาะเลี้ยงปลาและทำนาข้าวแต่ไม่ประสบผลสำเร็จ จึงได้มีการปรับแต่งพื้นที่เพื่อให้มีพื้นที่กักเก็บน้ำ แล้วนำกระเบื้องเก่ามาล้อมทำอาณาเขตเพื่อไม่ให้สิ่งแปลกปลอมเข้ามาทำลายปูที่เลี้ยงไว้

อาหาร ของที่ฟาร์มจะมีตารางการให้อาหารที่หลากหลายทั้งอาหารเม็ดไฮเกรด ปลาซิวปลาสร้อยสับเป็นชิ้นเล็กๆ โครงไก่ต้ม เพื่อเน้นโปรตีน และผลไม้สุกชนิดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น มะพร้าว ช่วยเพิ่มความหอมมัน รวมถึงกล้วย มะละกอ มะม่วง เนื่องจากการเลี้ยงในระบบฟาร์มจะเน้นให้โตเร็ว จึงจะเน้นโปรตีนจากเนื้อปลา รองลงมาเป็นโครงไก่ต้ม ช่วยสร้างแคลเซียม และผลไม้เสริมวิตามิน โดยให้อาหารคาวสลับกับผลไม้ส่วนหนึ่งเพื่อไม่ให้น้ำเน่าเสียไว และเป็นการช่วยเสริมสร้างความสมบูรณ์ให้กับปูในทุกๆ ด้าน

เลี้ยงนานเท่าไหร่จับขายได้ หลังจากฟักเป็นตัว ใช้เวลาประมาณ 6-8 เดือนจึงโตเต็มวัย เริ่มจากพ่อแม่พันธุ์ที่เพาะเลี้ยงเริ่มต้น ไม่ว่าพ่อแม่พันธุ์จะมีอายุ 4 เดือน 8 เดือน หรือ 1 ปีก็แล้วแต่ เมื่อนำเอามาเลี้ยงในระบบฟาร์มจะแบ่งการเพาะขยายพันธุ์ได้ 2 รอบ หรือ 1 ปี จะออกลูกได้ 2 ครั้ง ต่างจากปูนาที่จับตามธรรมชาติที่จะผสมพันธุ์และวางไข่เพียงปีละครั้ง ในระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-กรกฎาคม

**ช่องทางสร้างรายได้จากปูนา

ที่ใครหลายคนคาดไม่ถึง**

เจ้าของบอกว่า ปัจจุบันที่ฟาร์มมีผลิตภัณฑ์แปรรูปจากปูนาออกมาหลากหลาย ทั้งในรูปแบบอาหารคาว อาหารหวาน อาหารแห้ง รวมถึงเครื่องปรุงรส โดยจุดเริ่มต้นเกิดจากตลาดขายพ่อแม่พันธุ์มาถึงจุดอิ่มตัวมีรายได้คงที่ จึงได้หาช่องทางอย่างอื่นมาเพิ่มรายได้ ซึ่งมีการคิดไตร่ตรองตกผลึกออกมาได้ว่าจะต้องทำในรูปแบบของการแปรรูป โดยเริ่มจากการศึกษาหาข้อมูลว่าปูนาที่เลี้ยงอยู่สามารถที่จะนำมาแปรรูปเป็นอะไรได้บ้าง และก็ได้คำตอบว่าปูนาสามารถนำมาแปรรูปทำผลิตภัณฑ์ได้หลากหลายเมนู ซึ่งปัจจุบันที่ฟาร์มสามารถสร้างรายได้จากปูนาได้มากมายหลายช่องทางดังนี้

  • การสร้างรายได้จากการขายพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ ในช่วงวัยอายุ 4-6 เดือน ราคาคู่ละ 60 บาท หรือเรียกว่าเป็นช่วงวัยเจริญพันธุ์ ลูกค้าจะนำไปเพาะขยายพันธุ์ต่อ และช่วงอายุ 6 เดือน ถึง 1 ปี ขายเป็นพ่อแม่พันธุ์ ในราคาคู่ละ 100 บาท เพื่อเสิร์ฟตามความต้องการของลูกค้าที่มีหลากหลาย บางคนต้องการปูรุ่นไปขุนต่อ หรือบางคนต้องการพ่อแม่พันธุ์อายุ 6 เดือน ถึง 1 ปี เพื่อจะให้ได้ลูกเยอะขึ้นก็แล้วแต่ความต้องการ
  • การขายไอเดีย คือการรับออกแบบบ่อ จากประสบการณ์ที่ทดลองเลี้ยงเองมาหลายปีทำให้มีความชำนาญเกี่ยวกับการทำบ่อเลี้ยง ว่าบ่อเลี้ยงลักษณะแบบไหนจะทำให้ปูสามารถขยายพันธุ์ได้ดี มีอัตราการรอดสูง และทนทานต่อสภาพอากาศในทุกฤดู เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศจะมีผลกระทบที่ทำให้เกิดการสูญเสีย
  • การสร้างเครือข่าย จะเป็นในรูปแบบคอนแทร็กต์ฟาร์มมิ่ง ส่งเสริมให้เกษตรกรเลี้ยงและรับซื้อคืน โดยมีเครือข่ายทั้งในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียง เช่น พิจิตร กำแพงเพชร อุตรดิตถ์ และเพชรบูรณ์ หรือถ้าหากเกษตรกรคนไหนสามารถหาตลาดได้เอง ก็สามารถทำขายส่งตลาดประจำของตนเองได้เลย
  • รูปแบบอาหารคาวและหวาน มีการนำปูนาทั้งของที่ฟาร์มและจากเครือข่ายมาแปรรูปทำอาหารสด เช่น หลนปูนา ปูทอด 3 รส ปูทอดสมุนไพร ปูดอง ขนมจีนน้ำยาปูนาที่ขายดีมาก และในส่วนของหวานจะเป็นขนมเทียนมันปูนา
  • รูปแบบของน้ำพริก เช่น น้ำพริกตาแดง น้ำพริกนรก น้ำพริกมันปู น้ำพริกเผา โดยทั้งหมดนี้มีส่วนผสมหลักอย่างปูนาเข้าไปอยู่ในทุกเมนู
  • รูปแบบเครื่องปรุง 1. น้ำปลาร้าปูนา มีจุดเด่นที่สามารถนำมาปรุงอาหาร ทำส้มตำได้ไม่ต้องหาซื้อปูนามาใส่เพิ่ม เพราะน้ำปลาร้าปูขวดนี้เป็นแบบทูอินวันมาให้แล้ว 2. ผลิตภัณฑ์น้ำปลาปูนา ที่มีขั้นตอนการแปรรูปเบื้องต้นดังนี้

ขั้นตอนการแปรรูปน้ำปลาปูนา ทำยังไงบ้าง

  • เริ่มต้นจากการคัดเลือกปูนาแก่ที่มีอายุประมาณ 1 ปี 6 เดือน ซึ่งเป็นช่วงอายุที่ไม่สามารถขยายพันธุ์ได้แล้ว จะนำเอามาแปรรูปทำน้ำปลาทั้งหมด
  • เมื่อคัดเลือกปูได้ลักษณะที่ต้องการแล้วนำไปล้างทำความสะอาด
  • จากนั้นนำปูไปหมักเกลือทิ้งไว้ประมาณ 1 คืน (ในอัตราปูนา 10 กิโลกรัม สามารถแปรรูปออกมาเป็นน้ำปลาได้ประมาณ 100 ขวด)
  • นำปูไปต้ม แล้วปรุงรสด้วยหัวน้ำปลา เกลือ และน้ำตาล ตามสูตร โดยต้มจนกว่าจะมีน้ำสีดำ และกลิ่นหอมของปูออกมา
  • จากนั้นนำมากรองเอาเฉพาะน้ำ แล้วทิ้งไว้ให้เย็น
  • นำไปกรองอีกครั้งเพื่อให้ได้น้ำปลาปูนาใสๆ ออกมา
  • นำไปบรรจุใส่ขวดบรรจุภัณฑ์ที่เตรียมไว้ ซึ่งจะเห็นได้ว่าวิธีการทำจะคล้ายกับการทำน้ำปลาทั่วไป แต่จุดแข็งของเราอยู่ที่วัตถุดิบปูนาที่ใส่แบบเน้นๆ ทำให้ได้กลิ่นหอม และรสชาติที่ไม่เค็มมากจนเกินไป ได้รสชาติที่กลมกล่อม และเป็นการสร้างมูลค่าจากปูแก่จับขายได้กิโลกรัมละ 100-150 บาท แต่พอนำมาแปรรูปเป็นน้ำปลา พร้อมบรรจุภัณฑ์ก็สามารถกำหนดราคาขายได้เองในราคาขวดละ 30-35 บาท ขนาด 200 มิลลิลิตร ได้ผลตอบรับจากลูกค้าดีมาก บางคนถึงกับยอมขับรถมาจากที่ไกลๆ เพื่อมาซื้อน้ำปลาปูนาของเราโดยเฉพาะ

การสร้างรายได้ ต้องยอมรับว่ารายได้ของที่ฟาร์มลดลงเนื่องด้วยสถานการณ์โควิด-19 จากเมื่อก่อนทำรายได้จากการเลี้ยงและแปรรูปปูนาไม่ต่ำกว่าเดือนละ 100,000 บาท ตอนนี้ลดลงเหลือเดือนละ 50,000-60,000 บาท แต่ก็ยังอยู่ได้แบบสบายๆ สินค้าสามารถขายออกได้เรื่อยๆ เพียงรอให้เศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัวเท่านั้น

**ฝากถึงเกษตรกรมือใหม่

การเลี้ยงและแปรรูปปูนา
ตลาดยังมีความต้องการสูง**

“จากประสบการณ์ส่วนตัวที่ได้คลุกคลีอยู่ในวงการนี้มานานสามารถบอกได้ว่าการเลี้ยงปูนาตลาดยังไปได้อีกไกล เพราะหากมองภาพรวมในประเทศไทยแล้วมีเพียงแค่ 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่เพาะเลี้ยงปูนาอย่างจริงจัง ผมจึงมองว่าตลาดยังไปได้อีกไกล เพราะว่าปูนาสามารถนำมาแปรรูปเป็นอาหารการกินได้หลากหลาย ยิ่งถ้าเป็นช่วงหน้าแล้งใครมีปูก็เหมือนมีทองเลยครับ” พี่หนึ่ง กล่าวทิ้งท้าย

สอบถามรายละเอียดการเลี้ยงและแปรรูปปูนาเพิ่มเติมได้ที่เบอร์โทร. 093-137-6916 หรือติดต่อผ่านช่องทางเฟซบุ๊ก : นิตยา ฟาร์มปูนา ยินดีให้คำปรึกษา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...