โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ย้อนแย้ง "แตก" ความหมาย-แมวเขมรสีอะไร?

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 07 พ.ย. 2566 เวลา 11.58 น. • เผยแพร่ 07 พ.ย. 2566 เวลา 02.09 น.

ที่กัมพูชา ฉันเคยเลี้ยงแมว 2 ตัว เป็นแมวดำตัวหนึ่งนั้น ฉันได้มาจากที่ทำการกระทรวงมหาผไต (มหาดไทย) ตอนที่จู่ๆ ไปสังเกตการณ์ใครคนหนึ่งที่นั่น และตอนนี้ มันก็นำทางให้ฉันรำลึกไปถึงเรื่องอื่น

ซึ่งเป็นการเมืองสินะ!

นัยที บางคราผู้คนในโซเชียลก็พากันล้อเลียนว่า มีคนเขมรบางจำนวนในโลกเสมือนจริงที่นิยมเรื่อง “เคลม” รวมทั้ง “สุวรรณภูมิ” ที่ว่า มีแหล่งที่มาจากประเทศของตน

ก็เมื่อไทยเอาชื่อนี้ไปตั้งเป็นสนามบินเสียแล้ว เท่ากับปักหมุดหมายเป็นเจ้าของ

กัมพูชาที่กำลังจะมีสนามบินแห่งใหม่ อยากได้ชื่อนี้บ้าง แต่ช้าไปแล้ว ท่านเตโช!

แล้วเรื่องราวพวกนี้ก็กลายเป็น “วิวาทกรรม” ในโลกโซเชียล ทำเอาไทย-เขมรในโลกเสมือนจริงตั้งก๊วนทะเลาะกันไปมา บ้างเอาทางฮา บ้างไปทางเหยียดแนวบูลลี่ ลั่นขำก็มีว่าเป็น “เคลมโบเดีย” ซึ่งบางเรื่องที่เถียงนั้นก็นอกประเด็น

แต่นั่นแหละ มันทำให้ฉันนึกขึ้นมาได้ว่า พวกเขามีเพลง “สุวรรณภูมิ” จริงๆ ชื่อเพลง (ทำนองเจิง) ฉันจำไม่ได้ แต่ในบทมีวลีที่ร้องว่า “สุวรรณภูมิ” และมีจังหวะเหมือนเพลงปลุกใจ

ตอนเขียนต้นฉบับอยู่นี้ ฉันพาลนึกพลันได้ว่า มีครูอาสาคนหนึ่งที่มาสอนหนังสือให้เจ้าหน้าที่ที่กระทรวง เขานั่นเอง ที่ฉันเห็นเป็นแกนนำประท้วงการชุมนุมอยู่ 2-3 ครั้ง และฉันรู้สึกประทับใจ ทั้งบทเพลงเพื่อมวลชนและผู้คนหนุ่มสาว

เรื่องมันก็เก่ากรุนมนานแล้ว แต่ที่นำมาเล่าซ้ำ คือเมื่อไปถึงที่นั่น พบทั้งหัวหน้านักประท้วงกับลูกแมวดำจรตัวหนึ่ง ฉันนำมันกลับมาด้วย

ไม่นาน ขณะสุดจะเอ็นดูน้องเขมาก็มาตาย เฮ้อ ฉันสุดสะเทือนอารมณ์ ทิ้งศพน้องจนแข็งทื่อ กว่าจะนำร่างน้องเขาไปฝังในสวนพญานาคใกล้วิมานเอกราช ก็แถวที่ประชาชนชอบเดินผ่านเวลาชุมนุมนั่นแหละ

ในระยะแรกๆ ฉันมักไปฉมาตามที่ทำเครื่องหมายใกล้ต้นไม้ต้นหนึ่ง แต่แล้วแมวตัวที่ 2 ก็มาทดแทนเธอได้ ฉันตั้งชื่อว่า “มิโลฉมาตีปี” (แมวมิโลตัวที่ 2) ต่อจากมิโลฉมาตีมวยที่ตายไป ชื่อนี้ฉันได้จากตัวละครหมาใน “การผจญภัยของตินติน” เจ้า “milou” หรือสโนวี่ในเวอร์ชั่นอังกฤษ แต่มิโลของฉันคือแมวดำมะเมื่อม ช่างย้อนแย้งกันพิลึก!

แต่ใช่ว่าฉันคนเดียวเมื่อไหร่ที่คลั่ง แต็งแต็ง! ตินติน! ตามแต่ที่คุณจะเรียกมัน ศูนย์วัฒนธรรมฝรั่งเศสแห่งกัมพูชาหรือเจ้ากรมอลิยงฟร็องเซส์ที่นั่น ได้ทำตินตินฉบับแปลภาษาเขมรชื่อตอน “บัวสีน้ำเงิน” ภาพปกมังกรยักษ์สีแดงแผลงอิทธิฤทธิ์ มีตินตินกลับมิโลซ่อนตัวอยู่ในโอ่งสีขาว เตะตาข้าพเจ้าซึ่งแม้จะอัตคัดอย่างมากตอนนั้น แต่ก็ควักตังค์ซื้อสะสม

วันหนึ่งมิโลฉมาตีปีที่ซุกซนก็ล้มป่วย มันเป็นตอนที่พายุตีเข้ามาทางเวียดนาม ผ่านพนมเปญจนรู้สึกสัปดาห์ถึงความเย็นยะเยือก ขณะที่ร้อนรนกลัวมิโลนอนสิ้นใจอยู่ในเป้ที่ฉันใส่จักรยานตระเวนถีบไปทั่ว ให้ตายสิ ตอนนั้น พนมเปญแทบไม่มีนักสัตวแพทย์เลย จนไปถึงใกล้สถานีรถไฟและรออีกหลายชั่วโมง ในที่สุดมิโล 2 ก็รอดตาย

หลังจากนั้น เราก็ตกหลุมรักกัน ต่างจากตอนที่ฉันจะเกลียดกลัวแมวสีนี้ เพราะเอ็ดการ์ อัลลันโป จากเรื่องสั้นน่าสยอง “the Black Cat” นั่น

ให้ตายเถอะ เพิ่งนึกได้ว่าช่วงที่อยู่ที่นั่น ฉันเห็นแต่แมวเขมาแมวเขมรสีดำ!

ก็นี่ล่ะ ฉันจึงแทงไม่ทะลุทั้งพล พต, สีหนุ, ฮุน เซน, สีหมุนี และฮุน มาแนต เป็นแมวสีอะไร?

หมายเหตุอย่าเพิ่งขุ่นใจ ฉันเรียกเขาเหล่านั้นเยี่ยง also known as ในฐานะนักการเมือง/aka จึงขอยกเว้นคำนำหน้า

พล พต หรือสล็อต ซอ นั้น ไม่ต้องสงสัย เขาเป็นแมวดำตำรับแขมร์ กล่าวคือ น่าประหวั่นพรั่นพรึงเช่นเรื่องสั้นของอัลลันโป จะมีก็แต่ประธานเหมาและคณะที่ปักกิ่งซึ่งชมชอบในกิริยาเยือกเย็นและอ่อนน้อมของเขามาก

พล พต นั้นได้ชื่อว่า เป็นแมวผู้ซื่อสัตย์แห่งสำนักปักกิ่ง เขาพลีตนบูชาและทำทุกอย่างเพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายของพรรคคอมมิวนิสต์ประชาชนจีนเวลานั้นซึ่งมันก็ผ่านมาครึ่งศตวรรษแล้วนะ

การพลีกรรมของแมวดำพล พต ดูจะกลายเป็นมาตรฐานที่สูงมากสำหรับกัมพูชาในการสถาปนากับปักกิ่งในผู้นำคนต่อมา เมื่อพระองค์เป็นถึงหน่อเนื้อเชื้อกษัตริย์ ทว่า สมเด็จนโรดม สีหนุ กลับกลายเป็น “ฉมาตัวที่ 2” ที่เป็นเหมือนตัวประกันอันพึ่งพาทางการเมืองไปโดยปริยาย

พรรคคอมมิวนิสต์แห่งปักกิ่งนั้น ได้ให้เกียรติพระองค์เสมือนว่ายังเป็นพระราชาอยู่เสมอ ถึงกับสร้างปราสาทฤดูร้อนให้พระองค์ประทับ ซ้ำยังมีที่ทำการตลอดจนที่พักของมุขมนตรีในรัฐบาลพลัดถิ่นอย่างสมศักดิ์ศรีที่ประเทศอื่นให้ไม่ได้ ทั้งฝรั่งเศสและรัสเซีย

แต่ไม่ว่าจะให้เกียรติยศสักปานใด เมื่อเกิดเหตุต้องเลือกระหว่างแมวดำพล พต-ฉมาตีมวย (1) กับฉมาตีปี ผู้ก่อการแห่งปักกิ่งก็เลือก “ตีมวย” เป็นเบอร์หนึ่งเสมอ

ก็แบล็กแคต/แมวดำเป็นสัญลักษณ์ของพรรคคอมมิวนิสต์นี่นา!

ดังนี้ แม้พล พต จะเพลี่ยงพล้ำ จงใจสังหารสมาชิกในราชนิกุลพระโอรสและธิดาไปกว่าครึ่งโหล ส่วนพระองค์นั้น ก็ถูกกักขังให้อยู่แต่ในวังร้าง ฟังแต่เสียงตุ๊กแกร้องระงมทุกค่ำคืน ซึ่งเป็นเรื่องเหลือทนยิ่งนัก

คณะประธานแห่งปักกิ่งก็ไม่เคยจะชำระสะสางเรื่องนี้ ซ้ำร้ายยังทำราวกับว่า “แมวสีอะไรก็จับหนูได้!”

มันจึงตกชะตาซ้ำรอยเดียวกันกับโอรสพระองค์ผู้ครองราชย์เวลานี้ สมเด็จพระบรมนาถนโรดม สีหมุนี ซึ่งเปรียบเสมือน “ฉมาที่ 3” ในการเปรียบเทียบ

กล่าวคือ เมื่อสิ้นยุคพล พต และสมเด็จบิดาของพระองค์ไปแล้ว แต่ปรากฏการณ์การเมืองกัมปูเจียยังคงเป็นไปในแบบเดิมๆ ด้วยเรื่องราวของฉมาตัวต่อไปในนามฉมาที่ 4 และ 5 นั่นคือสมเด็จฮุน เซน และสมเด็จฮุน มาแนต ผู้เฉียบคมไม่แพ้ใคร

แต่ซ้ำร้ายกว่านั้น คือยังเป็นฉมารักของปักกิ่งที่ทรงพลังทางอำนาจ และตอกย้ำอย่างชัดว่า แมวฉมากัมพูชาทุกยุคซึ่งมีบุคลิกภาพและสถานะขัดแย้งกัน แต่สำหรับปักกิ่ง พวกเขาต่างเป็นซอฟต์เพาเวอร์ที่หนุนนำตามนโยบายสูงสุดแห่งพรรคคอมมิวนิสต์จีน

“แมวสีอะไรก็จับหนูได้” วาทะประธานเติ้ง จึงย้อนกลับมาให้จดจำเสมอ

อย่างเหลือเชื่อ ปักกิ่งจึงกลายเป็นที่ตั้งของบรรดา “คอกฉมา” ขนาดทม/ใหญ่ของโลกใบนี้ ที่ถูกเชิดขึ้นมา “ผงาด” ในภูมิรัฐศาสตร์ของชาติพันธุ์ประเทศกลุ่มนี้หรืออดีตแหลมทองสุวรรณภูมิ

โดยนอกเหนือจากคอกฉมาแขมร์แล้ว ก็ยังมีฉมาแมวสายพันธุ์อื่นๆ ที่กำลังถูกเล่นแร่แปรอำนาจราวกับตามรอยกัมพูชาร่วมคอก “ฉมา” เดียวกัน ซึ่งเมื่อมองย้อนไป ตัวอย่างที่เห็นได้คือ กษัตริย์กัมพูชาแห่งราชวงศ์นโรดม จากอดีตถึงปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระบรมนาถนโรดม สีหมุนี ที่ทรงตกที่นั่งลำบาก กลืนไม่เข้าคายไม่ออกมาหลายแรมปีในหมู่สมาชิกนโรดม ตั้งแต่ครั้งที่พระบิดาลี้ภัยไปปักกิ่ง และกึ่งทศวรรษที่ผ่านมา อย่างจำยอมและเคยชิน

ไม่ว่าจะเป็นการเสด็จประทับปักกิ่งหลายๆ ครั้งในแต่ละปีเพื่อเช็กสุขภาพ หรือทุกๆ ครั้งที่กัมพูชาเกิดภาวะเปราะบางทางการเมือง

ปักกิ่งจึงเหมือนตำหนักหลังที่ 2 ที่พร้อมจะปกป้องพระองค์ไว้ในยามทุกข์และสุข อย่างมิคลาดสายตา ไม่แม้แต่ผู้นำพรรคประชาชนกัมพูชา นายฉมาร่วมชายคา

และนับวันจะเห็นว่า ปฏิบัติภารกิจแห่งการดุลอำนาจสองเสาหลักกัมพูชา “พนมเปญ-ราชสำนัก” กำลังเดินไปอย่างราบรื่นตามครรลองของปักกิ่งที่ช่างพ้องเสียกระไรในคำว่า…

“แมวสีอะไร? ก็จับหนูได้เหมือนกัน!”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...