โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ราคาทองคำโลกปิดทะยานเฉียด 30 ดอลล์ ขึ้นเหนือ 2,040 รวมขึ้น 4 วันรวมกว่า 50 ดอลลาร์

BTimes

อัพเดต 29 พ.ย. 2566 เวลา 11.10 น. • เผยแพร่ 29 พ.ย. 2566 เวลา 04.10 น. • BTimes.Biz

ตลาดซื้อขายทองคำโลก นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา รายงานว่า เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2023 ตามเวลาในสหรัฐอเมริกา พบว่า ราคาทองคำส่งมอบทันที หรือ Gold Spot ปิดที่ 2,040.87 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ +28.53 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ หรือ +1.38% ส่งผลราคาทองคำปิดขึ้น 4 วันติดกันรวม 49.71 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ หรือ +2.68%

ขณะที่ราคาทองคำล่วงหน้า หรือ Gold Future นิวยอร์ก สหรัฐ ปิดที่ระดับ 2,040 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ +29.60 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ หรือ +1.47% ส่งผลราคาทองคำปิดขึ้น 4 วันติดกันรวม 50.70 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ หรือ +3.67%

ดังนั้น ราคาทองคำตลาดโลกทำสถิติปิดสูงสุดในรอบ 6 เดือนกว่า หรือตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคมเป็นต้นมา

ทั้งนี้ในเดือนตุลาคม พบว่าราคาทองคำตลาดโลกพุ่งทะยานขึ้นถึง 8% โดยนับตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันแรกที่กลุ่มฮามาสติดอาวุธเปิดฉากโจมตีอิสราเอลจนนำไปสู่สงครามรุนแรงในรอบ 75 ปีของทั้ง 2 ฝ่าย ทำให้ราคาทองคำโลกพุ่งทะยานขึ้นถึง 190.70 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ เนื่องจากราคาทองคำตลาดโลกเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2023 อยู่ที่ระดับ 1,809.50 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ ทำสถิติราคาต่ำสุดในรอบ 7 เดือน

เมื่อกลางเดือนเมษายนปี 2023 ผ่านไป ราคาทองคำล่วงหน้ามีราคาปิดสูงสุดในรอบ 1 ปีที่ 2,048.71 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ จากวิกฤตธนาคารเอสวีบี และเอสบี ปิดกิจการและถูกควบคุมโดยทางการสหรัฐอเมริกา

ย้อนกลับไปในปี 2022 ผ่านไปเมื่อเดือนมีนาคม พบว่าราคาทองคำล่วงหน้ามีราคาสูงสุดระหว่างวันขึ้นไปถึง 2,072.49 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์

สาเหตุจากผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา หรือเฟด นายคริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ กล่าวว่า มั่นใจมากขึ้นว่าเฟดได้ดำเนินนโยบายมาถูกทาง และตรงจุดแล้ว ด้านค่าเงินดอลลาร์สหรัฐร่วงลง 0.5% ทำสถิติต่ำสุดในรอบเกือบ 3 เดือน ครึ่ง หรือตั้งแต่กลางสิงหาคมผ่านมา ซึ่งเป็นผลจากการประเมินแนวโน้มรอบการปรับขึ้นดอกเบี้ยระยะสั้นของธนาคารกลางสหรัฐอาจจบสิ้นแล้ว นอกจากนี้ ยังคาดการณ์ว่ามีโอกาสครึ่งต่อครึ่งที่เฟดจะลดดอกเบี้ยดังกล่าวครั้งแรกในต้นเดือนพฤษภาคมปี 2024

ขณะที่ ตัวชี้วัดอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่เรียกว่า เฟดวอช์ท พบว่า โอกาสไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ยระยะสั้นในการประชุมสิ้นเดือนธันวาคมนี้อยู่ที่ 100% จากเดิมที่โอกาสไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ยระยะสั้นอยู่ที่ 91% ขณะเดียวกัน โอกาสเริ่มปรับลดดอกเบี้ยระยะสั้นของเฟดในการประชุมต้นเดือนมิถุนายนปี 2024 นี้อยู่ที่ 42%

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...