โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

หนุ่มกดน้ำจากตู้ วางทิ้ง 1 วัน เจอสิ่งแปลกปลอม คนแห่ตอบคืออะไร กินได้ไหม

sanook.com

เผยแพร่ 14 ม.ค. 2567 เวลา 09.06 น. • Sanook
หนุ่มไปกดน้ำจากตู้หยอดเหรียญหน้าหอ ทิ้งไว้แค่ 1 วัน กลับมาเจอสิ่งแปลกปลอมลอยเกลื่อน คนแห่ตอบ กินได้ไหม แนะวิธีกดน้ำจากตู้กดน้ำให้ปลอดภัย

หนุ่มไปกดน้ำจากตู้หยอดเหรียญหน้าหอ ทิ้งไว้แค่ 1 วัน กลับมาเจอสิ่งแปลกปลอมลอยเกลื่อน คนแห่ตอบ กินได้ไหม แนะวิธีกดน้ำจากตู้กดน้ำให้ปลอดภัย

ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้เข้ามาถามในกลุ่ม "นี่คือตัวอะไร" หลังไปกดน้ำที่ตู้หยอดเหรียญ หน้าหอพัก ทิ้งน้ำไว้ที่ห้อง 1 วันเต็ม พอจะดื่มกลับพบว่าสิ่งแปลกปลอมคล้ายละอองลอยเต็มขวด จึงอยากรู้ว่ามันคือตัวอะไร และอันตรายหรือเปล่า

ซึ่งก็มีคนเข้ามาบอกว่า สิ่งที่เห็นนั้นคือเกล็ดแคลเซียม กินได้ไม่ตาย แต่ในระยะยาวไม่ดี ซึ่งไม่ว่าจะเป็นอะไร หากอยากจะดื่มน้ำก็ดื่มน้ำแบบสะอาด ไม่ควรมีสิ่งเจือปน

ก่อนจะมีคนเข้ามาอธิบายเพิ่มเติมว่า สิ่งที่เห็นนั้นคือเนื้อของไส้กรองที่ยุ่ยออกมา อันเนื่องมาจากไส้กรองน้ำตามตู้กรองน้ำเป็นไส้กรอง PP ราคาถูก ขนาด 10 หรือ 20 นิ้ว ความละเอียด 1 ไมครอน

มีลักษณะเป็นใยสีขาวที่ทำจากโพลีโพรพิลีนพันรอบแกนกระดาษ อัดแน่นจนเป็นเนื้อเดียว ซึ่งจะทำหน้าที่กรองสิ่งแขวนลอยที่อยู่ในน้ำหากน้ำไหลผ่าน หากไส้กรองหมดอายุหรืออุดตัน เนื้อกระดาษจะลอยเป็นชิ้นสีขาว ๆ ออกมา

ซึ่งส่วนใหญ่ต่างแนะนำให้เลี่ยงเครื่องตู้กดน้ำสาธารณะ เพราะเจ้าของเครื่องมักไม่ค่อยมาทำความสะอาด เป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรค หรือมีสัตว์ตกลงไป

วิธีกดน้ำจากตู้กดน้ำให้ปลอดภัย

แต่ถ้าหากใครเลี่ยงไม่ได้ แนะนำว่า ตอนที่หยอด ให้กรองน้ำใส่ขวดแรกแล้วเขย่าดูก่อน หากเขย่าแล้วฟองหายไป แสดงว่าน้ำสะอาด แต่ถ้าฟองไม่หาย เห็นเม็ดขาว ๆ เต็มไปหมด แสดงว่าเป็นสิ่งที่ปนเปื้อนในน้ำ แนะนำว่าไม่ควรกดต่อ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...