โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

มีเซิร์กตัวน้อยถูกแอบเลี้ยงไว้ในบ้านของท่านนายพล

นิยาย Dek-D

อัพเดต 10 ม.ค. 2567 เวลา 17.51 น. • เผยแพร่ 10 ม.ค. 2567 เวลา 17.51 น. • ดักแด้สีรุ้ง
ไป๋เหยียนซีเป็นกิเลนดำอายุ 2,000 ปีที่ชื่นชอบการอยู่ในร่างก้อนขนมากกว่าร่างกิเลนยักษ์ขนาดเท่าภูเขา 3 ลูก แต่ถึงจะเป็นก้อนขนเขาก็ชอบการกินสัตว์ตัวใหญ่มากเป็นที่สุด …แต่ทำไมปลาบินตัวนี้ทั้งแข็งและจืด?

ข้อมูลเบื้องต้น

ไป๋เหยียนซีเป็นกิเลนดำอายุ 2,000 ปีที่ชื่นชอบการอยู่ในร่างก้อนขนมากกว่าร่างกิเลนยักษ์ขนาดเท่าภูเขา 3 ลูก แต่ถึงจะเป็นก้อนขนตัวน้อยเขาก็ชื่นชอบการกินสัตว์ตัวใหญ่มากที่สุด…แต่ทำไมปลากระเบนบินได้ตัวนี้มันถึงได้ทั้งแข็งและจืดชืด?

"เอ่อ ท่านนายพลจะให้เราจัดการยังไงกับสิ่งมีชีวิตไม่ทราบเผ่าพันธุ์ที่กำลังแทะยานรบอยู่ดีครับ"

"ปล่อยไปก่อน"

"เอ่อ ครับ!"

นัยน์ตาสีฟ้าน้ำทะเลไม่ได้หันมองทหารที่เพิ่งเดินจากไป สายตาคมกริบจับจ้องไปยังก้อนขนสีดำมีเขาที่กำลังเคี้ยวยานรบของตนอยู่ด้วยสีหน้าครุ่นคิด แม้แต่สัตว์อวกาศระดับ 7 ยังสร้างรอยขีดข่วนให้ยานรบของเขาไม่ได้ แล้วสิ่งมีชีวิตตัวน้อยนี่ทำได้ยังไงกัน นอกเสียจากว่า…

"…หรือจะเป็นลูกเซิร์ก?"

…..

ในยามค่ำคืนเวลา 03:00 ของเขตดาวแคปิทัลเครือข่ายออนไลน์ทั้งหมดกำลังลุกเป็นไฟราวกับถูกเพลิงผลาญ!

รูดี้เชอร์รี่ : เอ๊ะ นายพลลูเธอร์กำลังเปิดไลฟ์สตรีม!?

แม่มดแห่งขุนเขา : นั่น!! แม้แต่ใบหน้าตอนหลับของท่านนายพลก็ยังหล่อเหลาไร้ที่ติ สมแล้วที่เป็นสมบัติแห่งสหพันธ์!!

กระต่ายเพลิง : แต่เดี๋ยวนะ ถ้านายพลลูเธอร์กำลังหลับ แล้วใครเป็นคนเปิดไลฟ์สตรีม…

ผู้ใช้งาน 97651 : เอ๊ะ!!?

ผู้ใช้งาน 86611 : เอ๊ะ!!?

ผู้ใช้งาน….. : เอ๊ะ!!!?

ผู้คนในโลกออนไลน์กำลังตกตะลึงกับการไลฟ์สตรีมครั้งแรกของนายพลที่ถูกเรียกว่าสมบัติแห่งสหพันธ์ ซ้ำมันยังเป็นการไลฟ์สตรีมขณะที่เจ้าตัวกำลังนอนหลับ! แม้แต่คนที่จมดิ่งสู่ห้วงนิทราไปแล้วก็ยังถูกกระชากปลุกขึ้นมาเพื่อชมภาพยามหลับใหลของนายพลหนุ่มในครั้งนี้

พวกเขาเอาแต่จดจ่ออยู่กับใบหน้าคมสันจนไม่มีใครทันได้สังเกตการปรากฏตัวของดวงตาสีอำพันคู่หนึ่งตรงมุมล่างของจอ ใบหูกลมมนสีดำที่อยู่ติดกับเขาม้วนงอน่ารักกระดิกไปมา ขณะเดียวกันอุ้งเท้านุ่มก็ปัดป่ายพยายามสัมผัสข้อความที่ไหลหลั่งราวกับเขื่อนแตก

"อื้อ…เหยียนเหยียนทำอะไร?"

"อ๋าว?" ตื่นแล้วเหรอ?

น้ำเสียงทุ้มต่ำติดแหบพร่าดังมาจากร่างของคนที่ควรจะหลับ แต่ทว่าบัดนี้ดวงตาที่เคยปิดสนิทกลับเปิดปรือให้เห็นนัยน์ตาสีฟ้าครามราวกับห้วงมหาสมุทร เป็นภาพที่ยิ่งทำให้สติของคนในไลฟ์แตกกระเจิงเสียยิ่งกว่าเก่า!

แต่ทันทีที่สายตาของพวกเขามองตามมือหนาที่ยื่นคว้าจับบางอย่างเข้ามากอดซุกแนบกายหัวใจของผู้คนในสหพันธ์ดวงดาวก็แทบจะหยุดเต้น

รูปลักษณ์แบบนั้นไม่ใช่ว่า…

….. : เซิร์ก!!!?

นิยายเรื่องนี้ถูกเขียนขึ้นจากจินตนาการ มีหลายส่วนที่ไม่ตรงตามหลักวิทยาศาสตร์และบรรทัดฐานความเป็นจริง โปรดใช้วิจารณญาณ ????❤️

ฝากนิยายเรื่องใหม่ด้วยนะครับบบ

#ลูกเซิร์กของท่านนายพล

เซิร์กแรก

"อ๋าว"

แสงแดดยามบ่ายส่องกระทบร่างสีดำปุกปุยที่นอนอ้าปากหาวอยู่บนพื้นหญ้าเขียวขจี เขาคู่สีเทาอ่อนของมันสะท้อนแสงอาทิตย์เป็นประกายเงางาม เส้นขนสีดำสั่นไหวตามกระแสลมที่พัดผ่าน วันนี้ก็เป็นอีกวันที่ไป๋เหยียนซีรู้สึกช่างมีความสุข!

ตั้งแต่เหตุการณ์ดาวโลกระเบิดเมื่อ 1,000 ปีก่อน ทุกชีวิตต่างก็หนีออกมาเพื่อเอาชีวิตรอด ไม่เว้นแม้แต่ตัวของไป๋เหยียนซีเองก็เช่นกัน เขาใช้ร่างกิเลนดำขนาดมหึมาวิ่งเหยียบอากาศออกมาสู่นอกโลก โดยเบื้องหลังคือภาพของดาวเคราะห์สีฟ้าที่จวนเจียนกำลังจะระเบิด ขณะเดียวกันนั้นก็มียานหลายร้อยลำพุ่งทะยานหนีออกมาด้วยเช่นกัน

ใช้เวลาหลายปี ในที่สุดเขาก็มาเจอเข้ากับดาวเคราะห์ดวงหนึ่งที่มีขนาดเท่ากับเกาะขนาดเล็ก แต่เมื่อกาลเวลาผันผ่านไปจากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี จนผ่านไปนับ 1,000 ปี ดาวเคราะห์ดวงน้อยในวันนั้นก็เติบโตจนมีขนาดใหญ่เทียบเท่าครึ่งหนึ่งของดาวโลกในอดีต

กระบวนการทั้งหมดนั้นไป๋เหยียนซีเองก็ไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร นั่นก็เพราะตัวเขาจำศีลมาตลอด 1,000 ปี เหยียนซีเพิ่งจะตื่นขึ้นมาเมื่อหนึ่งอาทิตย์ก่อนเพียงเท่านั้น! แต่ถึงอย่างนั้นกิเลนตัวน้อยที่อยู่ในร่างอ้วนกลมก็ไม่ได้สนใจ อากาศที่นี่ดีมาก แถมยังมีปราณบริสุทธิ์เสียยิ่งกว่าดาวโลกให้เขาดูดซับ และที่สำคัญที่นี่ยังมีสัตว์ตัวอ้วนแสนอร่อยให้กินอยู่ทุกวัน!

ฟุดฟิด~

จมูกเล็ก ๆ สีดำขยับเคลื่อนไหว ดวงตาสีอำพันที่ปิดปรืออย่างเกียจคร้านพลันเบิกกว้างกลมโตอย่างตื่นเต้น กิเลนตัวน้อยส่ายก้นของมันขณะพาตัวเองถอยร่นไปด้านหลัง สายตาจับจ้องไปยังหมูป่าหกเขากลิ่นหอมที่เดินเข้ามาอย่างไม่ระวังตัว

มันคือหมูป่าอวกาศระดับ 3 มีความอันตรายเทียบเท่าภัยธรรมชาติที่สามารถกวาดล้างเมืองใหญ่ 3 เมืองให้หายไปได้ในพริบตา เขาหนาทั้งหกของมันกระแทกโค่นต้นไม้ขนาดใหญ่ออกไปทั้งต้น ก่อนที่มันจะก้มลงกัดกินรากไม้เนื้ออ่อนที่ฝังอยู่ใต้ดินอย่างตะกละตะกลาม

การกระทำทั้งหมดอยู่ภายใต้การจับจ้องของกิเลนตัวน้อยที่ฝังอำพรางตัวอยู่ในพุ่มหญ้า และในจังหวะที่หมูป่าอวกาศระดับ 3 ไม่ทันตั้งตัว ร่างสีดำก็พุ่งออกไปตวัดกรงเล็บปาดเข้าที่ลำคอของมันในฉับเดียว! เลือดสีม่วงคล้ำสาดทะลักออกมาจากเส้นเลือดที่ถูกฉีกออก ก่อนจะตามมาด้วยเสียงของร่างใหญ่ล้มตึงกระแทกพื้น

กระบวนการทั้งหมดเกิดขึ้นโดยที่สัตว์อวกาศระดับ 3 ไม่ทันได้ส่งเสียงร้องออกมาเสียด้วยซ้ำ! ไป๋เหยียนซีก้มลงใช้ลิ้นสีชมพูเล็ก ๆ ไล้เลียทำความสะอาดกรงเล็บของตน เมื่อรสชาติหอมหวานของเลือดสัตว์อวกาศแตะโดนปลายลิ้น เขาก็ส่งเสียงครางออกมาอย่างมีความสุข

เมื่อเลียจนเล็บสะอาดดี เขาก็เริ่มก้มลงไล้เลียฉีกเนื้อออกมากินทีละคำ ในระหว่างนี้ตัวของเหยียนซีก็โยกไปมาพร้อมดวงตาหลับพริ้มอย่างมีความสุข เนื้อสัตว์พวกนี้มีรสชาติที่ดีเสียยิ่งกว่าครั้งที่เขาอยู่บนดาวโลกเสียอีก!

"อ๋าว" หมดเสียแล้ว…

ใบหูเล็ก ๆ ใต้เขาสีเทาสั่นกระดิกไปมาอย่างขัดใจ เผลอแป๊บเดียวหมูป่าตัวใหญ่ก็เหลือเพียงชิ้นกระดูก! แน่นอนว่าไป๋เหยียนซีไม่กินกระดูก เพราะมันมีรสชาติจืดชืดไม่อร่อย ถึงจะเป็นปีศาจแต่ไป๋เหยียนซีก็เป็นปีศาจที่เลือกกินแค่ของอร่อยเท่านั้น!

อุ้งเท้าเล็ก ๆ ที่มีขนสีดำปกคลุมยกขึ้นตบพื้นดินปุ ๆ ในจุดที่เขาเพิ่งจะฝังกลบชิ้นส่วนกระดูกลงไป การทำแบบนี้ก็เพื่อการแลกเปลี่ยนพลังงานปราณคืนกลับสู่ธรรมชาติ เพื่อที่ตัวของเขาจะได้ดูดซับพลังงานปราณบริสุทธิ์ต่อไปในอนาคต การกระทำเหล่านี้ได้รับการสั่งสอนมาจากเต่าดำที่สั่งสมคลังความรู้เอาไว้นานหลายร้อยชั่วอายุคน

แต่จะว่าไปไป๋เหยียนซีก็คิดถึงลุงเต่าอยู่เหมือนกัน รวมทั้งคนอื่น ๆ ก็ด้วย ตั้งแต่เขาหนีออกมาก็ไม่ได้เจอกับใครอีกเลย แต่เขารู้ว่าคนอื่น ๆ ก็คงกำลังใช้ชีวิตอยู่ที่ไหนสักที่ในจักรวาลอันกว้างใหญ่แห่งนี้นั่นแหละ หวังว่าคนอื่น ๆ จะพบดาวที่มีปราณเข้มข้นอย่างเขาก็แล้วกัน

หลังจากแวะดื่มน้ำตรงลำธารสายเล็กเสร็จ ก้อนขนสีดำก็กลับมานอนแผ่หลาบนทุ่งหญ้าที่กำลังโบกพัดปลิวไสวเช่นเดิม ดวงตาสีอำพันจ้องอุ้งเท้าคล้ายผลมังคุดของตนที่ชูขึ้นมาในอากาศด้วยความเพลิดเพลิน ช่างเป็นอุ้งเท้าที่น่าเกรงขามและทรงพลัง! แต่ในขณะนั้นเองที่จู่ ๆ หางตาของไป๋เหยียนซีก็เห็นวัตถุทรงกลมขนาดใหญ่บินผ่านอุ้งเท้าของตนไป

"อ๋าว!?" ปลากระเบนตัวใหญ่!?

ปีศาจกิเลนที่นอนหงายท้องโชว์พุงกลมมนของตนพลันขยับลุกขึ้น ดวงตานักล่าเปล่งประกายจับจ้องไปทางปลากระเบนสีทองที่ค่อย ๆ บินไปเกาะที่พื้นหญ้าอีกฝั่งหนึ่ง พุงน้อย ๆ ที่เพิ่งเขมือบหมูอวกาศระดับ 3 ไปเมื่อครู่สั่นร้องอย่างหิวกระหายอีกครั้ง เขาจะกินปลากระเบนตัวใหญ่นั่น!

…..

ดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลเหลือบมองออกไปนอกยานผ่านหน้าต่างกระจกหนาบานเล็กในห้องส่วนตัว ในขณะเดียวกันร่างสูงก็หยิบถุงมือสีดำบนโต๊ะขึ้นมาสวมเข้าคู่กับชุดบอดี้สูตที่มีประสิทธิภาพการป้องกันระดับสูง

บานประตูเหล็กที่มีเส้นสายพลังสีฟ้าไหลผ่านเปิดออกอย่างไร้เสียงเมื่อร่างสูงในชุดป้องกันเดินเข้าไปในระยะ เมื่อร่างของชายหนุ่มเดินออกมาถึงส่วนกลางของยานก็พบกับทหาร 5 นายในชุดป้องกันเช่นเดียวกับเขายืนรออยู่ก่อนแล้ว

"สำรวจสิ่งมีชีวิตบนดาวดวงนี้ทั้งหมดไม่ว่าพืชหรือสัตว์ แล้วอย่าลืมหลีกเลี่ยงการปะทะด้วย"

"ครับ!"

ทหารหน่วย A601S รับคำอย่างพร้อมเพรียงก่อนจะเดินออกไปจากยานรบด้วยอาวุธครบมือ ถึงแม้ท่านนายพลจะบอกให้หลีกเลี่ยงการปะทะแต่นั่นไม่ได้หมายความว่าจะให้พวกเขาลดการระวังภัยลง โดยเฉพาะเมื่อต้องเผชิญหน้ากับดาวที่ไม่มีข้อมูลอยู่ในมือแบบนี้ด้วยแล้ว การระวังภัยยิ่งถูกยกระดับให้สูงขึ้น แม้ดาวดวงนี้จะถูกประเมินว่ามีระดับความอันตรายแค่ระดับ 4 ก็ตาม

สำหรับทหารหน่วย A01S ความอันตรายระดับนี้ถือว่าเป็นความยากในระดับเด็กเล่น แต่ต้องรู้ก่อนว่ามนุษย์ส่วนใหญ่ในสหพันธ์ดวงดาวสามารถใช้ชีวิตได้แค่ดวงดาวระดับ 1 หรือต่ำกว่าเท่านั้น ส่วนดวงดาวที่มีระดับความอันตรายตั้งแต่ 2 ขึ้นไป ถือว่าเข้าขั้นอันตรายต่อประชากรทั่วไป

ลูเธอร์ เอส สมิธ ผู้นำของกลุ่มสำรวจในตอนนี้ไม่ได้พาตัวเองออกนอกยานในทันที ฝ่ามือหนาในถุงมือป้องกันยกขึ้นมากลางอากาศก่อนจะปรากฏหน้าจอสีฟ้าโปร่งแสงขึ้นมา ข้อมูลของดาวดวงนี้สะท้อนเข้าสู่นัยน์ตาคมดุสีฟ้าคราม นอกจากเป็นดาวที่มีไอพลังเวทเข้มข้น ข้อมูลส่วนใหญ่ยังเป็นสัญลักษณ์เครื่องหมายคำถาม อันแปลว่าข้อมูลในส่วนนั้นยังไม่ได้รับการยืนยัน ซึ่งหน้าที่ของเขาก็คือหาข้อมูลพวกนั้นมาเติมให้เต็ม

ดวงเคราะห์ขนาดเล็กดวงนี้อยู่สุดขอบของอาณาเขตสหพันธ์ดวงดาว เป็นดาวตกสำรวจที่ยังไม่มีใครมาตรวจสอบ แต่เมื่อตอนนี้มันถูกตรวจพบแล้ว การสำรวจจึงถูกทำเป็นลำดับถัดมา และด้วยเพราะความหนาแน่นของไอพลังเวทที่สูงเทียบเท่าดาวแคปิทัล ทำให้การสำรวจดาวดวงนี้ค่อนข้างเป็นที่จับตามองของกลุ่มระดับสูงของสหพันธ์ดวงดาวไม่น้อย นายพลลูเธอร์ เอส สมิธที่มีอำนาจทางการทหารระดับสูงจึงได้เป็นผู้นำการสำรวจในครั้งนี้

แต่ถึงแม้จะเป็นดาวที่คนใหญ่คนโตจับตามอง แต่มันไม่ได้เป็นดาวขนาดใหญ่และมีระดับความอันตรายที่สูงอะไรมาก ดังนั้นใช้แค่คนฝีมือดีเพียง 5 คนก็เพียงพอแล้ว…นั่นคือสิ่งที่ลูเธอร์คิดในทีแรก แต่เขานึกไม่ถึงว่าในดาวเคราะห์แห่งนี้จะมีบางอย่างหลบซ่อนอยู่ด้วย

ข้อมูลในส่วนที่ยังขาดถูกจดจำเอาไว้ทั้งหมด ก่อนที่นิ้วสวมถุงมือหนาจะปัดออกปิดการทำงานของหน้าจอโปร่งแสง ตามมาด้วยร่างสูงที่เดินลงจากยานรบด้วยท่วงท่ามั่นคงปราศจากอาวุธในมือ แต่ทว่ากลิ่นอายพลังที่ปลดปล่อยออกมาจากร่างก็สูงพอให้สัตว์อวกาศต่างหลบหนีแฝงเน้นกายเข้าสู่เงามืดไม่กล้าเข้าใกล้

แต่เหมือนว่าจะมีสัตว์ตัวน้อยตัวหนึ่งที่ไม่ได้รับรู้ถึงกลิ่นอายพลังนั้นเลย กิเลนขนฟูกระโดดผ่านเนินดินลุ่ม ๆ ดอน ๆ มุ่งหน้ามาอย่างร่าเริง สายตาสีอำพันของมันจับจ้องอยู่เพียงแค่ปลากระเบนสีทองตัวใหญ่เท่านั้น ไม่ได้เหลือบมองมนุษย์ในชุดสีดำที่เพิ่งจะเดินออกมาจากทางนั้นเลยแม้แต่เลย

เมื่อวิ่งเข้ามาถึงระยะลอบโจมตีความเร็วที่วิ่งมาก็เริ่มลดลง ปิศาจกิเลนขนาดเท่าลูกบอลหมอบคลานใช้หญ้าสูงอำพรางกาย ก้นของมันส่ายไปมาในขณะเคลื่อนไปด้านหน้าอย่างเชื่องช้า อุ้งเท้าสองข้างค่อย ๆ แหวกพุ่มหญ้าเพื่อที่จะโผล่หัวออกมาสำรวจได้ถนัด เมื่อเห็นว่าเป้าหมายตัวใหญ่ยังคงนิ่งใบหูกลมมนขนาดเล็กจิ๋วสีดำก็ชี้ขึ้นอย่างตื่นเต้น!

โดยที่ไม่รู้เลยว่าท่าทางแบบนั้นถูกจับจ้องด้วยสายตาคมดุคู่หนึ่งอยู่ตลอดเวลา ลูเธอร์ขมวดคิ้วเล็กน้อยพยายามจับคู่สัตว์เบื้องหน้าเข้ากับข้อมูลที่เขามีว่ามันคือตัวอะไรกันแน่ แต่ก็พบเพียงแต่ความว่างเปล่าเท่านั้น เหมือนว่ามันจะเป็นสัตว์อวกาศสายพันธุ์ใหม่ที่ยังไม่ถูกค้นพบ? และเมื่อเป็นแบบนั้นสายตาที่จับจ้องอยู่ที่มันก็พลันมีแววจริงจังมากขึ้นหนึ่งส่วน เขากำลังรอดูว่ามันกำลังจะทำอะไรต่อไป

แต่ร่างสูงไม่ได้คาดหวังว่าในวินาทีต่อมาเจ้าตัวเล็กสีดำจะพุ่งเข้าใส่ยานรบของเขาด้วยความรวดเร็วที่แม้แต่เขาก็เกือบมองตามไม่ทัน! กรงเล็บแหลมคมบริเวณปลายนิ้วส่องประกายก่อนจะตัดฉับลงไปบนผิวเกราะของยานรบ รุ่น S78001ฉับเดียวฝากรอยตัดคมกริบกดลึกทิ้งเอาไว้ 5 รอยอย่างง่ายดาย!

ลูเธอร์หรี่ตามอง เขาเห็นชัดเจนว่ากรงเล็บของเจ้าตัวเล็กที่ถึงแม้จะดูคล้ายการโจมตีกายภาพ แต่ความเป็นจริงมันกลับถูกห่อหุ้มเอาไว้ด้วยพลังเวทเข้มข้น เป็นสัตว์อวกาศที่สามารถใช้เวทมนตร์ได้?

ลูเธอร์ติดอยู่ในความคิดของตัวเองจนไม่ทันได้สังเกตว่าตอนนี้ทหารภายใต้บังคับบัญชาของตนได้ทยอยกลับมาแล้ว และสีหน้าของแต่ละคนตอนนี้ซีดเผือดอย่างตื่นตะลึง ไม่เหลือภาพของหน่วยรบอันดับหนึ่งของกองกำลังแคปิทัลอีกต่อไป

มาร์โคมองท่านนายพลลูเธอร์สลับกับจ้องมองสัตว์มีเขาขนาดเล็กตัวสีดำมะเมื่อมที่กำลังกัดกินยานรบอยู่อย่างตะกละตะกลาม

"เอ่อ ท่านนายพลจะให้เราจัดการยังไงกับสิ่งมีชีวิตไม่ทราบเผ่าพันธุ์ที่กำลังแทะยานรบอยู่ดีครับ"

"ปล่อยไปก่อน"

"เอ่อ ครับ!" มาร์โครับคำอย่างหนักแน่นก่อนจะวิ่งไปรวมตัวกับเพื่อนด้านหลังที่มีสีหน้าไม่ต่างกัน แต่ละคนกระชับอาวุธปืนเอาไว้แน่น หากได้รับคำสั่งสิ่งมีชีวิตตัวจ้อยเบื้องหน้าจะถูกเป่ากระจุยในทันที

นัยน์ตาสีฟ้าน้ำทะเลของลูเธอร์ไม่ได้หันมองทหารที่เพิ่งเดินจากไป สายตาคมกริบจับจ้องไปยังก้อนขนสีดำที่กำลังเคี้ยวยานรบของตนอยู่ด้วยสีหน้าครุ่นคิด แม้แต่สัตว์อวกาศระดับ 7 ยังสร้างรอยขีดข่วนให้ยานรบของเขาไม่ได้ แล้วสิ่งมีชีวิตตัวน้อยนี่ทำได้ยังไง? นอกเสียจากว่า…

"…หรือมันจะเป็นลูกเซิร์ก?"

"อ๋าว!" ไม่เห็นจะอร่อยเลย!

สวัสดีน้าาา วันนี้เรามาเปิดเรื่องใหม่ครับ ฝากด้วยน้า

#ลูกเซิร์กของท่านนายพล

เซิร์กที่สอง

ตุบ!

เจ้าตัวน้อยขนปุยที่ถูกเข้าใจว่าเป็นลูกเซิร์กค่อย ๆ หล่นตุ้บลงบนพื้นหญ้า ปากเล็กจิ๋วของมันยังคงคาบเศษชิ้นส่วนผนังเกราะของยานรบเอาไว้แน่น เมื่อมองเลยไปที่ตัวยานจะเห็นสายไฟระโยงระยางถูกฉีกโผล่ออกมาพร้อมกระแสไฟที่ปะทุประกายอย่างน่ากลัว แต่ไม่นานตัวยานก็ค่อย ๆ ซ่อมแซมตัวเองโดยการผลิตเมือกสีดำออกมาคลุมทับจุดที่เสียหายเอาไว้แล้วแข็งตัวกลายเป็นผิวชั้นนอกของยานแทน

ไป๋เหยียนซีจ้องไปยังแผลของปลากระเบนที่สมานรักษาตัวเองได้ในเวลาไม่นาน ดวงตาสีอำพันปรากฏแววเสียดายออกมาอย่างไม่ปกปิด มีพลังปราณสูงขนาดนี้แต่รสชาติกลับแย่มาก นี่คงเป็นเหตุผลที่มันตัวโตได้ขนาดนี้โดยที่ไม่ถูกจับกินไปเสียก่อน เพราะรสชาติของมันเหมือนกระดาษจืด ๆ นี่เอง!

เศษเหล็กในปากถูกคายทิ้งก่อนที่กิเลนตัวน้อยจะลุกขึ้นสะบัดขนของตัวเองไปมา ก่อนจะเดินหายไปอีกทางอย่างหมดความสนใจในตัวของปลาตัวยักษ์ แต่เป็นในตอนนั้นเองที่หางตาของเขาเหลือบไปเห็นมนุษย์กลุ่มหนึ่งกำลังจับจ้องมาทางตน

"…?" มนุษย์พวกนี้มาได้ยังไง?

เขาหรี่ตามองอย่างจับผิดไปทางไอพลังปราณที่ปลดปล่อยออกมาจากร่างกายของมนุษย์กลุ่มนั้น นานเท่าไหร่แล้วที่เหยียนซีไม่พบเจอมนุษย์ที่มีพลังบำเพ็ญปราณแบบนี้ ครั้งสุดท้ายที่เจอก็คงเป็นเมื่อเกือบ 2,000 ปีก่อน ในตอนที่เขายังเป็นแค่กิเลนตัวน้อยวัยทารกเท่านั้น

โดยเฉพาะมนุษย์ร่างกายสูงใหญ่เรือนผมสีทองสว่างที่ยืนมองมาทางเขานิ่ง พลังปราณที่ออกมาจากชายคนนี้ดูรุนแรงและทรงพลังแถมยังดูคุ้นเคยอย่างแปลกประหลาด แต่ถึงอย่างนั้นไม่นานไป๋เหยียนซีก็ละความสนใจออกจากกลุ่มมนุษย์ที่ปรากฏตัวออกมาอย่างกะทันหันพวกนี้ เขาหันหลังเตรียมจะเดินกลับไปยังอาณาเขตทุ่งหญ้าของตน

แต่ในตอนนั้นเองที่ไป๋เหยียนซีสัมผัสได้ถึงภัยคุกคามจากทางด้านหลัง กิเลนน้อยกระโดดขวับออกมาจากจุดที่ตนยืนอยู่เมื่อครู่ เมื่อหันกลับไปมองก็เห็นว่าเป็นชายเรือนผมสีทองคนนั้นที่มือค้างอยู่ในท่าจับอากาศ หมอนี่คิดจะจับเขา!? คิดได้ดังนั้นบรรยากาศที่อัดแน่นไปด้วยภัยคุกคามก็ถูกปลดปล่อยออกมาจากร่างของสัตว์สีดำตัวน้อย

ลูเธอร์มองออร่าสีทองที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากลูกสัตว์ตรงหน้าด้วยสีหน้าแปลกใจ ในตอนแรกเขายังลังเลว่ามันจะใช่ลูกของเซิร์กจริงหรือไม่ ด้วยปกติสัญชาตญาณของเผ่าเซิร์กนั้นดุร้ายเต็มไปด้วยรังสีฆ่าฟัน แต่เพราะก่อนหน้านี้เขาสัมผัสไม่ได้ถึงภัยคุกคามจากเจ้าตัวเล็กนี่เลย เขาจึงไขว้เขวอยู่บ้าง แต่เหมือนว่าตอนนี้มันค่อนข้างเป็นไปได้สูง…

เซิร์กคือสัตว์อวกาศที่น่ากลัวที่สุดสำหรับสหพันธ์ดวงดาว มันมีร่างกายที่ไม่ปรากฏเป็นรูปลักษณ์ที่แน่นอน แต่ส่วนใหญ่ร่างกายของมันมักจะเป็นสีดำสนิท มีรูปกายผิดแปลกไปจากสัตว์อวกาศทั่วไปที่คนรู้จักพร้อมด้วยเขาหนึ่งคู่ที่มีรูปแบบแตกต่างกันออกไป ถิ่นที่อยู่ของมันก็ไม่แน่นอนเช่นกัน เรียกได้ว่าการมีอยู่ของเซิร์กแทบจะเป็นปริศนาทั้งหมด สิ่งเดียวที่รู้คือพวกมันดุร้ายและมีพลังเวทที่สูงมาก และหากว่าสัตว์อวกาศตรงหน้าของเขาเป็นลูกเซิร์กขึ้นมาจริง ๆ มันก็ควรค่าแก่การนำกลับไปศึกษา

"ฉันไม่ได้จะทำอะไร"

ลูเธอร์ยกมือขึ้นทั้งสองข้างทั้งยังลดออร่าพลังเวทรอบกายลงเพื่อแสดงความเป็นมิตร เขาอยากจับลูกสัตว์ตรงหน้ากลับไปโดยที่มันมีสภาพสมบูรณ์ที่สุด

"อ๋าว!" โกหก!

ใบหน้าของลูกสัตว์ยับยู่ลงอย่างเห็นได้ชัด มันเชิดหน้าขึ้นพร้อมกดตาลงต่ำมองมาทางเขาราวกับลูกสัตว์ที่ไม่เชื่อใจใครโดยง่าย ซึ่งมันเป็นท่าทางที่ตลกมากสำหรับลูเธอร์…เหมือนว่ามันจะไม่เชื่อแฮะ

เมื่อเห็นพลังปราณที่ห่อหุ้มมนุษย์ตรงหน้าเบาบางลงจนแทบจะหายไปทั้งหมดไป๋เหยียนซีก็สะบัดก้นกลับหลังจากไปอย่างไม่สนใจ ในใจคิดว่าคงเพราะมนุษย์คนนี้กลัวพลังของเขาเลยล้มเลิกความคิดที่จะต่อสู้ แม้เขาจะรักสงบแต่พลังต่อสู้ของเขาก็ไม่น้อยหรอกนะ แม้แต่สัตว์เทพทั้ง 3 ยังกล่าวชมเขาไม่หยุดเชียวล่ะ!

"ให้ตามไปไหมครับ"

"ไม่ต้อง"

ลูเธอร์ตอบกลับทั้งที่ยังไม่ละสายตาไปจากสัตว์ตัวน้อย เขาไม่เคยเจอลูกเซิร์กวัยทารกมาก่อน ดังนั้นลูเธอร์เองก็ไม่มั่นใจว่าท่าทางไร้เดียงสาและไร้ความระวังภัยแบบนี้มันเป็นปกติของลูกเซิร์กวัยนี้หรือไม่…คงต้องจับตาดูมันไปก่อนสักระยะ

"กางม่านพลังงาน 10 เมตรรอบยาน เราจะอยู่สำรวจต่อ"

"เอ่อ ครับ"

แม้จะสับสนเพราะกำหนดการเดิมของพวกเขาคือใช้เวลาให้น้อยที่สุดในการสำรวจดาวเคราะห์ดวงนี้ ซึ่งมันควรจะใช้เวลาไม่ถึง 3 ชั่วโมง แต่อย่างไรก็ตามนายทหารที่ได้รับคำสั่งก็ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เดาว่าที่แผนเปลี่ยนกะทันหันแบบนี้คงไม่พ้นเป็นเพราะสิ่งมีชีวิตไม่ทราบชื่อรูปลักษณ์คล้ายเผ่าเซิร์กที่สามารถกัดยานรบจนแหว่งเว้าได้ตัวนั้น

…..

ตุบ

กวางใยไหมระดับ 1 ที่มีเส้นขนนุ่มฟูคล้ายรังไหมถูกวางลงบนพื้น เพราะกำหนดการเดิมใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงพวกเขาจึงไม่ได้นำอาหารติดยานมาด้วย ก็เลยต้องล่าสัตว์อวกาศบนดาวดวงนี้มารับประทานอย่างเลี่ยงไม่ได้

อาหารที่ทำก็ไม่มีอะไรยุ่งยาก พวกเขาแค่นั่งล้อมวงกัน แล้วหั่นเนื้อเป็นชิ้นโรยเกลือและสมุนไพรแล้วนำมาย่างเหนือไฟก็เท่านั้น ลูเธอร์เองก็นั่งรวมอยู่ด้วยไม่ได้แยกออกไปแต่อย่างใด ความจริงแล้วคนพวกนี้ก็เป็นเพื่อนร่วมรุ่นที่จบมาจากสถานศึกษามาเดียวกันกับเขา แม้จะเห็นว่าพวกนี้สงบเสงี่ยมอยู่ภายใต้คำสั่งแต่เมื่อออกจากการทำภารกิจก็ไม่ต่างไปจากคนบ้ากวนประสาทก็เท่านั้น

ดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลมองเปลวไฟสีส้มที่วูบไหวไปมา แต่ความสนใจทั้งหมดของลูเธอร์กลับอยู่ที่สิ่งมีชีวิตตัวน้อยที่กำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้อย่างไร้เสียงนั่นต่างหาก

"พวกนายคิดว่ามันคือตัวอะไร"

"หืม ท่านนายพลไม่รู้จักกวางใยไหม? โอ๊ย! ทำอะไรของแกเอกัส!"

คนที่ถูกเรียกว่าเอกัสลดมือข้างที่ประทับลงบนศีรษะของอีกฝ่ายลง ก่อนจะเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงติดจะรำคาญ "อย่าโง่"

กฤษณ์บ่นอุบอิบก่อนจะค้อนสายตาไปทางเอกัส พวกชอบใช้ความรุนแรงมีสิทธิ์อะไรมาบอกว่าเขาโง่กัน!?

"ถ้านายพลหมายถึงสัตว์อวกาศที่กำลังเข้ามาใกล้ บางทีมันอาจจะเป็น…"

"เป็น?"

"เป็นลูกแมวมีเขา"

ไอเดนตอบด้วยสีหน้าตายด้านขณะกัดลงบนเนื้อกวางหอมหอมกรุ่นที่เนื้อนุ่มจนแทบละลายในปาก คิ้วที่เลิกขึ้นอย่างสนใจของลูเธอร์ในทีแรกพลันขมวดเข้าหากัน

"…" ลูเธอร์

"ไร้สาระ" เอกัส

"ทำไม? ขนของมันดูนุ่มมาก อาจจะใช่ก็ได้"

"ขนนุ่มไม่ได้แปลว่าจะเป็นแมว"

"เป็นหมามีเขาเหรอ?"

"เฮ้อ"

ลูเธอร์ไม่ได้สนใจไอเดนและเอกัสที่กำลังถกเถียงกันอย่างไม่จริงจังอีกต่อไป สายตาของเขาละออกไปทางพุ่มไม้ที่สั่นไหวเล็กน้อยจนแทบมองไม่เห็น แสงสีส้มยามสนธยาส่องทะลุผ่านแมกไม้สะท้อนกับใบหูสั้นกลมมนและเขาเล็กจิ๋วอีกหนึ่งคู่ ทั้งที่ในอาณาเขต 10 เมตรรอบยานไม่ควรมีสัตว์อวกาศระดับต่ำกว่า 7 ฝ่าเข้ามาได้ แต่เหมือนว่ามันจะไม่มีผลกับเจ้าตัวน้อยนี่เลย

ทหารทั้ง 6 สัมผัสได้ถึงการมาของมันแล้วตั้งแต่แรก แม้ว่ามันจะซ่อนตัวได้เก่งมากจนแทบจับสัมผัสไม่ได้ แต่ด้วยประสบการณ์ในสนามรบและการฝึกที่เข้มงวดทำให้พวกเขาสามารถรับรู้การมาของไป๋เหยียนซีได้ แม้ดูภายนอกเหมือนว่าพวกเขาไม่ได้ให้ความสนใจมัน แต่ความจริงแล้วพวกเขาเปิดประสาทสัมผัสและตื่นตัวอยู่เต็มที่ หากมันเข้าโจมตีพวกเขาก็พร้อมรับมือทันที

ลูเธอร์เองก็เพิ่มความระมัดระวังเช่นกัน แม้เขาจะอยากได้มันกลับไปศึกษาอย่างไร้รอยขีดข่วน แต่ถ้าหากมันดุร้ายเหมือนพวกเซิร์กโตเต็มวัยก็คงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำแบบนั้นได้ จากตอนแรกที่ลูเธอร์คิดจะแอบไปสำรวจมันกลับกลายเป็นว่าตอนนี้เขาตกเป็นฝ่ายที่ถูกสำรวจแทนเสียเองแล้ว

ไป๋เหยียนซีหรี่ตามองกลุ่มมนุษย์ที่กำลังกินกวางย่างกลิ่นหอม จมูกเล็กจิ๋วขยับฟุดฟิดแทบจะตลอดเวลา กลิ่นหอมของเครื่องปรุงที่ไม่ได้ลิ้มรสชาติมานานตีขึ้นจมูก เขาเองก็อยากกินด้วย!

ในจังหวะที่ไป๋เหยียนซีคิดว่าไม่มีใครทันระวังตัว ร่างสีดำก็พุ่งออกมาจากจุดหลบซ่อน มุ่งหน้าไปทางชิ้นเนื้อที่ตนหมายตาเอาไว้!

เคล้ง!!

กรงเล็บแหลมคมตะปบเข้าใส่อาวุธปืนที่ถูกยกขึ้นมาขวางกั้นด้วยฝีมือของชายตัดผมสั้นเกรียน แรงปะทะรุนแรงโถมเข้าใส่อาวุธชิ้นนั้นจนมันหักหอผิดรูปพร้อมปรากฏรอยกรีดยาว กฤษณ์กระเด็นถอยหลังไปอีกทางพร้อมตาเบิกกว้างยามเมื่อก้มลงมองอาวุธของตน แรงโจมตีเมื่อครู่มันรุนแรงระดับไหนกันแน่!?

เมื่อไร้คนขัดขวางกิเลนน้อยก็กัดหมับเข้าที่เนื้อกวางย่างชิ้นโต ทั้งยังยื่นอุ้งเท้าสองข้างออกมากอดหมับเข้าที่เนื้ออีกชิ้น ก่อนจะดีดตัวพุ่งหนีไปอีกทาง แต่เหมือนว่ามันจะช้าไปหนึ่งก้าว!

ขวับ!

"จับได้แล้ว เจ้าหัวขโมยตัวน้อย"

"แง้ว!" ข้าไม่ใช่หัวขโมยนะ!

ดวงตาสีอำพันเหลียวกลับมาจ้องดวงตาสีฟ้าอย่างดุร้าย

"อ๋าว!" เอามือออกไปจากคอข้านะ!

เหยียนซีขยับตัวดิ้นไปมาเพื่อให้หลุดพ้นจากมือหนาของลูเธอร์ ใจหนึ่งอยากจะข่วนฝากรอยแผลเอาไว้บนหลังมือของมนุษย์คนนี้ แต่ถ้าทำแบบนั้นเนื้อกวางกลิ่นหอมนี่ก็ตกลงพื้นเสียของพอดี!

แต่ใช่ว่ากิเลนที่อายุ 2,000 ปีอย่างไป๋เหยียนซีจะไร้วิธี พลันเพลิงสีแดงสดดั่งโลหิตโหมลุกไหม้ขึ้นรอบตัวของกิเลนน้อย ไอพลังเวทเข้มข้นร้อนระอุพวยพุ่งออกมาจนทหารอีก 5 นายที่อยู่ห่างออกไปยังรู้สึกร้อนจนแสบผิว ขณะเดียวกันลูเธอร์ก็เผลอผ่อนแรงจนปล่อยให้ลูกเซิร์กดิ้นหนีไปจนได้

ลูเธอร์ก้มลงมองมือของตัวเองที่ถูกไฟสีเลือดแผดเผา ก่อนที่สายตาที่แฝงไว้ด้วยความตกตะลึงของเขาจะมองตามไปยังร่างเล็กที่ลำตัวยังคงลุกเป็นไฟกำลังพุ่งหนีไปด้วยความเร็วสูง

"ไฟสีแดงแบบนี้…"

…ไม่ใช่ว่ามันเป็นเวทเพลิงสีชาดที่ถูกสืบทอดมาแค่เฉพาะภายในตระกูลสมิธของเขาไม่ใช่หรอกเหรอ?

น้องจะไม่ยอมเสียเนื้อกวางไปแม้แต่ชิ้นเดียวววว

#ลูกเซิร์กของท่านนายพล

เซิร์กที่สาม

"ลูเธอร์เวทไฟนั่น!?"

แอลชายหนุ่มดวงตาสีม่วงอเมทิสต์ที่เงียบมาตั้งแต่ต้นร้องขึ้นมาเสียงดังอย่างไม่อยากจะเชื่อ จนเผลอเรียกชื่อของลูเธอร์แทนการเรียกตำแหน่งยศอย่างเช่นปกติที่ปฏิบัติในเวลาออกทำภารกิจ

"อืม"

ลูเธอร์พยักหน้ารับ มือที่ไร้รอยเผาไหม้ของเขาคือหลักฐานยืนยันว่านั่นคือเวทไฟของตระกูลสมิธจริง ๆ นั่นก็เพราะว่ามันคือไฟที่จะไม่เผาผลาญสร้างความเสียหายแก่สายเลือดของคนในตระกูลอย่างเด็ดขาด

"เป็นไปได้ยังไง…"

เรื่องเวทเพลิงสีชาดของตระกูลสมิธไม่ใช่ความลับ ผู้คนทั้งสหพันธ์ดวงดาวต่างทราบและเกรงกลัวในพลังนี้ด้วยกันทั้งสิ้น เพราะมันถือได้ว่าเป็นเวทมนตร์ระดับสูงที่สามารถผลาญได้ทุกสิ่ง จะมีก็เพียงแค่พลังป้องกันของตระกูลลองเจฟฟ์เท่านั้นที่มีพลังสูงพอจะต้านเพลิงสีชาดเอาไว้ได้ และไม่ว่าตระกูลอื่นจะพยายามลอกเลียนแบบมันยังไงก็ไม่สามารถใช้เวทไฟนี้ได้เลย

"หรือนั่นจะเป็น…ลูกที่พลัดพรากของท่านนายพล?"

น้ำเสียงเนิบช้าพูดขึ้นเรียกสายตา 4 คู่ยกเว้นลูเธอร์ให้หันไปมองใบหน้านิ่งสนิทของไอเดนอย่างเหลือเชื่อ หมอนี่สามารถพูดเรื่องแบบนี้ออกมาด้วยใบหน้าตายด้านแบบนั้นได้ยังไง?

"ทำไมล่ะ หรือจะเป็นลูกพี่ลูกน้อง?"

"…ให้ตามไปไหมครับ"

ไม่มีใครคิดจะตอบคำถามไร้สาระของไอเดนอีก เป็นที่รู้กันดีว่าคนตระกูลสมิธนั้นมีทายาทยากขนาดไหน และต่อให้มีใครในตระกูลมาแอบไข่ทิ้งไว้จริง ๆ ก็คงไม่ออกมาเป็นเจ้าตัวเล็กขนปุยแบบนี้! มันไม่ข้ามสายพันธุ์เกินไปหน่อยเหรอ?

"ไม่ต้อง"

ลูเธอร์ตอบปฏิเสธอย่างไม่ต้องคิด ทหารในหน่วย A601S แม้จะแข็งแกร่งแต่ก็มีพลังเวทอยู่ในระดับ 6 ขั้นปลายเท่านั้น ไม่มีทางที่จะสามารถเอาชนะสัตว์อวกาศที่มีความอันตรายมากกว่าระดับ 7 ตัวนั้นได้ ถ้าเขามาคนเดียวอะไรคงจะง่ายกว่านี้…

"เตรียมตัวให้พร้อม เราจะกลับดาวแคปิทัลในอีก 30 นาที"

แม้จะเสียดายที่พลาดโอกาสได้ตัวลูกเซิร์กตัวนั้นมา แต่ครั้งนี้เขาคงต้องถอยกลับไปก่อน ไว้ครั้งหน้าเขาจะไม่ปล่อยให้เจ้าตัวเล็กนั่นหนีรอดไปได้อีกแน่

…..

"อ๋าว!" อร่อย!

ไป๋เหยียนซีกัดลงบนเนื้อก้อนโตอย่างมีความสุข กลิ่นหอมของสมุนไพรช่วยให้เนื้อมีรสชาติดีขึ้นมาก ผิวด้านนอกเกรียม ๆ มีรสเค็มจากเกลือนิดหน่อย แต่พอกัดลงไปจะพบกับเนื้อกวางรสหวานฉ่ำน้ำที่นุ่มจนแทบละลายในปาก ทำไมเนื้อกวางใยไหมที่เขาเคยกินมันไม่เห็นจะอร่อยแบบนี้เลย!

ไม่เสียแรงจริง ๆ ที่เขาอุตส่าห์เสียเวลาไปล่ามาจากมนุษย์พวกนั้น เมื่อกัดเนื้อคำสุดท้ายหมดไป๋เหยียนซีก็ใช้อุ้งมือนุ่มของตนเช็ดขนรอบปากที่มันแผล็บจากคราบอาหาร ลิ้นเล็ก ๆ ไล้เลียริมฝีปากตัวเองอย่างมีความสุข อร่อยจนปลาอ้วนตัวนั้นเทียบไม่ติดเลยล่ะ!

เมื่อนึกไปถึงปลากระเบนสีทองตัวยักษ์นัยน์ตาสัตว์นักล่าสีอำพันก็อดไปได้ที่จะเหลือบมองไปทางนั้น มันยังคงนอนนิ่งอยู่ที่เดิมไม่ขยับไปไหนใกล้กับจุดที่มนุษย์กลุ่มนั้นอยู่ บางทีมันคงเป็นสัตว์เลี้ยงของมนุษย์พวกนั้น แต่ไม่นานความคิดของไป๋เหยียนซีก็ต้องพลิกกลับตาลปัตรเมื่อสิ่งที่ตนคิดว่าเป็นปลากระเบนเกิดรอยแยกขึ้นกลายเป็นประตู ก่อนที่จะตามมาด้วยขั้นบันไดที่ลอยนิ่งอยู่บนอากาศค่อย ๆ เคลื่อนตัวลงมาหน้าประตูที่เพิ่งเปิดออก

"…!?" มันคืออะไร!?

แม้เขาจะไม่ค่อยออกมาใช้ชีวิตในสังคมมนุษย์มากนัก แต่ไป๋เหยียนซีก็มั่นใจว่าเขาไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนแน่ ๆ แล้วไหนจะมนุษย์ที่สามารถใช้พลังปราณได้นั่นอีก ไม่รู้ช่วงเวลาที่เขาหลับไปมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

เขามองอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งมนุษย์ในชุดสีดำคนสุดท้ายก้าวขาผ่านบานประตูนั่นไป ในตอนนั้นไม่รู้ว่าทำไมไป๋เหยียนซีถึงรู้สึกกระสับกระส่ายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ยิ่งเมื่อบานประตูหดแคบลงเรื่อย ๆ ใจของกิเลนตัวน้อยก็ยิ่งสั่นไหว จนในชั่วเสี้ยววินาทีก่อนที่ประตูยานรบจะปิดตัวลงร่างของสิ่งมีชีวิตสีดำตัวน้อยบนพื้นหญ้าของดาวรอบนอกแห่งนี้ก็ได้อันตรธานหายไปในชั่วพริบตา

…โดยที่แม้แต่เจ้าตัวก็ไม่รู้เสียด้วยซ้ำว่าตนเผลอทำอะไรลงไป

"อ๋าว?"

ไป๋เหยียนซีมองรอบตัวอย่างสับสน เมื่อครู่เขาแค่คิดว่าอยากเข้ามาดูข้างในปลาอ้วนดูก็เท่านั้น รู้ตัวอีกทีเขาก็มาปรากฏอยู่ที่ไหนแล้วก็ไม่รู้ เขาใช้มือเคาะลงไปบนผนัง ผิวสัมผัสของมันคล้ายเหล็กเย็น ๆ แต่ดูแล้วก็ไม่ได้แข็งแรงมากอะไร เขาสามารถกระชากมันให้ขาดได้ง่าย ๆ โดยใช้แค่หางนุ่ม ๆ ของเขาด้วยซ้ำ

คิดได้ดังนั้นไป๋เหยียนซีก็เชิดหน้าขึ้นอย่างมีความสุข เขาเป็นกิเลนที่แข็งแกร่งที่สุด!

เมื่อพบว่าการออกไปจากที่นี่ไม่ใช่ปัญหาหนักใจ ความตึงเครียดระคนตื่นตกใจในทีแรกก็อันตรธานหายไปจนหมดเหลือเพียงความใคร่รู้เท่านั้น ภายในที่เล็กแคบแห่งนี้มืดสนิทและเต็มไปด้วยข้าวของมากมายแต่ไป๋เหยียนซีก็สามารถมองผ่านความมืดได้อย่างไม่มีปัญหา

ปึก ปึก

"อ๋าว" แข็งแรงใช้ได้เลยนะเนี่ย

สัตว์ตัวน้อยตบเบา ๆ ลงบนปืนเลเซอร์ขนาดใหญ่ที่อัดแน่นไปด้วยพลังปราณภายใน แตะเล่นอยู่สักพักไม่นานเจ้าตัวก็ขยับไปทำแบบเดียวกันกับอาวุธอีกหลายรูปแบบ และเมื่อร่างเล็กสำรวจอาวุธในตู้ตรงหน้าจนหมดก็พลันกระโจนไปยังตู้กระจกถัดไป ปุ่มเท้านุ่มนิ่มถูกใช้ยื่นไปกดบนปุ่มสีเขียว พลันตู้กระจกที่คล้ายตู้โชว์อาวุธก็เปิดออกให้กิเลนตัวน้อยได้ใช้เท้าหน้าของตนสำรวจอาวุธภายในราวกับนักวิเคราะห์ผู้เชี่ยวชาญ

"อ๋าว" อันนี้ค่อนข้างเล็กแฮะ

ดวงตาสีอำพันมองอาวุธขนาดเท่าเมล็ดถั่วอย่างสงสัย รูปร่างของมันเป็นแฉกคล้ายมะเฟือง ไป๋เหยียนซีไม่รู้ว่ามันคืออะไรแต่จากกลิ่นอายปราณที่วัตถุตรงหน้าปลดปล่อยออกมาก็ทำให้รู้ว่ามันคืออาวุธไม่ผิดแน่ นึกไม่ถึงเลยว่าในปัจจุบันจะยังมีปราณวัตถุหลงเหลืออยู่ด้วย

แม้จะมีรูปทรงที่ไม่คุ้นตาและพลังที่อัดแน่นอยู่ภายในค่อนข้างเจือจาง แต่ก็ถือว่าเป็นปราณวัตถุที่มีคุณภาพอยู่บ้างล่ะนะ

…หากปรมาจารย์ผู้สร้างของชิ้นนี้มาได้ยินความคิดของไป๋เหยียนซีคงกระอักเลือดออกมาอย่างรับไม่ได้ เพราะอาวุธพวกนี้ล้วนถือได้ว่าเป็นอาวุธเวทระดับสูงที่คนธรรมดาไม่อาจครอบครองได้ด้วยซ้ำ!

ปึก!!

"อุ๊!" เหมือนว่าเมื่อกี้เขาจะเผลอแตะโดนอะไรไปหรือเปล่า?

ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด!

เสียงติ๊ดดังติดต่อกันเนิบช้าก่อนที่ไม่นานมันจะเร่งจังหวะเร็วมากขึ้นพร้อมแสงกะพริบสีแดงที่เปล่งออกมาจากอาวุธเวทชิ้นจิ๋วในอุ้งมือของเขา ไป๋เหยียนซีรู้สึกตกใจจนหูตั้ง ตากลมกลอกไปมากลัวว่าจะมีใครมาเห็น แต่เมื่อเห็นว่าไม่นานแสงกะพริบและเสียงที่ดังได้หยุดลงแล้วกิเลนดำก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ก่อนที่จะ…

ตู้มมม!!!

"เกิดอะไรขึ้น!!"

"เสียงมาจากทางปีกขวาของยาน!"

"…" เหมือนว่าจะมีเรื่องแล้วหรือเปล่า?

ตึง!

ประตูเหล็กหนาถูกมือแกร่งกระชากออกพร้อมกับแสงที่ส่องลอดเข้ามาจากอีกฝั่ง นัยน์ตาสีฟ้าน้ำทะเลมองสบกับนัยน์ตาสีทองอำพันคู่หนึ่งภายในเงามืด สีขนของมันแทบจะกลมกลืนหายเข้าไปในความมืดมิดจนลูเธอร์แทบมองไม่เห็น แต่เมื่อเขาตระหนักว่าสิ่งมีชีวิตภายในคืออะไรความกดดันก็พลันแล่นขึ้นมาทั่วร่าง ลูกเซิร์กตัวนั้นขึ้นมาบนยานได้ยังไง?

นายพลหนุ่มส่งสัญญาณมือให้ทหารที่ตามมาด้านหลังหยุดอยู่ตรงนั้น ให้ทิ้งระยะห่างจากจุดที่เขายืนอยู่ ในขณะเดียวกับเขาก็ยังคงจับจ้องไปยังลูกสัตว์ตรงหน้าอย่างดูเชิง นึกสงสัยว่ามันต้องการอะไรกันแน่ หากมีการต่อสู้เกิดขึ้นในขณะที่ยานกำลังขับเคลื่อนอยู่แบบนี้พวกเขามีแต่จะเสียเปรียบ แม้มนุษย์จะวิวัฒนาการมาไกลจากครั้งอดีตมากนัก แต่อย่างไรมนุษย์ก็ไม่สามารถใช้ชีวิตในสภาวะสุญญากาศได้โดยไร้เครื่องป้องกันอยู่ดี

"อ๋าว!" ข้าไม่ได้ทำนะ!

เมื่อเห็นมนุษย์ตัวโตตรงหน้าขมวดคิ้วมองมาทางเขาด้วยใบหน้าน่ากลัว ไป๋เหยียนซีก็รีบปฏิเสธอย่างร้อนตัว ก่อนจะหมุนตัวเตรียมกระโดดหนีไปอีกทาง แต่ยังไม่ทันได้ทำตามที่หวังมือหนาก็คว้าจับเข้าที่ตัวเขาเป็นครั้งที่สอง

"แง๊ว!" ปล่อยนะ!

กรงเล็บที่ถูกเก็บเอาไว้ถูกเรียกออกมาก่อนจะตวัดฝ่ามือไปด้านหลังตามสัญชาตญาณฝากรอยแผลยาว 5 แถวไว้บนหลังมือของมนุษย์ตัวโต ความรู้สึกเจ็บแปล๊บถูกส่งมายังกระแสประสาทจนร่างสูงเผลอสะบัดมือ เมื่อกิเลนดำหลุดออกมาจากพันธนาการเขาก็หันมาแยกเขี้ยวใส่อย่างข่มขู่ อย่ามาจับเหนียงที่คอเขาเหมือนที่จับลูกแมวนะ!

ลูเธอร์ก้มมองมือตัวเองที่ชุ่มไปด้วยโลหิตกลิ่นสนิม ก่อนที่ดวงตาคมดุจะตวัดมองไปยังเจ้าของรอยเล็บที่ยืนขนพองอยู่บนพื้นห้องคลังอาวุธ บางทีสันติวิธีจะใช้ไม่ได้ผลกับสัตว์อวกาศตรงหน้าเสียแล้ว

ในชั่วขณะที่ลูเธอร์กำลังจะเข้าสู่โหมดต่อสู้ กลุ่มไอเวทเข้มข้นถูกเรียกออกมาห่อหุ้มรอบกาย แต่ในตอนนั้นเองดวงตาสีฟ้าพลันเบิกกว้างอย่างคาดไม่ถึง

!!?

นั่นก็เพราะแผลบริเวณหลังมือของเขาค่อย ๆ สมานเข้าหากันด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ และที่น่าตื่นตกใจกว่านั้นคือสายพลังที่กำลังรักษาแผลของเขามันมาจากตัวของลูกเซิร์กที่เพิ่งจะทำร้ายเขาไปก่อนหน้านี้!

ไป๋เหยียนซีเชิดหน้าขึ้นอย่าโอ้อวด ดวงตาสีอำพันมองนิ่งไปยังมนุษย์ที่ตื่นตะลึงกับพลังรักษาของเขา แต่ในแววตานั้นก็ไม่อาจซ่อนความรู้สึกผิดเอาไว้ได้ กิเลนน้อยพยายามบอกตัวเองว่ามันไม่ใช่ความผิดของเขาสักหน่อย ก็มาจับเหนียงเขาก่อนทำไมล่ะ

“จะไปไหน”

อุ้งเท้าปุกปุยที่กำลังขยับก้าวไปอีกทางหยุดชะงักกลางอากาศ มนุษย์คนนี้ยังต้องการอะไรจากเขาอีก แผลก็รักษาให้แล้วแท้ ๆ

"อ๋าว?" เอ๊ะ?

ใบหน้างุนงงของสิ่งมีชีวิตตัวเล็กก้มลงมองเท้าอีกข้างของตนอย่างสนใจ เมื่อยกเท้าขึ้นก็เห็นว่ามันเป็นเศษกระจกที่แตกเป็นเม็ดทราย ในตอนนั้นเองที่ความรู้สึกผิดในอกทวีเพิ่มขึ้นมากกว่าเก่า…ถ้าสัตว์เทพพวกนั้นรู้ว่าเขามาพังข้าวของของคนอื่นจนเละเทะแบบนี้ เขาจะต้องโดนดุจนขนร่วงแน่ ๆ และที่น่ากลัวกว่าคือบทลงโทษแสนทรมานจากพืชต้นนั้น!

ตอนนี้บรรยากาศกดดันรอบตัวลูเธอร์หายไปจดหมดแล้ว ความคิดในหัวของเขาตอนนี้มันสับสนไปหมด ความเป็นไปได้และความเป็นไปไม่ได้มากมายเกี่ยวโยงพัวพันกันอยู่ในความคิดของเขา

…ไม่ว่ายังไงเขาก็ต้องจับลูกเซิร์กตัวนี้ไปศึกษาให้ได้

เซิร์กเป็นที่รู้จักกันดีในนามของสิ่งมีชีวิตที่ไร้ความรู้สึก ไร้ความคิด มีเพียงสัญชาตญาณนักล่าเท่านั้น…ไม่มีทางเลยที่มันจะเยียวยาแผลให้สิ่งมีชีวิตอื่นแบบที่ลูกสัตว์ตรงหน้าของเขาทำ

ชายร่างสูงมัวแต่จมอยู่ในความคิดของตัวเองจนไม่รู้เลยว่าสิ่งมีชีวิตอีกหนึ่งตัวภายในห้องได้ขยับมายืนอยู่เบื้องหน้าของตน ห่างออกไปเพียงหนึ่งฝ่ามือกั้นเท่านั้น

"อ๋าว!" เอานี่ไปสิ!

"…?" ลูเธอร์กะพริบตา ความรู้สึกสับสนทั้งหมดพลันสลายไปราวกับไม่เคยมีอยู่ เขาก้มมองลงไปยังลูกสัตว์ที่กำลังใช้อุ้งเท้าข้างหนึ่งส่งบางอย่างมาทางเขา มันคืออะไร?

เมื่อเจ้าตัวน้อยเห็นว่าเขาไม่ยอมรับของไปมันก็ส่งเสียงร้องคล้ายรำคาญ อุ้งเท้าข้างที่ชูยื่นมาข้างหน้าสั่นกึก ๆ แลดูตลก

ลูเธอร์กระตุกยิ้มอย่างไม่รู้ตัว เขาย่อตัวลงในท่านั่งก่อนจะยื่นมือออกไปรับวัตถุสีแดงเลือดมาจากลูกสัตว์ตรงหน้า ทุกการขยับของเขาเป็นไปอย่างรอบคอบระมัดระวัง อย่างไรตอนนี้เขาก็ยังไม่รู้ว่าเซิร์กวัยเด็กตัวนี้มีลักษณะนิสัยอย่างไรกันแน่

แต่เมื่อลูเธอร์ดึงสายตากลับมามองวัตถุที่เขาเพิ่งรับมาก็แทบช็อกค้าง

!!?

"อะ อาวุธเวทระดับตำนาน!!?"

น้องไม่ชอบถูกจับเหนียง!

#ลูกเซิร์กของท่านนายพล

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...