"หมอหมู" เตือน! ระวัง "จูบ (ดูด) คอ" เสี่ยงทำให้หลอดเลือดสมองตีบ
วันที่ 27 ธันวาคม 2566 “หมอหมู” รศ.นพ.วีระศักดิ์ จรัสชัยศรี แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “หมอหมู วีระศักดิ์” ถึงข้อสงสัยว่า “จริงหรือไม่? จูบ (ดูด) ที่คอ ทำให้หลอดเลือดสมองตีบ?” โดยระบุข้อความ “จริงหรือไม่? จูบ (ดูด) ที่คอ ทำให้หลอดเลือดสมองตีบ?
กรณีศึกษาที่ 1
ในปี 2014 หญิงวัย 35 ปีคนหนึ่งเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลในเมืองนุก ประเทศกรีนแลนด์ โดยมีอาการอัมพาตฉีกขวาอย่างกะทันหัน ซึ่งเธอให้ประวัติว่าถูกจูบอย่างแรงที่คอเมื่อ 12 ชั่วโมงก่อน ซึ่งทำให้เกิดรอยดูดบริเวณลำคอ
จากการตรวจที่โรงพยาบาล พบว่า หญิงรายนี้เป็นโรคหลอดเลือดสมองตีบ (ischemic stroke) ซึ่งเป็นลิ่มเลือดในสมอง ลิ่มเลือดเกิดขึ้นในหลอดเลือดแดงสมองภายในด้านซ้าย (arteria cerebri media) ซึ่งส่งเลือดไปเลี้ยงสมองซีกซ้าย
แพทย์เชื่อว่าลิ่มเลือดในสมองของผู้หญิงเกิดขึ้นจากอาการบาดเจ็บที่คอ บาดแผลอาจเกิดจากการจูบอย่างแรงที่บริเวณลำคอ
กรณีศึกษาที่ 2
ในปี 2016 ชายอายุ 17 ปี ในเม็กซิโกซิตี้ เสียชีวิต หลังจากถูกจูบ (ดูด) ที่คอ จากแฟนสาวของเขา
วัยรุ่นรายนี้มีอาการชัก ขณะรับประทานอาหารเย็นกับครอบครัวหลังจากออกไปเที่ยวกับแฟนสาววัย 24 ปี และเสียชีวิตในเวลาต่อมา
แพทย์ผู้ทำการรักษาเชื่อว่า การจูบ (ดูด) ที่คอ ส่งผลให้เกิดลิ่มเลือดซึ่งเดินทางไปที่สมองของชายวัยรุ่นคนดังกล่าว และทำให้เกิดโรคหลอดเลือดสมอง
กรณีโต้แย้ง
Charles Abrams ประธาน American Society of Hematology และนักโลหิตวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย กล่าวว่า มันเป็นไปไม่ได้เลยที่ “การจูบ (ดูด) ที่คอ” จะทำให้เกิดลิ่มเลือด แต่อาจเกิดขึ้นได้หากเป็นการจูบที่มีการกัดร่วมด้วยจนทำให้หลอดเลือดฉีกขาด ซึ่งมีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อย
หากลิ่มเลือดก่อตัวหรือติดอยู่ในหลอดเลือดแดง ลิ่มเลือดอาจตัดการไหลเวียนของเลือดไปยังหัวใจหรือส่วนหนึ่งของสมอง ทำให้เกิดอาการหัวใจวายหรือโรคหลอดเลือดสมองได้ โดยทั่วไปมีสาเหตุมาจาก โรคหลอดเลือดแดงแข็ง (Atherosclerosis) ซึ่งแผ่นไขมันและคอเลสเตอรอลสะสมในหลอดเลือดแดง ทำให้หลอดเลือดแข็งและแคบลง มากกว่าที่เกิดจากการบาดเจ็บ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการจูบ (ดูด) ที่คอ
สรุป ถึงแม้ว่าจะยังมีข้อมูลทางการแพทย์ที่โต้แย้งกันอยู่ เกี่ยวกับ การจูบ (ดูด) ที่คอ ทำให้หลอดเลือดสมองตีบ แต่ในความเห็นส่วนตัว ก็คิดว่าเป็นสิ่งที่ควรระวัง และไม่กระทำจะดีกว่านะครับ
อ้างอิงข้อมูลจาก
- https://ugeskriftet.dk/…/kys-paa-halsen-endte-i…
- https://time.com/4471274/teenager-dies-hickey-love-bite/
- https://www.popsci.com/can-you-really-get-blood-clot-and…/
เรียบเรียงโดย: รศ.นพ.วีระศักดิ์ จรัสชัยศรี #หมอหมูวีระศักดิ์ #ตีแผ่ทุกความจริงด้วยวิทยาศาสตร์”