โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

ตะลึง ! "แผ่นดินไหวญี่ปุ่น" เคยส่งสัญญาณเตือนล่วงหน้ามาแล้ว 4 ปี ผู้เชี่ยวชาญชี้รอยเลื่อนในไทยเองก็มีความเสี่ยงเช่นกัน

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 06 ม.ค. 2567 เวลา 08.46 น.
ผู้เชี่ยวชาญด้านแผ่นดินไหวของไทยเผยว่าแท้จริงแล้ว นักวิทยาศาสตร์ญี่ปุ่นเคยพบสัญญาณเตือนว่าจะมีแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ที่ญี่ปุ่นช่วงปีใหม่ 2024 แต่ยังไม่ทันที่จะได้เตรียมการรับมือก็เกิดเหตุเสียก่อน พร้อมชี้ว่าปัจจัยสัญญาณเตือนที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่นก็มีในไทยเช่นกัน

เมื่อวันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 7.6 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 84 ราย และมีรายงานผู้สูญหายอีก 179 คน ภัยพิบัติในครั้งนี้ถึงแม้ว่ามนุษย์จะเตรียมการรับมืออย่างไร แต่ก็ไม่มีใครสามารถรู้ได้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใด ซึ่งในมุมมองของนักวิทยาแผ่นดินไหว (Seismologist) ระบุว่า เหตุการณ์แผ่นดินไหวญี่ปุ่นในปีใหม่ 2024 นี้มีสัญญาณเตือนมาก่อนแล้วล่วงหน้าถึง 4 ปี

ตะลึง ! แผ่นดินไหวญี่ปุ่น เคยส่งสัญญาณเตือนล่วงหน้ามาแล้ว 4 ปี ผู้เชี่ยวชาญของไทยชี้รอยเลื่อนในไทยเองก็มีความเสี่ยงเช่นกัน

ดร.สุทธิพงษ์ น้อยสกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านแผ่นดินไหววิทยา (Seismology) จากภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

แผ่นดินไหวญี่ปุ่นตอนปีใหม่เคยส่งสัญญาณเตือนล่วงหน้า 4 ปี

ดร.สุทธิพงษ์ น้อยสกุล ในฐานะนักวิทยาแผ่นดินไหว จากภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยกับ TNN Tech ว่า นักวิจัยด้านแผ่นดินไหวจากญี่ปุ่นค้นพบพฤติกรรมการเกิดแผ่นดินไหวที่เรียกว่า เอิร์ธเควก สวอร์ม (Earthquake Swarm) หรือการเกิดแผ่นดินไหวต่อเนื่องในพื้นที่บริเวณเดียวกันกับที่เกิดเหตุแผ่นดินไหวในช่วงปีใหม่ ตั้งแต่ปี 2020 หรือเมื่อ 4 ปีก่อน เป็นสัญญาณเตือนก่อนการเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่เมื่อปีใหม่ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ มีการค้นพบภายหลังว่า เหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.2 ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม ปี 2023 ที่ผ่านมา คือสัญญาณเตือนว่ารอยเลื่อนนี้สามารถสร้างแผ่นดินไหวที่มีความรุนแรงได้มากขึ้น แต่การค้นพบนี้ไม่สามารถนำไปสู่การวางแผนนโยบายสาธารณะได้ทันท่วงที “ตอนนั้นเราอาจจะยังไม่มีใครคิดว่า จะมีแผ่นดินไหว ที่ใหญ่ถึง 7.5 และสร้างความเสียหาย เมื่อตอนปีใหม่ที่ผ่านมา” ดร.สุทธิพงษ์กล่าว

จากจุดที่ไม่ค่อยมีแผ่นดินไหวกลายเป็นจุดเกิดแผ่นดินไหวใหญ่

พฤติกรรม Earthquake Swarm ที่เกิดขึ้นในบริเวณคาบสมุทรโนโตะ (Noto Pennisula) ทางนักวิทยาแผ่นดินไหวญี่ปุ่นพบว่าเกิดจากการที่ของเหลวที่แทรกตัวลงไปตามแนวรอยเลื่อน (Fault) ที่บริเวณใกล้ชายฝั่งทางฝั่งกรุงโตเกียว ได้ลอยตัวขึ้นมาแทรกในรอยต่อระหว่างเปลือกโลกในฝั่งคาบสมุทรโนโตะที่อยู่ซีกตะวันตกของเกาะฮอนชู (Honshu) หรือเกาะหลักของญี่ปุ่นแทน

ดร.สุทธิพงษ์อธิบายว่า ของเหลวที่เข้ามาแทรกตัวระหว่างรอยเลื่อนทำให้แรงเสียดทานระหว่าง 2 แผ่นเปลือกโลกนั้นลดลง ส่งผลให้แรงเค้น (Stress) หรือแรงบีบอัดระหว่างของแข็งที่มีอยู่ก่อนแล้ว สามารถสร้างการขยับตัวจนเป็นแผ่นดินไหวได้ ซึ่งต่างจากแผ่นดินไหวทั่วไปที่มีการสะสมแรงเค้นในปริมาณสูงก่อนเกิดการขยับ

ในงานวิจัยยังมีการพบอีกด้วยว่าของเหลวที่แทรกตัวเข้ามานั้นเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เกิด Earthquake Swarm หรือทำให้บริเวณดังกล่าวมีการเกิดแผ่นดินไหวต่อเนื่องมากขึ้น จากที่บริเวณดังกล่าวเคย “เงียบ” มาก่อนหน้าปี 2020 แต่กลับมามีรายงานแผ่นดินไหวต่อเนื่องจนถึงปีใหม่ที่เป็นข่าว

ประเทศไทยจะมีความเสี่ยงแผ่นดินไหวรุนแรงแบบในญี่ปุ่นหรือไม่

ดร.สุทธิพงษ์ยังให้ข้อมูลที่น่าสนใจอีกด้วยว่า ประเทศไทยมีรอยเลื่อนมีพลัง (Active fault) ที่สามารถสร้างแผ่นดินไหวขนาด 6 - 7 ได้ เช่นในพื้นที่รอยเลื่อนแม่ทาและรอยเลื่อนพะเยา ซึ่งเป็นข้อมูลจากกรมทรัพยากรธรณี เพราะในประเทศไทยก็เคยมีปรากฏการณ์ Earthquake Swarm เช่นเดียวกับเหตุการณ์ในญี่ปุ่น

แต่ทั้งนี้ การเกิด Earthquake Swarm ในไทยมีระยะเวลาการเกิดไม่นาน เมื่อเทียบกับญี่ปุ่นที่มีระยะเวลาการเกิดถึงเกือบ 4 ปี ดังนั้น ยังไม่สามารถด่วนสรุปได้ว่า Earthquake Swarm ในไทยเป็นสัญญาณเตือนล่วงหน้าแบบที่ญี่ปุ่นเผชิญจริงหรือไม่ อีกทั้งความพร้อมในการศึกษาของไทยนั้นยังเทียบกับญี่ปุ่นไม่ได้

“ต้องยอมรับว่า ขนาดญี่ปุ่นมีเครื่องวัดแผ่นดินไหวเป็นพันเครื่อง ข้อมูลละเอียดมาก แต่ก็ยังต้องใช้เวลา 3 - 4 ปี ถึงจะเข้าใจพฤติกรรม ทันทีที่เข้าใจ ก็ยังไม่ทันได้ออกกฎหมายหรือนโยบายที่เกี่ยวข้องก็เกิดแผ่นดินไหวใหญ่เสียก่อน” ดร.สุทธิพงษ์ กล่าวทิ้งท้ายกับ TNN Tech

ที่มารูปภาพ Reuters

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...