โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ไม่ขอเป็นสตรีไร้ค่า (อ่านฟรีก่อนติดเหรียญ)

นิยาย Dek-D

อัพเดต 03 ก.พ. 2567 เวลา 03.31 น. • เผยแพร่ 03 ก.พ. 2567 เวลา 03.31 น. • เลี่ยงจิน
ข้าถูกคนรักและครอบครัวนำขึ้นแท่นบูชายัญเผาให้ตายทั้งเป็น เจ็บปวด! แค้นเคือง! แทบหลั่งน้ำตาออกมาเป็นสายเลือด ข้าหวนกลับมาอีกครั้ง…เพื่อทำทุกวิถีทางให้คนเหล่านี้พบกับความวิบัติฉิบหาย

ข้อมูลเบื้องต้น

บทนำ สตรีไร้ค่า

บทนำ

สตรีไร้ค่า

โง่งม

ปวดเหลือเกิน!

เปลือกตาหนักอึ้ง ศีรษะปวดร้าวราวกับถูกทุบด้วยของแข็ง เรือนกายไม่อาจขยับเขยื้อนราวกับถูกมัดตรึงเอาไว้ด้วยเชือกเส้นหนา

กะ…เกิดอะไรขึ้นกับข้า!

หลิวซูลี่ค่อยๆ ลืมตาขึ้น ภาพเบื้องหน้าพร่ามัวอยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะกระจ่างชัดพร้อมกับหัวใจที่ร่วงหล่นลงไปอยู่ที่ปลายเท้า

ที่นี่ที่ไหนกัน!

พยายามจะขยับกายลุกแต่กลับไร้ประโยชน์เมื่อข้อมือและข้อเท้าถูกมัดด้วยเชือกขึงพรืดอย่างแน่นหนา หญิงสาวกวาดสายตามองไปจนทั่วพบว่าตนเองนอนอยู่บนแท่นหินวงกลมขนาดใหญ่

บรรยากาศมืดมัวสลัวราง อีกทั้งยังมีกลิ่นอับของดินและความชื้น ประกอบกับกลิ่นควันไฟจากคบเพลิงตามจุดต่างๆ ยิ่งทำให้คุณหนูหลิวหวาดกลัวจนแทบคุมสติเอาไว้ไม่อยู่ นางพยายามรวบรวมความทรงจำครั้งสุดท้ายก่อนจะสลบไป

แล้วก็พบว่า…

ครอบครัวของนางกำลังเดินทางไปยังแคว้นหู่เฉียงเพื่อเที่ยวชมเทศกาลลอยโคมบูชาเทพเจ้า โดยนางนั่งรถม้าไปกับ ‘จ้าวหยางปิน’ คู่หมั้นหนุ่มที่กำลังจะแต่งงานกันในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

ภาพเหตุการณ์สิ้นสุดเพียงเท่านั้น แล้วนางก็จำอะไรหลังจากนั้นไม่ได้อีกเลย

หรือว่า! ขบวนเดินทางจะถูกโจรป่าดักปล้น!

หากเป็นเช่นนั้น ท่านพ่อ ท่านแม่ ท่านพี่ใหญ่ เม่ยเอ๋อร์ และท่านพี่หยางปิน ก็คงกำลังตกอยู่ในอันตรายเช่นเดียวกับนางสินะ เพียงแค่คิดหัวใจก็เจ็บแปลบ กระนั้นหัวสมองกลับอื้ออึงด้วยคิดไม่ตกว่าจะหลีกหนีออกไปจากสถานการณ์เลวร้ายนี้อย่างไรดี

“ช่วยด้วย! ได้โปรดช่วยข้าด้วย!”

ในที่สุดนางจึงตัดสินใจส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือออกไป และนั่นทำให้เสียงของนางสะท้อนกึกก้องอยู่ภายในถ้ำแห่งนั้นราวกับจะไม่มีวันสิ้นสุด

ตึก! ตึก! ตึก!

หัวใจเต้นแรงราวกับจะกระโจนออกมาจากอก เสียงตัวเองที่ดังก้องกังวานให้ความรู้สึกโดดเดี่ยวอ้างว้างเหลือแสน นางนอนนิ่ง หอบหายใจแรง จนกระทั่งเสียงของนางค่อยๆ เงียบหายไปแทนที่ด้วยความเงียบงัน

เงียบจนได้ยินเสียงหัวใจของตนเอง

จังหวะนั้นเองเสียงฝีเท้าจำนวนมากก็ดังขึ้นทำลายความเงียบงัน

ใครกัน?

หลิวซู่ลี่เม้มริมฝีปากแน่นด้วยไม่แน่ใจว่าเสียงฝีเท้าเหล่านั้นเป็นเสียงของพวกโจรโฉดชั่วช้าหรือไม่

“นางตื่นแล้วมิใช่หรือ เมื่อครู่ข้าได้ยินเสียงนางร้องตะโกนขอให้ช่วยเหลือ”

สะ…เสียงนั่น!

เสียงของท่านพี่ ‘หยางปิน’ ชายคนรักของนางนั่นเอง จังหวะที่นางกำลังจะเปิดเปลือกตาขึ้นด้วยความยินดีที่ชายคนรักปลอดภัย เสียงสตรีที่แสนคุ้นเคยก็ดังขึ้น ซึ่งนั่นทำให้นางชะงักงันด้วยความตกใจ

“นังโง่ฟื้นแล้วหรือ…”

หะ…เหตุใดเม่ยเอ๋อร์จึงกล่าววาจาเช่นนั้นเล่า

ดวงตายังคงปิดสนิท หลิวซูลี่นอนนิ่งไม่ไหวติงด้วยตกใจและสับสนเป็นทุนเดิม

“ข้าเบื่อที่จะต้องเสแสร้งเต็มทนแล้ว และข้าเบื่อที่จะต้องนัดพบท่านพี่อย่างหลบๆ ซ่อนๆ ข้าเบื่อ! เบื่อ! เบื่อ!”

หลิวซูเม่ยโวยวายอย่างกรุ่นโกรธ จนชายข้างกายต้องปราดเข้าไปโอบกอดง้องอน

“ที่รัก…ต่อจากนี้ข้าจะเป็นของเจ้าแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น สายตาของข้าจะจ้องมองแต่เจ้า…”

คำหวานของจ้าวหยางปินที่เอ่ยขึ้นอย่างออดอ้อนน้องสาวต่างมารดา ทำให้คนที่นอนนิ่งอยู่บนแท่นถึงกับใบหน้าร้อนผ่าวด้วยความไม่เข้าใจ

เหตุใดท่านพี่หยางปินจึงเรียกเม่ยเอ๋อร์ว่า ‘ที่รัก’ นี่ข้ากำลังฝันร้ายอย่างนั้นหรือ มะ…มันไม่มีทางจะเป็นความจริงแน่ๆ ในเมื่อท่านพี่รักและทะนุถนอมข้ายิ่งกว่าสิ่งใด

“เฮ้อ! ในที่สุดวันนี้ก็มาถึงเสียที ข้าขยะแขยงที่ต้องเรียกนางว่า ‘น้องสาว’ เต็มทนแล้ว”

สะ…เสียงของท่านพี่ใหญ่นี่ ท่านพี่ที่มักยิ้มให้ข้าอย่างอ่อนโยน ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบด้วยความห่วงใย กลับพูดว่าขยะแขยงข้างั้นเหรอ

“พวกเจ้าทั้งสองเก่งมากที่อดทนมาได้ถึงสองปี และผลของการอดทนนี้พวกเจ้าจะได้รับพรจากวิญญาณมังกรดำที่สิงสถิตอยู่ในถ้ำแห่งนี้อย่างแน่นอน”

ทะ…ท่านพ่อ!

เสียงของบิดาทำให้หัวใจของสตรีที่ถูกขึงพรืดอยู่บนแท่นหินถึงกับแทบหยุดเต้น

อดทนมาสองปีงั้นหรือ!

นั่นมันเทียบเท่าระยะเวลาที่ทุกคนในครอบครัวต้อนรับนางอย่างอบอุ่นให้เป็นส่วนหนึ่งของตระกูลหลิวมิใช่หรือ

“หึ! นังชั้นต่ำพอจะมีประโยชน์อยู่บ้าง ก็เพื่อนำร่างมาเผาบูชายัญมังกรดำก็เท่านั้นเอง”

ราวกับถูกค้อนทุบอย่างแรงที่ศีรษะจนมึนงงไปหมด ‘นังชั้นต่ำ’ งั้นหรือ เหตุใดน้องสาวจึงเรียกนางอย่างเหยียดหยันเช่นนั้นเล่า

หากเป็นเมื่อสองปีก่อน คำว่า ‘นังชั้นต่ำ’ ‘นังโง่’ ‘นังไร้ค่า’ คงจะพรั่งพรูออกจากปากของหลิวซูเม่ยจนเป็นเรื่องปกติด้วยความคุ้นชิน

แต่แล้ว…

ด้วยความอดทนยอมก้มหน้าไม่ว่าจะถูกดุด่าว่ากล่าวสักเพียงใด ทำให้หลิวซูลี่ผู้เป็นเพียงบุตรีที่เกิดจากสาวใช้สามารถเอาชนะใจคนในครอบครัวได้ในที่สุด ครอบครัวที่ไม่เคยเห็นนางอยู่ในสายตา ครอบครัวที่เคยปฏิบัติต่อนางราวกับนางเป็นสิ่งปฏิกูลน่ารังเกียจ ผลักไสนางให้มีสถานะต่ำกว่าสาวใช้ในจวนกลับแปรเปลี่ยนไป

ท่านพ่อ…มาขอโทษนางด้วยตนเอง ร่ำไห้ออกมาด้วยความรู้สึกผิดที่ทอดทิ้งให้นางโดดเดี่ยวใช้ชีวิตอย่างยากลำบากมาโดยตลอด

ฮูหยินหลิว…ถึงกับเดินเข้ามาโอบกอดและยกนางเป็นบุตรบุญธรรมอย่างถูกต้องตามกฎหมายแทนที่จะมีสถานะเป็นเพียง ‘บุตรีที่เกิดจากสาวใช้’ ผู้ไม่มีสิทธิ์ไม่มีเสียงใดในตระกูลหลิว

อีกทั้งยังขอให้นางเรียกตนเองว่า ‘ท่านแม่’ และพูดคุยสนิทสนมอย่างเป็นกันเอง ช่วงเวลานั้นราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุน ซูลี่ไม่เคยได้รับความรักจากสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า ‘มนุษย์’เลยสักครั้ง ด้วยมารดาผู้ให้กำเนิดเสียชีวิตไปตั้งแต่นางเพิ่งแรกคลอด

เมื่อมีโอกาสถูกรักจากใครสักคน ถูกปลอบประโลมด้วยคำหวานราวกับน้ำทิพย์ช่วยเยียวยาหัวใจที่บอบช้ำ นางก็ถึงกับหัวใจพองโต อิ่มเอมไปกับความสุขราวกับความฝันที่ไม่มีวันเป็นความจริง

พี่ชาย…ที่ไม่แม้แต่จะเหลือบแลนางในสายตาก็กลับกลายเป็นพี่ชายใจดี ที่พร้อมจะกางแขนปกป้องนางจากภยันตรายทั้งปวง

น้องสาว…ที่เคยมองนางด้วยสายตาเหยียดหยันก็กลับกลายเป็นน้องสาวที่แสนอ่อนหวาน ร่าเริง สดใส และมักนำเสื้อผ้าเครื่องประดับงดงามมามอบให้นางอยู่เนืองๆ

นางใช้ชีวิตในฐานะ ‘คุณหนูหลิว’ และได้พบกับ ‘จ้าวหยางปิน’ บุตรชายคนรองของท่านเจ้าเมืองชิวแห่งแคว้นไห่เหอทั้งสองไปมาหาสู่ใกล้ชิดจนก่อเกิดเป็นความรัก

บุรุษหนุ่มรูปงาม เรือนร่างสูงสง่า อีกทั้งยังมีคารมคมคายเสนาะหู ซูลี่เฝ้าฝันถึงวันที่ได้เป็น ‘ภรรยา’ ครองรักเคียงข้างเขาด้วยหัวใจที่เปี่ยมไปด้วยความสุข

“ทันทีที่ข้าสมปรารถนาจากการประสาทพรของมังกรดำ ข้าจะแต่งงานกับเม่ยเอ๋อร์ทันทีขอรับท่านพ่อท่านแม่ ข้าไม่อยากให้นางต้องอดทนรอข้าอีกต่อไปแล้ว เพียงเท่านี้นางก็เสียสละเพื่อข้ามามากพอแล้ว”

จ้าวหยางปินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความหวัง พรที่เขาจะขอจากมังกรดำนั้น ก็คือการขึ้นเป็น ‘เจ้าเมือง’ แทนบิดา โดยการกำจัดพี่ชายต่างมารดาผู้เป็นเสี้ยนหนามในชีวิตออกไปตลอดกาล

คะ…คนเหล่านี้พูดเรื่องอะไรกัน!

ข้าไม่เข้าใจ!

+++ฝากเอาใจช่วยน้องลี่ด้วยนะเจ้าคะรีดขาาาาาาาาาาาา

กดลิงค์อีบุ๊คที่รูปได้เลยเจ้าค่ะ >>ไม่ขอเป็นสตรีไร้ค่า<<

บทที่ 1 สตรีเซ่นสังเวย | 1

บทที่ 1

สตรีเซ่นสังเวย

เกลียด!

หัวใจหน่วงหนึบหนักอึ้งราวกับคนที่กำลังจมดิ่งลงสู่ก้นบึ้งแห่งห้วงมหาสมุทร อึดอัดแทบหายใจไม่ออก ปวดร้าวไปทั้งกระบอกตาพยายามกลั้นหยาดน้ำตาไม่ให้หลั่งริน อีกทั้งเวลานี้หัวสมองยังมึนงงสับสนด้วยไม่เข้าใจว่าสิ่งใดคือความจริงสิ่งใดคือความฝัน

อยากหลอกตัวเอง…

ให้เชื่อว่าสิ่งที่ได้ยินและพบเจอเป็นเพียงแค่ฝันร้าย ทว่าภาพเสียงกลับกระจ่างชัดเสียเหลือเกิน

“เช่นนั้นข้าก็หวังว่าคุณชายจ้าวจะไม่ลืมเรื่องสัมปทานป่าไม้ที่เคยคุยกันเอาไว้นะขอรับ”

หลิวเทียนฉินเอ่ยย้ำอีกคราราวกับกลัวว่าว่าที่บุตรเขยจะหลงลืมคำสัญญาที่เคยให้เอาไว้ หากว่าคุณชายรองแห่งสกุลจ้าวผู้นี้ไม่ได้ผูกสมัครรักใคร่อยู่กับเม่ยเอ๋อร์ อีกทั้งยังมีผลประโยชน์ในภายภาคหน้าหากได้เป็นทองแผ่นเดียวกัน มีหรือที่เขาจะยอมแพร่งพรายเรื่องมังกรดำให้อีกฝ่ายรู้

แรกทีเดียวเขาคิดว่าตำนานการประสาทพรจากมังกรดำนั้นเป็นเพียงนิทานปรัมปราที่บอกกล่าวกันปากต่อปากภายในตระกูล แต่เมื่อเขาได้พบแผนที่ลับและบันทึกการบูชายัญภายในสุสานบรรพชน จึงได้ออกเดินทางตามแผนที่จนพบกับถ้ำร้างในป่าลึก ณ เทือกเขาลู่หลิ่ง สถานที่ซึ่งวิญญาณมังกรดำสิงสถิตมานับพันปี

ทำให้เขายิ่งมั่นใจว่าสกุลเซี่ยจะได้รับพรอันแสนวิเศษ หากบูชายัญด้วยหญิงสาวพรหมจรรย์ผู้มีสายเลือดเดียวกับผู้ประกอบพิธี และหญิงพรหมจรรย์ผู้นั้นจะต้องมีสายสัมพันธ์อันดีต่อผู้ประกอบพิธีเพื่อที่จะทำให้พรที่ได้รับการประสิทธิ์ประสาทส่งผลสำฤทธิ์อย่างดีเยี่ยม

เขาจึงเรียกภรรยา บุตรชาย และ บุตรีมาปรึกษาหารือ แล้วก็ลงความเห็นว่าสวรรค์คงจะเมตตาตระกูลหลิวเป็นแน่แท้ เขาจึงยังคงเลี้ยงดูบุตรนอกสมรสที่เกิดจากสาวใช้เอาไว้ในจวนแทนที่จะขายนางให้เป็นทาสตามที่ภรรยาเคยเอ่ยปากขอ ด้วยไม่อยากเห็นเลื้อดเนื้อเชื้อไขของมารหัวใจตำตาตำใจอยู่ในเรือน

ทว่าเทียนฉินกลับมีความคิดว่าจะเลี้ยงดูนางไว้เพื่อส่งไปเป็นอนุภรยาของเหล่าคหบดีจะได้ช่วยส่งเสริมต่อเงินต่อทองให้มีมากยิ่งๆ ขึ้นไป

ใครเลยจะคิดว่าการเก็บนางเอาไว้ในวันนั้นจะมีประโยชน์ในวันนี้ ราวกับทุกอย่างได้ถูกลิขิตเอาไว้หมดแล้วเสียกระนั้น

เมื่อ ‘ซูลี่’ คือคำตอบ

ทุกคนจึงเริ่มแผนการทำดีต่อหลิวซูลี่เพื่อให้สตรีเซ่นสังเวยตายใจ ยอมแม้กระทั่งยื่นขอจดทะเบียนต่อทางการรับรองนางเป็นบุตรบุญธรรมเพื่อให้นางหลงเชื่อโดยไม่มีสิ่งใดมากังขา

ทั้งทำดี ทั้งเอาอกเอาใจ พะเน้าพะนอราวกับไข่ในหิน เพื่อให้ได้มาซึ่ง ‘ความรัก’ อันเป็นเชื้อเพลิงสำคัญในการประกอบพิธีบูชายัญ

ทว่าบุตรสาวของเขากลับปากสว่าง เผลอบอกความลับนี้แก่ ‘จ้าวหยางปิน’ ชายคนรัก ดังนั้นเขาจึงต้องยอมให้ชายหนุ่มเข้ามามีส่วนร่วมในแผนการอย่างเสียไม่ได้ ส่วนหนึ่งเพราะผลประโยชน์ที่อีกฝ่ายหยิบยื่นให้ อีกทั้งหากเขามีบุตรเขยเป็นถึงเจ้าเมือง อำนาจของเขาก็คงมากล้นจนเหล่าขุนนาง คหบดี ในเมืองชิวจำต้องยอมก้มหัวศิโรราบให้อย่างไม่อาจขัดขืน

“แน่นอนขอรับท่านพ่อ นอกจากนี้ข้ายังวางแผนเอาไว้ว่าจะให้ท่านพ่อได้ขึ้นเป็นผู้นำสำนักการค้าแห่งเมืองชิวอีกด้วย”

ฮ่า ฮ่า ฮ่า

ประมุขหลิวได้ยินว่าที่บุตรเขยเอ่ยเอาใจเช่นนั้นก็ถึงกับหัวเราะชอบใจ

“ที่ผ่านมาทุกคนคงเหน็ดเหนื่อยกันมามากพอแล้ว ต่อไปพวกเราจะได้สุขสบายกันเสียที”

ฮูหยินหลิวเอ่ยขึ้นบ้างอย่างอารมณ์ดี กวาดตามองบุตรชายบุตรสาวและบุตรเขยอย่างมีความสุข แค่คิดถึงช่วงเวลาที่ตระกูลหลิวรุ่งโรจน์เหนือตระกูลใดๆ นางก็แสยะยิ้มที่มุมปากอย่างมีความหวัง ก่อนที่สามีจะเดินเข้ามาโอบกอดภรรยาอย่างเอาอกเอาใจ

“ขอบใจนะอาเจิน ที่เจ้ายอมทำตามคำร้องขอของข้า ไม่ขายนางให้ไปเป็นทาสเสียก่อน”

“ข้าเกลียดชังนางเจ้าค่ะท่านพี่ ยอมรับเลยว่าไม่ชอบใบหน้า ไม่ชอบแววตา ไม่ชอบน้ำเสียงของนาง เพราะนางเหมือนนังชิงเถาแม่ของมันราวกับถอดแบบกันออกมา แต่เพื่อท่านพี่ เพื่อครอบครัวของเรา ข้าเองก็จำต้องกล้ำกลืนฝืนทนสนิทสนมกับนังเด็กชั้นต่ำมาถึงสองปี ครานี้จะได้กำจัดมันให้พ้นหูพ้นตาเสียที ข้าไม่อยากให้มันเหยียบย่างอยู่ในจวนของเราแม้เสี้ยวอึดใจเดียว”

ดั่งมีสายฟ้าฟาดลงตรงหน้า!

หลิวซูลี่เจ็บปวดกับถ้อยคำเหล่านั้นจนเผลอร่ำไห้ออกมา ไม่อาจฝืนแรงสะอื้นฮักจนเรือนกายสั่นเทิ้ม และนั่นทำให้ฮูหยินหลิวเหลือบมาเห็นพอดี

“ฟื้นแล้วหรือนังซูลี่!”

ราวกับถูกน้ำเย็นราดรด ท่าทางและน้ำเสียงของฮูหยินหลิวฉายชัดว่าเกลียดชังนางอย่างไม่คิดจะปิดบัง ไม่จำเป็นต้องเสแสร้งแกล้งทำอีกต่อไปแล้ว

++++เขียนไปโมโหไปเจ้าค่าาาาาาาาาาาาา ฮึ่มๆๆๆ

กดลิงค์อีบุ๊คที่รูปได้เลยเจ้าค่ะ >>ไม่ขอเป็นสตรีไร้ค่า<<

บทที่ 1 สตรีเซ่นสังเวย | 2

“ท่านแม่ไม่เคยรักข้าเลยหรือเจ้าคะ”

หญิงสาวร้องถามออกไปอย่างไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน และเฝ้ารอที่จะให้กลุ่มคนตรงหน้าบอกกับนางว่าทั้งหมดเป็นเพียงเรื่องเข้าใจผิดเท่านั้น

“ข้านะหรือจะรักเจ้านังซูลี่! หันเจียมกลาหัวตนเองเสียบ้างเถิด ว่าเจ้าเป็นใครแล้วข้าเป็นใคร ทุกครั้งที่ข้าโอบกอดเจ้า จับมือเจ้า ข้าต้องอาบน้ำล้างตัวด้วยความขยะแขยงเต็มทน”

หลิวซูลี่ได้ยินดังนั้นก็ถึงกับพูดไม่ออก ริมฝีปากที่พยายามเม้มเข้าหากันสั่นระริก ดวงตาแดงก่ำคลอไปด้วยหยาดน้ำใสที่ไหลอาบแก้มซีดเผือดราวกับไม่มีวันสิ้นสุด ก่อนที่นางจะหันไปหาบิดาผู้ให้กำเนิด ผู้ที่เป็นที่พึ่งพิงเดียวในชีวิตของนาง

“ทะ…ท่านพ่อ ได้โปรดช่วยแก้มัดข้า”

ประมุขหลิวหลบสายตาบุตรสาว ก่อนจะหันไปจุดธูปเทียนบนปะรำพิธี

“ในเมื่อสตรีเซ่นสังเวยฟื้นแล้ว ก็มาเริ่มพิธีบูชายัญกันเถอะ ยิ่งทำทุกอย่างให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว ยิ่งเป็นผลดีต่อพวกเราทุกคน”

“ขอรับท่านพ่อ / เจ้าค่ะท่านพ่อ”

หลิวซือเฉินผู้เป็นพี่ชายจัดการหยิบเศษไม้ในลังบนพื้นขึ้นมากองสุมบนแท่นหินที่นางนอนอยู่ ในขณะที่จ้าวหยางปินชายคนรักเทราดน้ำมันลงบนกิ่งไม้เหล่านั้นอย่างกระตือรือร้น

“ท่านพี่หยางปิน เหตุใดจึงทำกับข้าเช่นนี้ ในเมื่อเราทั้งสองรักกันและกำลังจะแต่งงานกันในอีกไม่ช้านี้”

ซูลี่ร้องถามออกไปเสียงหลง หวาดกลัวเมื่อได้กลิ่นน้ำมันที่ชายคนรักราดรดลงมายังเรือนกายของนาง ราวกับกลัวว่านางจะไม่ถูกเผาให้ตายทั้งเป็น

“นังโง่! ท่านพี่หยางปินคือคนรักของข้าต่างหากเล่า แต่ที่ต้องหมั้นหมายไปมาหาสู่กับเจ้า ก็เพื่อทำให้เจ้ารักหวังจะใช้สายสัมพันธ์ที่เจ้ามอบให้ในการบูชายัญ ทั้งหมดทั้งมวลมันก็แค่การหลอกใช้ หาใช่ความรักเฉกเช่นที่เจ้าคิดเพ้อไปเองผู้เดียว!”

หลิวซูเม่ยเดินมาคล้องแขนชายคนรักอย่างสนิทสนม ก่อนจะมองไปยังพี่สาวต่างมารดาด้วยความรังเกียจ ยิ่งเห็นอีกฝ่ายนิ่งงันสับสนคล้ายไม่เข้าใจ นางก็ถึงกับหัวเราะเย้ยหยันออกมา

สองปีมานี้นางเฝ้ากัดฟันทนให้ชายคนรักโอบกอดหญิงอื่นด้วยหัวใจที่เจ็บปวดราวกับจะแตกออกเป็นเสี่ยง ก็เพื่อวันนี้!

“ไหนๆ เจ้าก็จะตายอยู่แล้ว ข้าจะช่วยให้เจ้าหายโง่ก็แล้วกัน”

ซูเม่ยเดินเข้าไปใกล้ๆ ก่อนจะยื่นมือไปกระชากผมของพี่สาวต่างมารดาสุดแรง

โอ๊ย!

เจ็บราวกับผมทั้งกระจุกหลุดร่วงติดมือน้องสาวต่างมารดาไปเสียกระนั้น ทว่าความเจ็บที่หนังศีรษะกลับน้อยกว่าที่หัวใจมากนัก

“พวกเราก็แค่แกล้งทำดีต่อเจ้า เพื่อให้เจ้ารักพวกเราอย่างหมดหัวใจอย่างไรเล่า เมื่อถึงวันที่ต้องนำร่างเจ้าเผาบูชาต่อมังกรดำ ผู้คนที่เจ้ารักก็จะได้รับพรจากมังกรดำเมื่อทำพิธีบวงสรวงเสร็จสิ้น และนี่คือเหตุผลที่ข้าจำต้องยอมยกท่านพี่หยางปินให้เจ้าถึงสองปี ทั้งที่ข้าต้องเจ็บปวดใจจนแทบคลั่ง!”

“มะ…ไม่จริง!”

ซูลี่ถึงกับปล่อยโฮออกมาเมื่อได้ยินเช่นนั้น หัวสมองปะติดประต่อเรื่องราวอย่างรวดเร็ว จู่ๆ คนเหล่านี้ก็ปฏิบัติตัวต่อนางเปลี่ยนไป จ้าวหยางปินทำทีมาช่วยเหลือนางที่ตลาดราวกับพรหมลิขิตเพื่อสานสัมผัส

ทั้งหมดทั้งมวลก็เพื่อหวังจะนำนางมาเป็นเครื่องเซ่นสังเวยแก่วิญญาณของมังกรดำที่สิงสถิตอยู่ในถ้ำแห่งนี้ เพื่อแลกกับพรที่จะได้รับเป็นการตอบแทน

“พวกสารเลว!”

พรึบ!

สิ้นสุดคำด่าของสตรีเซ่นสังเวย ประมุขหลี่ก็จัดการจุดไฟลงบนกิ่งไม้แห้งและน้ำมัน ไฟร้อนสีแดงได้ลุกโชนโชติช่วงเผาร่างของบุตรีซึ่งเกิดจากสาวใช้ให้กรีดร้องทุกข์ทรมานอย่างสุดแสน

“ข้าเกลียด! ข้าเกลียดพวกเจ้าทุกคน! ข้าเกลียด!”

ซูลี่หวีดร้องตะโกนออกมาด้วยความชิงชังอย่างสุดหัวใจ นางโกรธเกลียดทุกคนที่กำลังยืนรายล้อมแท่นหินบูชายัญ พวกมันทุกคนมีจิตใจดั่งปีศาจร้าย พวกมันยิ้ม พวกมันหัวเราะ ทั้งที่นางกำลังแสบร้อนทุกข์ทรมานที่ถูกไฟคลอกเผาผิวหนังและร่างกายจนแหลกเละ

เนื้อหนังพุพอง เส้นผมถูกเผาทำลายจนเหลือแต่กะโหลกศีรษะ ใบหน้าเหวอะหวะจนเห็นกระดูกโหนกแก้มโผล่พ้นออกมา ซูลี่ไม่ได้กรีดร้องขอความเมตตา ไม่ได้กรีดร้องเจ็บปวดด้วยทุกขเวทนา แต่นางกลับตะโกนคำว่าเกลียดออกมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“ข้าเกลียด! เกลียดพวกเจ้าทุกคน!”

กดลิงค์อีบุ๊คที่รูปได้เลยเจ้าค่ะ >>ไม่ขอเป็นสตรีไร้ค่า<<

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...